MyProject

Cell Library

posted on 30 Nov 2009 23:40 by mintd  in MyProject

   ห่างหายจากการเขียนบลอคไปหลายอาทิตย์ เหมือนอะไรขาดๆไปในชีวิต

เพราะว่าเอาเวลาไปทำงานกลุ่มกับทีสิสที่ต้องส่งแบบ เพื่อนในกลุ่มมาสิงในหอ

หลายวัน เลยไม่ได้ขยับทำอะไรแบบเงียบๆ  ได้แต่เฮฮา ปาจิงโกะตามน้ำไปและก็

ทำแบบเสนอห้องสมุด  วันนี้ก็พรีเซนต์เสร็จเราก็เลยมาอัพฉลองซะหน่อย

วันนี้ไปดูพี่เรนมา กรี๊ดๆ นินจาเลือดสาดและ(กล้าม)เจคอบ พี่เรน ดีที่ไม่ซื้ออะไรไปกิน

เพราะต้องอ้วกแน่ เพราะมันน่าหวาดเสียวเลือดกระฉูดตลอดเวลา

เป็นหวัดเรื้อรังมาสองอาทิตย์แล้ว เป็นๆหาย สั่งน้ำมูกทิชชูหมดไปหลายม้วน

 

ใครที่เป็นหวัดแนะนำชาคาโมมายล์ ดีมากๆ แก้หวัดได้ เราเป็นพวกไม่ค่อยชอบกินยา

แต่ชอบกินชา...(อ่านะ) ชามินท์ก็ดีนะ วันนี้ไปซื้อชาของDilmah ที่เป็นซองๆมาชง แล้วก็ไป

Komonoya ไปซื้อกากะถ้วยชาใสๆมา อย่างละ60บ ไปหาที่ไดโซะ มันไม่มีก็เลยมาร้านนี้

   ถ้าไปกินที่ร้านรู้สึกเสียดายตัง พราะชากาละ35แนะ ซื้อมาชงเองซองละ8บ. ถูกกว่า

แต่ต้องซื้อมาเป็นกล่อง ตอนนี้ชอบชาเขียววนิลา Twining หอมวนิลาดี แต่กินมากๆ

ก็เลี่ยนอยู่ ถ้าเลี่ยนก็แนะนำชามะลิ  เอ้ย.... (เอนทรีนี้ตกลงจะเขียนเรื่องห้องสมุด

หรือเรื่อชาฟระเนี้ยตรู)

 

นี่คือสองอาทิตย์ที่ผ่านมา

-

-

ถ่ายแบบ

(เอ้ย..ใช่ที่ไหนกันล่ะ ภาพแฉเบื้องหลังการทำงาน)

ใครเผลอนอน หรือแอบอ่านการ์ตูนเราก็จะแฉ ด้วยภาพกันะคร้าบคราวนี้

แต่ถ้าไม่มีภาพแสดงว่ากำลังเนียนไปด้วยกันอยู่

เริ่มจากเกมเศรษฐีเคโรโระ... พอเพื่อนๆเล่น มันเริ่มรื้อการ์ตูนมาอ่าน

แล้วต่อมาก็มาดูอนิเม มาราธอนจนเกือบเช้า แล้วพอกลับบ้าน

ฟางก็ติดอนิเมเคโรระไปเรียบร้อย  ถึงเราจะดูไปหลายรอบแล้ว

ก็ยังฮาได้อ่านะ ฟางเลยกลายเป็นแฟนคุณสิบโทไปโดยดี และไม่ค่อย

ชอบทามามะ เพราะน่ากลัวเกินไป เหมือนกับโมโมกะดาร์คไซด์ก็ดูมืดมนมาก

 

ส่งแบบครั้งแรก ก็แก้ๆ ทำๆ พอจะส่งแบบครั้งที่สอง ทุกคนก็โว๊ทว่าจะไม่ไปส่งแล้ว

อยากรีบๆทำ แล้วกลับไปทำทีสิส กับอย่างอื่นอีก เพราะถ้าไปส่งก็ต้องแก้อีกรอบ

แล้วต้องแก้ตีบ แก้โมเดล เรนเดอร์อีกหลายรอบอีก  ก็เลยต้องเอาตามนั้น จะไปขัดก็ไงๆอยู่

ตอนกลางวันพวกเราก็จะนอนสลบสไลกัน แล้วตอนกลางคืนก็จะตื่นมากินข้าวแล้วค่อยทำงาน

(และดูอนิเม อ่านการ์ตูน..)

 

แบบร่าง

.

.

ดูไปอาจจะดูไม่ออก

เพราะสเก็ตช์ได้เข้าใจอยู่คนเดียวจริงๆ คนอื่นดูไม่รู้เรื่อง

ไม่งั้นต้องให้ฟางไปแปลความหมายภาพที่วาดให้คนอื่นดู คือวาดได้สั่วมากๆ

จะมีห้องสมุดที่พระจอมที่กทม.แล้วก็ปราจีน

อันแรกเราให้จับฉลากแยกกันทำแต่ละส่วน แล้เอามาปรึกษากัน

แต่ที่ปราจีนไม่ทันเลยได้นั่งเทียนเขียนเองเลย พอเขียนเสร็จ

ทุกคนถามว่านั้นเคโรโระบอลงั้นเหรอ (แปลนอะนะ) โดนอารยธรรมเคโรนครอบงำไปแล้ว

 

จดๆตอนฟังบรรยาย ไม่ค่อยมีสาระ อ่าน ก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง

มันคือ ป้าย กับรูปร่างแปลนที่จะทำ

นั่งคิดคอนเซ็ป กับเขียนเล่นไปเรื่อย

อันนี้โดนโละกะเปลี่ยนเยอะอยู่ ตีบล่าสุดแทบจะจำไม่ได้

หน้านี้พยายามจะวาดบรรยายอะไรให้ปัดดูแต่ปัดไม่เข้าใจ

อันที่ปัดแจ่มสเก็ตช์มา แต่รู้สึกว่าโดนปรับเยอะ ตรงแถวริมกระจก

แปลนเก่า ก่อนตรวจแบบร่าง

แปลนที่ปราจีน ที่เพื่อนบอกว่ายังกะเคโระบอล(ตรงไหนฟระพวกแก)

ถ้าบอกว่า มันมาจากอารมณ์ง่วงผสมรีบทำ เค้าจะตัดรางวัลเรามั้ยอะ

ตอนพรีเซนต์เราก็เบลอ เจ็บคอ พูดไม่ตรงที่เขียน มั่วแถ ลืมข้อมูล

ข้ามอะไรไปตั้งเยอะแนะ

 

อันนี้เป็นสคริปคร่าวๆที่ว่าจะพูด

ไปๆมาๆก็ไม่ได้ชำเลืองที่ถือมา แถมพูดไม่หมดอีก  

 

 

อันนี้เป็นที่นำเสนอ ไม่มีภาพกิฟดุ๊กดิ๊ก เพราะปริ้นสกรีนมา จริงๆหลายอันเคลื่อนไหวได้

ก่อนอื่นต้องขอบใจทุกคนทีทำหน้าที่ของแต่ละคน ไม่โกรธที่เราขู่เข็ญ

จิกกัด ใช้งาน แม้่แต่ละคนจะทำอะไรได้ไม่เหมือนกัน ก็ยังทำ

แม้ตีบจะหลายรูปแบบเพราะทำหลายคน หลายโปรแกรม จัดแสงไมเป็น

V-ray ไม่ได้ บางตีบก็หาย มาเรนเดอร์ใหม่ขี้เหร่กว่าเก่า เราก็ทำเสร็จจนได้

อจ.ให้ทำตีบ 3D ซึ่งก็ไม่ใช่ว่าจะทำเป็นกันเพราะปกติก็มีแต่ตีบมือ ก็เลยใช้บาง

คำสั่งที่ขึ้นโมเดลไม่ได้ พอใช้บางอันก็ทำให้เรเดอร์นานเป็นชั่วโมงกว่า

(ก็เลยมานั่งอ่านการ์ตูนรอ) พอตีบหลังๆเหนื่อยเลยเริ่มกาก

เอาเป็นว่าถ้าได้ตังเราก็จะแบ่งเท่าๆกันะจ้ะ แม้อาร์มบอกว่าไม่เอา(อาร์มมาอ่านก็แอบเถียง

อาร์มก็พูดไปอย่างงั้นแหละ) จ้าๆ (มันยังไม่ประกาศผลเลยแกรู้ได้ไงว่า

จะได้ตัง) (55+ เราพูดกันเรื่องตังเอาไว้แล้ว ขำๆ) เพราะเราคิดว่ามันก็คาดหวัง

กันคนละนิดอยู่ในใจแหละนะ

 

ต่อไปเราก็จะไปมุ่งมั่นทำแบบทีสิสแล้ว

เหอๆ

 

เอาเป็นว่าส่งท้ายด้วยสไลด์นำเสนอแล้วกัน

เน็ตชักจะอืดๆแล้ว

 

 

 

 

 

สวน-และตีบรุ่นพี่

posted on 30 Sep 2009 15:53 by mintd  in MyProject

มีงานส่งก็เลยได้มีโอกาสมาอัพอีกครั้ง เพราะช่วงนี้ขี้เกียจ

ถึงแม้ว่าจะสอบเสร็จแล้ว ปิดเทอม แต่บรรยากาศมันดูจะไม่ใช่เท่าไหร่

เพราะต้องทำทีสิส แล้วก็ไปหาเคส

 

เป็นงานสุดท้ายแล้วมั้งที่ทำส่งในเทอมนี้ เทอมหน้ามีเรียนแค่2ตัว

ไม่มีสอบด้วย นึกไปก็ดีเหมือนกัน แต่ก็ต้องบังคับให้ตัวเองขยันเพราะเดี๋ยวจะไม่จบ

ปกติแล้วไม่ค่อยเซ็นในงาน เพราะลายเซ็นไม่มี เขียนเอาตลอด

จริงๆแล้วงานที่ส่งก็ไม่ได้เซ็นหรอก แต่มาเซ็นตอนแต่งรูปแล้ว

รูปนี้ทำเมื่อคืนตอน4ทุ่ม เรากินข้าวเสร็จ2ทุ่มยังไม่มีอารมณ์จะวาด

ก็เลยนั่งเล่นเกมไปเรื่อยจนสี่ทุ่มค่อยทำทำเสร็จประมาณตี3

ส่วนใหญ่ก็ลงรวมๆไปแล้วค่อยมาเก็บงานทีหลัง เพราะพู่กันเบอร์เล็กๆไม่มี

เล็งไว้ว่าอยากได้ของราฟาเอล ถ้าไม่มีตังมากคงซื้อของวินเซอร์นิวตันไปก่อน

มันถูกกว่าหน่อยนึง เพราะเราชอบทำพูกันเบอร์เล็กๆบานเรื่อยเลย

จากเบอร์เล็กๆเส้นมันเลยใหญ่ แต่เวลารีบๆจะใช้ปากกาตัดเส้นเพราะเร็วกว่า

 

พอวันนี้ส่งงานเสร็จ เราก็เจองานทีสิสของรุ่นพี่ ก็เลยถ่ายเก็บมาดูว่าเค้าลงสียังไง

กำลังศึกษาเทคนิคพี่เค้า

 

อันแรกนี่เป็นของพี่ระ พีระชัย อุบลสุวรรณ นี่เครดิตแล้วนะ

เป็นรุ่นพี่เราปีนึงตอนนี้จบไปแล้ว  

ตีบพี่ระจะออกแนวสีทึมๆเข้มๆ แล้วแกเก็บรายละเอียดทุกอย่างเลย วอลเปเปอร์แกยังมาวาดดอกไม้

เล็กๆอยู่เลย เหนแล้วก็กราบไหว้สามรอบ จริงๆแล้วพู่กันพี่แกน่าใช้มากเลย ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้แล้ว

แต่ถึงแกใช้มาสเตอร์อาทก็ระบายสวยแหละ แต่ไม่เคยเห็นแกใช้ไง

 

ส่วนครึ่งหลังนี้เป็นของพี่ กมลทิพย์ พรหมประทีป

ไม่รู้จักพี่คนี้เป็นการส่วนตัว แต่ชอบสไตล์ที่แกลงสีมากเลย ถึงพี่เค้าจะไม่เก็บเนี้ยบมากเท่า

พี่ระ แต่มันก็ออกมาดูดี แล้วแกชอบใช้สีสดๆสะใจดีมาก สีของวิเซอร์มนยังไม่ค่อยสดสะใจ

เห็นรุ่นพี่เค้าจะใช้บางสีเป็นแวนโก๊ะ กับอันอื่นๆเพราะบางสีเราก็ไม่เคยจะผสมได้แบบนั้นสักที

เมื่อดูตีบเสร็จแล้วเราก็จะมาล้วงความลับกันว่าทำไมตีบพี่เค้าถึงสวย

ปกติแล้วถ้าลงสีน้ำเสร็จแล้วยังไงมันก็ยังดูจืดชืดกับตีบอยู่ดี เพราะเวลาเขียนตีบ

มันจะไม่เหมือนกับการระบายสีน้ำธรรมดา มันจะต้องดูเป็นระเบียบแล้วเส้นจะต้องเนี้ยบๆ

เว้นแต่วาสไตล์คนนั้นจะ ทำมันๆอะนะ แต่ว่าตีบที่ชาวบ้านชาวเมืองเค้าทำกันมันจะไม่ใช่

งานสเก็ตช์พลังๆนะสิ

 

ตอนแรกก็ดราฟตีบที่เขียนไว้ จากการบอกเล่า ส่วนใหญ่แล้วค้ามักจะสเก็ตช์ใส่กระดาษ

80ปอนด์หรือกระดาษที่ไม่ค่อยดีเอาไว้ก่อน (ในกรณีเอาเนียบอะนะ) เราทำเป็นบางทีเพราะ

ส่วนใหญ่เร่งๆก็เขียนแล้วเอาเลย ไม่มีเวลาจะดราฟ แต่ตีบทีสิสอาจจะต้องเนี้ยบกว่า

โปรเจคซะหน่อย แล้วจากนั้นก็ตัดเส้น จะได้ลงสีง่ายๆ ใช้0.05 หรือ 0.1

 

 

 

อุปกรณ์เสริมที่ช่วยช่วยให้ตีบของคุณดูดีมีชาติตระกูล

เริ่มจากหมวดปากกาดำ

        1 จะเป็นโยเก้น หรือหัวม้าก็ได้ มันไม่กันน้ำชะนั้นใช้ตอนที่ลงสีเสร็จแล้ว

โยเก้นสีมันจะเข้มมาก ไม่เหมือนโคปิกที่มันระบายทับได้หลายรอบ ส่วนใหญ่

จะเอาไปถมดำ ถมเงา ออ โคปิกขายแยกสีเป็นด้ามๆ แต่โยเก้นขายเป็นกล่อง

ถ้าโยเก้นจะกล่องละพันกว่าๆจำไม่ได้แระพันเท่าไหร่เพราะซื้อมานาน แต่โคปิกด้ามละ80

งบน้อยก็ซื้อหัวม้าด้ามละ15บาทไปก่อนละกันนะ แต่มันมีสีน้อยให้เลือก

       2,3 NIJI ปากกาหัวตัด มีหลายเบอร์ให้เลือก ซื้อเบอร์2 กับเบอร์5 ก็ได้

เพราะใช้บ่อยสุด เวลาถมผนังรูปด้านแล้วก็เงา มันจะเนี้ยบกว่าปากกาหัวกลม

เพราะเส้นมันจะตรงเท่ากันมากจะใช้ก็หาไม้ปรรทัดเก่าๆมาขีดด้วยละกันเพราะ

มันลบไม่ออกเช็ดไม่ออก

      4 PILOT หัวกลม มันแท่งละ10บาท เหมาะกับงานที่ใช้กากๆ ตัดเส้นใหญ่ๆไปเรื่อย

เพราะหัวมันเป็นสักหลาดจะพังง่าย ไม่ควรเอาไปถมดำ เพราะเสียเวลามาก

      5 ROTTING เอาไว้ตัดเส้น เอาไว้เขียน หัวมันเป็นสักหลาดต้องอย่ากดแรงมาก

อีกยี่ห้อนึงที่่แนะนำ คือ UNI อันนั้นดีจริง แต่ด้ามมันไม่ไฮโซเท่ารอตติ้ง และมันหายไปแล้ว

 

 

ต่อไปเป็นปากกาสี

     1.ZIG เป็นปากกาสองหัวมีหัวเล็กกับหัวกลมที่เป็นสักหลาด มันมีข้อดีกว่าปากกาสีอื่นๆ

คือ 2 IN 1 แล้วหัวกลมสีมันจะเหมือนกับโคปิกคือระบายได้หลายรอบ สีมันจะไม่เข้มมาก

เหมือนเมจิกอื่น จะคล้ายๆกับระบายสีน้ำเลย เวลารีบๆก็เอามาเก็บเงา เก็บรายละเอียด

ตัดเส้นอะไรได้ ด้ามละ 45 (ถ้าซื้อร้านลุง) สีที่ควรซื้อไว้ถ้าไม่มีปัญญาซื้อทุกสีคือ

ดำ เทา น้ำตาล เพราะใช้บ่อย

      2. STAEDTLER  มีหัวเล็กกับหัวใหญ่ให้เลือก แต่มันพังง่ายชะมัด

      3. STABILO ดีกว่าสเต็ดเลอร์ตรงหัวมันพังยากกว่า มีสีให้เลือกมากกว่า

      4. ลิควิด เอาไว้ทำไฮไลท์ใหญ่ๆ  สะดวกกว่าการใช้โปสเตอร์ขาวเพราะมันขาวมากกว่า

 

หมวดปากกาเพนท์

     1. ปากกาเพนท์สีทองมักใช้มากกับลายไทยหรือตีบที่เปนสไตล์หรูหราประดับทอง

สะดวกกว่าใช้โปสเตอร์สีทองเราะสีมันทองมากกว่าและเป็ปากกา

     2. ปากกาเพนท์สีขาว มันจะควบคุมความสม่ำเสมอได้มากกว่าลิควิด เวลาที่ตัดเส้นขาว

ที่หัวโตๆ

     3.ปากกาเจลขาว M&G อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่ PENTEL เพราะหัวมันตันง่ายมาก

เราว่าเพนเทลเครื่องเขียนใช้ดีทุกอย่างยกเว้นปากกาขาวนี่แหละ เวลาทิ้งไว้นานมันจะแห้ง

ใช้ครั้งเดียวแล้วไม่เคยได้ใช้ต่อเลยเพราะเรามี5แท่งที่ซื้อมาแล้วใช้ไม่ได้

     4.สีไม้ จะเป็นสีขาว กับฟ้าอ่อนที่มักจะเอามาไฮไลท์บ่อย ใช้สีไม้ระบายน้ำเพราะมัน

จะระบายทับได้ถ้าผิด  ส่วนรายละเอียดของพร็อบก็เอาสีไม้แต่งบางที

 

 เสร็จแล้วก็พ่นสักหน่อย

            อันแรกเป็นFIXATIVE ใช้กับงานที่เป็นสีไม้ เพราะระบายทับได้

หรือว่าสีพาสเทลที่มักจะชอบหลุด

ข้อดีคือมันคือซึมดี และปกป้องภาพดีมาก เราเคยทำงานสีไม้ไป(สีไม้ระบายน้ำ)

แล้วเพื่อนมันมาดูและมันพูดน้ำลายกระเด็นใส่งาน เป็นดวงๆ เสียใจมากที่กุไม่พ่นเสปร์ยฟิกไป

เพราะมันระบายทับได้เรื่อยๆแต่ข้อเสียคือ มันแพง กระป๋องละ500มั้งถ้าจำไม่ผิด

แต่ว่าเราใช้มาตั้งแต่ปี1 ยังไม่หมดเลย  ขนาดใช้เปลือง มีให้เลือกสามแบบสำหรับสีน้ำ

 สีพาสเทล แล้วก็อะไรอีกอันนี่แหละ

           อันที่2 เปนแลคเกอร์ใส ส่วนใหญ่จะทำงานเสร็จแล้วจะพ่นอันนี้แหละ

เพราะมันถูกกว่า ราาประมาณ50บาทup แล้วแต่ยี่ห้อ  ข้อดีคือ มันจะทำให้งานดูดีขึ้น

เพราะมันจะเงาทำให้เหมือนสีน้ำเราเข้มขึ้น ปกป้องผลงานจากฝุ่นและแสงแดด

ข้อเสียคือ เวลาถ่ายรูปเฟลชจะสะท้อน พ่นสร็จแล้วงานจะเหม็นๆ ก็แก้ไขโดย

พ่นสเปรย์ปรับอากาศ (แนะนำเป็นกลิ่นสปาที่ขวดสีฟ้าของเกลด เป็นกลิ่นที่เราว่าดีสุดแล้ว)

มาพ่น ก็จะทำให้งานหอมและน่าดูจ้ะ ออ อีกอย่างถ้าพ่นเคลียรใสแล้วก็ระบายทับไม่ได้

 

 

เอาเป็นว่าจบเท่านี้ละกัน

เคล็ดลับอีกอย่างนอกจากอุปกรณ์พร้อมก็คือต้องฝึกบ่อยๆ แล้วมันก็จะสวยเองแหละจ้ะ

     

ดีใจ-ผิดหวัง

posted on 11 Sep 2009 11:28 by mintd  in MyProject

     คนเราเมื่อเจอกับความสุข ความทุกข์มันก็ต้องมีเข้ามาบ้าง อาจจะในกรณีของเรา

มันตรงมากๆ ปี4 มีอะไรเข้ามาทดสอบเราเยอะมาก เกียวกับผู้คน ปกติแล้วเราไม่ใช่คนที่

จะไปหาเรื่องใส่ตัวเลย เป็นคนโลกส่วนตัวสูงมาก แต่เมื่อมีเหตุให้ต้องรู้จักใครเราก็จะผูกมิตร

กับผู้คนได้ง่ายมาก ยกเว้นเรื่องเดียวที่เราค่อนข้างโง่มากถึงมากที่สุด " เรื่องเงิน"

เล่าเรื่องแย่ๆก่อนละกัน

    เมื่อวานนี้ไปงาน อินทีเรีย อินเทรนด์  ชวนเพื่อนไปไม่มีใครไปกะกุสักคน แต่ว่าเราก็ไป

เพราะเราอยากรู้ผลเวิคชอบ เป็นเวิคชอบที่เราไม่ได้รับความร่วมมือจาพื่อนในกลุ่มเท่าไหร่

แตว่าเราก็ทุ่มเทนะ มันเหมือนกับหัวข้อที่เราทำเลย เด็กกำพร้า  โปรเจคนี้เป็นเด็กกำพร้า

ที่น่าสงสาร เราเลยต้องทำมัน ไม่งั้นใครจะทำ เริ่มจากตอนที่ไปพรีเซนต์ตอนที่เป็นวีดีโอ

คนในกลุ่มไม่มีใครไปเลย คนรามันมีเหตุผลกันทั้งนั้นจะไม่สบาย งานเยอะ ....มากมาย

แล้วเราไม่มีเหรอ  เหตุผลที่เราทำงานนี้ก็คือ เราทำอะไรแล้วอยากทำให้ถึงที่สุด

เรียนอินทีเรีย งานมันก็เยอะอยู่แล้ว อดนอน ไม่สบาย เหนื่อย ไม่มีใคร่ไม่เป็นหรอก

    

     แต่ว่ามันเริ่มจากวันนั้นแหละ วันที่เราต้องนั่ง แท็กซี่400 เพื่อไปพรีเซนต์คนเดียว

แล้วหลังจากนั้น็ไมีใครสนใจโปรเคเลย บอกให้ทำโมเดล ก็บอกว่าที่ร้านมีเด็กถาปัดมา

เหมาโฟมไปหมดเลย ก็เลยไม่รู้ะทำยังไง เราก็บอกว่าถ้าทำเสร็จแล้วโทรมาบอกด้วยนะ

อีกคนก็หายไปเลยจากสารบบ พอโทรไปถามชื่อจะเอาใส่ชาร์ต ก็บอกชื่อ

แต่ไม่เคยถามกุเลย กุทำงานไปถึงไหน กุเหนื่อยไหม ให้ช่วยอะไรไหม 

ไม่มีๆ เราไม่ว่าหรอกแค่นั้น

 

    แต่พอได้ที่1  เรารู้ว่างานเรามันอาจจะออกแนวต๊องๆ ตีบไม่สวย 3ดีไม่เด้ง

เพราะเรา ไม่ได้เทพเหมือนคนอื่น คนในกลุ่มอาจจะทำ 3ดี สวยกว่ากุก็ได้ ไม่เถียง

แต่มึงก็ไม่ได้ทำไง ไม่ใช่เด็กแล้วนะที่กุจะต้องป้อนงานให้ทีละคน โทรมาสักนิดก็ก็ยังดี

โทรมาแล้วไม่ช่วยก็อ้างไปเรื่อย

มึงจะโทรมาทำไม?

 

     พอได้ที่1 เราบอกคนในกลุ่มว่า เราจะให้คนละแค่ 3,000 มันไม่แฟร์เหรอ

กับการที่ได้ชื่อที่1 เหรียญ เกียรติบัตร ตังอีก 3,000 และเหมือนเราจะให้เกินไป

1,000 ด้วย มันแย่มากเลยเหรอที่เราทำแบบนี้

เคยมีใครสนใจความรู้สึกเราไหม ที่เราต้องทำมินิทีสิสไปพร้อม โปรเจคนี้

เราต้องปั่นวันเดียว ทั้งตีบ รูปด้าน แปลน ไม่มีใครรู้หรอก เราไปซื้อดินน้ำมันมาสองร้อยกว่าบาท

เพื่อปั้นช็อตไม่กี่ช็อต ในหนังสั้น เราไม่ได้นอนมาสามวันเพื่อทำโปรเจคเด็กกำพร้าที่ไม่มีคนรัก

คนในกลุ่มไม่สนใจ

 

   แต่........ กุเจ็บใจ ที่มันมาขอตังเพิ่ม 8,000บาท  กุไม่ได้งก  

ขอแม่เดือนนึงก็ปาไปเกือบสามหมื่นแล้ว เพราะช่วงนี้ทำทีสิส กับเรียนพิเศษ

มึงไม่เคยคิดอยากคุยกะกุเลยสักนิด แต่ก็รวมหัวกันเพื่อจะมาบอกเรื่องนี้

ทำให้เราเจ็บช้ำมากอ่ะ มันเสียความรูสึกสุดๆเลย อยากจะเขวี้ยงโทรศัพท์ทิ้งเลย

ตอนมารับรางวัลก็ไม่ได้มา แล้วตอนตกลงกันที่ 3,000 ก็ไม่ได้บ่นสักคำ 

เราถามแล้วว่าจะเอาเท่าไหร่ ก็บอกว่าแล้วแต่เรา เราบอกอาจาย์

ของมหาลัยเพื่อนคนนั้นไปแล้วด้วย อาจารย์ก็รับทราบแล้วบอกว่าเราทำถูกแล้ว

 

          เราผิดหวังมากๆที่โดนแบบนั้น รู้ไหมว่า เราไม่ได้คาดหวังที่1เลย

เรารู้ว่าเราไม่ใช่คนที่วาดรูป เก่งมากมายอะไร ไม่ใช่คนที่คอนเซ็ปเป็นเลิศ

แต่เอาข้อมูลมารวบรวมให้คนอื่นเข้าใจได้ง่าย คนในกลุ่มเองยังไม่คิดว่าจะได้ที่1

เลยด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นแค่โครงการเล็กๆง่ายๆ

แต่เรา เสียใจจริงๆที่เป็นแบบนี้ ถ้ากลุ่มเราไม่ได้เงิน 30,000  ทุกคนก็คงไม่ทำแบบนี้

ถ้าเกิดว่าผ่านมาเจอล่ะก็   เงิน 23,000 เราเอาไปทำบุญแล้ว เราจะไม่พูดอะไรอีก

เสียความรู้สึกมาก

 

      ส่วนเรื่องดีๆ ก็คือเราเจอเพื่อนที่เรียนสถาปัตย์ภายใน ม.มหาสารคาม

ที่เราเคยฝึกงานด้วยกัน คงเป็นดวงที่สมพงศ์กันที่เราเจอกันสามครั้ง  ก็บอกว่าวงการมันแคบ

คนมันมีแค่นี้ แล้วพวก....ยังมาทำแบบนี้กะกุ  (ช่างเรื่องนั้นไปเหอะ)

การที่เราสิงอยู่ที่หอมานาน ทำให้เรามีความสุขขึ้นมา การที่ได้เจอเพื่อนที่เข้าใจ

จากมหาลัยอื่น รุ่นน้องที่ มหาลัยก็น่ารักตามมาเชียร์ด้วย อยู่เย็นมากๆ เพราะประกาศผล

 5โมงกว่าๆแล้ว ฝนก็ตกไม่หยุด  รุ่นน้องมาให้อธิบายวิธีทำโปรเจค ซี ดี พี ว่ามันเป็นยังไง

จริงๆภาษาไทยมันก็อธิบายได้ แต่ไม่รู้ทำไมยิ่งเราเรียนไปก็จะบรยายด้วยภาษาไทย

ที่เข้าใจยาก และภาษาอังกฤษที่น้องมันไม่เข้าใจ มันเลยมาให้เราอธิบายห้ฟัง

เราดีใจนะที่มันมาถาม ถ้าเราช่วยใครได้ก็อยากจะช่วยเท่าที่ช่วยได้แหละ

 

  ขอบคุณอาจารย์จาก สถ.มหาสารคามนะคะ ใจดีเหมือนเราเป็นเด็กในคณะเค้าเลย

แถมมาถ่ายรูปให้ด้วย อาจะเพราะเราเป็นเพื่อนกับลูกศิษ์เค้าด้วยมั้ง แต่เป็นอาจารย์ที่

ใจดีมากจริงๆ อาจารย์มหาลัยเราหายไปตอนบ่าย ก็แอบเหงา แต่เราก็ไปสิงป็นเด็ก

ม.มหาสารคามชั่วคราวที่บูทเค้า ทุกคนน่ารักมากๆ แม้งานจะเงียบเหลือเกิน 

เพื่อนเราที่อยู่ ม.มหาสารคาม ทำตู้โทรศัพท์ได้ที่2

เราก็ดีใจมากๆกับเพื่อนด้วย อาจจะเพราะเพื่อนๆกับรุ่นน้องและอาจารย์ละมั้งที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น

 

แม่.......ที่จะขาดไม่ได้ ไม่ว่าเราจะโทรไปบ่นให้แม่ฟังยังไง

ขอตังมาทำโปรเจคเยอะแค่ไหน แม่ก็จะช่วยเราเสมอ ตั้งแต่เรียนมหาลัยนี้ใช้เงินเยอะมาก

เราก็ไม่ค่อยได้ทำเรื่องให้ท่านภูมิใจมากนัก

แม่ก็ดีใจกับรื่องที่เราได้ที่1 ได้สักชั่วโมง พอเราโทรไปบอกเรื่องเพื่อนในกลุ่มแม่ก็เริ่มกลุ้มๆ

เหมือนเรา ต้องขอโทษด้วยนะคะแม่ ท่านแม่ของลูกดีที่สุดในโลก......*-*