mintd*-* View my profile

"กลับมาเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัวแล้ว"

 

ทำตัวขี้เกียจมากกว่าตอนที่ทำงานออฟฟิสอีก บางทีก็ไม่เข้าใจตัวองเหมือนกัน

อารมณ์ผีเข้าผีออก ไม่อยู่ในหมวดปกติ 

จริงๆก็รู้แหละว่าเราทำตัวแย่ ไม่ขยัน ผ่านมา1อาทิตย์แบบเฉื่อยๆ

 

คือ ปกติจะปั่นตีฟเป็นพายุ ปั่นแบบ เพื่อนว่าเราอึดไปป้ะเนี้ย?

อยู่ๆจะทำวันละ 7ตีฟ  (คิดได้ไง)

ตอนจะทำคือลืมคิด เวลายุ่งๆ โหมดไตร่ตรอง คือพังมาก

หลังจากอยู่ออฟฟิส มาตรฐานการทำงานของเราก็สับสน

บางทีก็ไม่แน่ใจว่าชาวบ้านเค้าทำได้เท่าไหร่?

แต่คนในออฟฟิสดันทำได้ (ห้ามบ่น ห้ามอ่อนแอ ห้ามงอแง)

สตร็องเท่านั้น

 

พอแก่ประมาณนึง มันก็จะมีคำถามกับตัวเองว่า "นี่เราทำงานไปเพื่ออะไรฟระ"

คือ ไม่ใช่ว่าเราเกี่ยงงาน หรือว่าขี้เกียจสันหลังยาวอะไรนะ

เมื่องานมันวนลูปอยู่ในโซนเดิมๆ ปัญหาที่แก้ไม่ตก 

นอกจากทำงานแล้วก็อยากมีเวลาให้ตัวเองไรเงี้ย?

ก็เลยคิดว่ามาทำฟรีแลนซ์ ให้เรามีเวลาทำอะไรของเรามั่งดีกว่า...

 

เรื่องการแบ่งเวลา สลับรางนี่เราว่าเราค่อนข้างเชื่ยวล่ะ

(มันเป็นอะไรที่อนาถใจมาก) ไม่ควรทำบ่อยๆ

เพราะรู้สึกเหมือนอายุสั้นลงทุกครั้งที่พยายามจะทำ

อารมณ์แบบว่า โดนทวงงานตอนเช้า แล้วยังไม่ได้เริ่มทำเลยสักกะนิด

เพราะมัวไปปั่นอย่างอื่นอยู่ แล้วต้องส่ง (ควรจะเครียดแล้วใช่มะ แกทำตัวเองนิ)

แต่ด้วยความด้านชา (สมองตายด้านไปแล้ว)

อันนี้พูดจริงๆนะ เรามันพวกประสาท

 

พอรับโทรศัพท์ "ค่าๆ เดี๋ยวจะส่งงานให้พรุ่งนี้นะคะ"

เดี๋ยวก่อน.... แกยังไม่ได้ทำเลยไม่ใช่รึ?

แต่มันคือความนิสัยเสียส่วนตัว (ห้ามลอกเลียนแบบ)

ไอ้เรื่องไม่ดีไม่แนะนำให้เลียนแบบ เพราะจริงๆก็ยายามจะเลิกอยู่นิสัยชิวๆ ไม่รู้เรื่องของตัวเอง

ใครที่เครียดๆนี่เจอเราอาจจะปวดขมองตาย

เพราะเรามันชิวจนวินาทีสุดท้าย ชิวแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ

....แต่ว่า งานเสร็จ (คือก็เสร็จแบบ งงๆ)

 

ไอ้คนอย่างเราเนี้ยนะ โคตรจะไม่เหมาะสมกับการทำออฟฟิสเลย

บางทีเราก็รู้สึกอยากไล่ตัวเองออกมาตั้งนานแล้ว การที่ต้องไปเช้าๆ

หรือต้องนั่งออฟฟิสทั้งวันเนี้ยโคตรจะไม่ใช่ตัวเราเลย

เราล่ะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่ถึงอยากให้เราเป็นอาจารย์

เราจะไปสอนใครได้น้า ตัวเองยังบังคับไม่ได้เลย

รู้สึกว่าใครที่ได้มาเรียนกับเราเนี้ยโคตรซวยแน่ๆ

แต่กว่าจะถึงเวลานั้นเราจะพยายามเนียนๆให้ถึงที่สุด

 

 

ตอนนี้มีงานอดิเรกใหม่นอกจากวิ่ง

 

นั่นก็คือ เลี้ยงไม้กระถาง

กระบองเพชร ซัคคิวแลนท์ ทิลเลนเซีย 

จริงๆก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากสเปรย์น้ำวันละครั้งยกไปตากแดดที่ระเบียง 

แล้วก็ดูมันไม่ให้แห้งตาย

ตอนแรกก็จะไปซื้อมาเพิ่ม แต่ด้วยความขี้เกียจ เราไปวิ่งจตุจักรทุกวัน

แต่ถ้าให้แบกต้นไม้วิ่งก็ลำบาก เลยไม่ได้ไปดูซักที

หืม! นี่มันครบอาทิตย์ที่ซื้อมาแล้วนี่หว่า ไวมาก...

 

ตอนแรกก็ไปวิ่งนี่แหละ แต่ด้วยความที่เราอยากซื้อมานานและ

แต่แค่เวลาจะนอนยังไม่มี ก็เลยไม่ซื้อมาเลี้ยง

ได้แต่เสิจรูปใน pinterest เสิจจนคนคงคิดว่าเรามันนักเล่นกระบองเพชรตัวยง

"เปล่าเลย" คือทำได้อย่างมากก็เอาต้นไม้ที่ชอบไปใส่ในตีฟลูกค้า

ไหนๆก็พอมีเวลาละ (จากการอู้งานที่ค้างทั้งหลาย)

เราวิ่งเสร็จ 8โมง ก็เลยไปเดินจตุจักร

(ยังไม่มีร้านเปิดเลยจ้า....)

เดินแกร่วจนเกือบ 9โมง แดดอย่างร้อน

ร้านถึงเปิด ก็เลยได้มานิดหน่อย 3ต้น100

แถมกระถางที่เราว่ามันใส่อะไรไม่ได้นอกจากพวกทิลเลนเซีย

ก็ได้มาอย่างที่เห็น 

 

เป้าหมายต่อไป คือการจัดห้องแนวมูจิ

เซ็นๆ เท่าที่จะเอื้ออำนวย รู้สึกต้องโละของออกไปบางส่วนเพื่อความเซ็น

นี่คือบริจาคไปเยอะก็ไม่หมดสักที

การ์ตูนนี่คือ ห้าม... ทิ้งก็ทำใจไม่ได้

นี่งดไปงานหนังสือมา2ปีละนะ

เหตุผลคือเราชอบซื้อมากอง กว่าจะได้อ่านนี่เกือบครบรอบงานหนังสืออีกที

ก็เลยคิดว่า เปลืองเงินเปล่าๆ

 

อ้อ...

ช่วงนี่้ไปวิ่งจตุจักร คนแบบว่ามหาศาลมาก

คิดว่าเยอะกว่าช่วงก่อนๆ ไม่รุเพราะปิดเทอมหรือว่าอะไร

พวกนักวิ่งหน้าเก่าเราก็จำได้ เพราะเจอทุกวัน 

แต่ก็มีคนใหม่ๆมาวิ่ง เยอะเหมือนกัน

มีเจ้คนนึง ที่เราเจอเกือนทุกวัน เราเดินมาจากคอนโด

แล้วเจอเจ้เค้าปั่นจักรยานมา แกเป็นที่น่าจดจำมาก

ด้วยท่าวิ่งและการแต่งตัวของแก แกจะวิ่งเหมือนหลังค่อม (แต่ไปเร็วมาก)

อย่่างน้อยก็ pace6 เพราะเราวิ่ง pace7 ตามแกไม่ค่อยจะทัน 

แล้วแกจะชอบใส่เสื้อยืดๆลายดอกที่มีระบายๆ กับกางเกงขาสั้นสีดำ

แล้วแกก็จะแซงเราไปทุกรอบตลอดจนไม่แน่ใจว่าแกไปวิ่งลัดมาจากทางไหนรึเปล่า?

เพราะทุกทีเราก็วิ่งรอบเต็มที่ประมาน 3กิโล

ทำไมแกวกมาเร็วงี้

.

.

คือ ช่วงนี้ก็เลยเพิ่มความเร็วอยู่ 

เหมือนจะดีขึ้นตามเจ้แกมาติดๆ

เจ้แก ถือเป็นไอดอลเราเลย

แล้วก็ถ้าไปวิ่งเช้า เสาร์-อาทิตย์ 

ก็จะมีแก็งค์ที่ไปวิ่งเป็นทีมเยอะมาก

แต่ละคนนี่เทพ ตามไม่ทันเลย

ที่เห็นวิ่งเนิบๆ นี่ไม่ช้านะ คือ เหมือนจะไม่เร็ว แต่เร็ว

อย่างน้อยคือ 10กิโลอัพอะ เพราะเราไปวิ่งมาสามรอบก็ยังเห็นเค้าวิ่งกันอยู่เลย

.

.

บางทีเราก็อยากแบ่งปันโมเมนต์การวิ่งกะชาวบ้านบ้าง

แต่แบบคนใกล้ตัวเรานี่ไม่มีใครอินเลย

มีเพื่อนเราคนนึงอย่างมากก็วิ่ง5โลเงี้ย

พอชวนไปงานวิ่งก็กลัวว่าจะวิ่งไม่ทันวิ่งรั้งท้าย

สรุป เวลาไปงานวิ่งก็ไปคนเดียว เป็นการชิวตามลำพัง

.

.

ไปวิ่งสวน ก็ไปวิ่งคนเดียว

คนที่ออฟฟิสก็ไม่มีใครวิ่ง

(ลำพังจะปั่นงานออฟฟิสก็จะแย่ละ ใครจะไปวิ่งได้ทุกสถานการณ์แบบเรา)

เราว่าที่ทุกวันนี้เราปั่นงานได้ก็เพราะวิ่งนี่แหละ

เราว่าการวิ่งทำให้เราเข้มแข็งขึ้น

ไม่ว่าจะงานยากอุปสรรค เยอะ คอมเมนต์จุกจิกน่ารำคาญ

เราก็รู้สึกว่ามันก็แค่นั้น

การวิ่งเหมือนการพยายามเอาชนะใจตัวเอง

เราต้องตัดสินใจทุกย่างก้าวว่าเราจะไปยังไง

วิ่งแบบมีสมาธิมีสติ

(อันนี้ไม่ได้เวอร์)

การวิ่งในสวนนี่แบบหลบคนนี่ต้องเหมือนเป็นโหมด ออโต้มาก

ตอนแรก โคตรเกลียดเลย คนเยอะแยะไปหมด 

ตอนหลังๆเริ่มสนุก เหมือนเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่กระโดดๆ

พยายามนึกว่าตัวเองเป็นเกมมาริโอ้ อะดิ...

.

.

.

นาฬิกาเตือน6โมง ขอไปวิ่งซักแปป

นั่งรอเรนเดอร์มาหลายรูปละ

วิ่งซัก ชั่วโมง เวลานี้น่าจะไม่ร้อน

 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend