mintd*-* View my profile

ไม่ได้เขียนมานานมาก อัพมา3รอบแล้ว พิมพ์ใหม่น้ำตาจิไหล

ถ้ารอบที่4เมื่อไหร่ ร้องไห้แน่ แต่ยังอัพอยู่เพราะรู้สึกแค้น เพราะsave draft ไม่ได้

 

ไปดูเรื่อง ฟรีแลนซ์ฯ ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเลย

คือตั้งใจม๊ากกก.... แต่ชวนเพื่อนไม่มีใครไปด้วยเลย เลยไปคนเดียว

รอบ4โมง มีนักศึกษาไปเต็มเลย แต่ไม่ขนาดเต็มโรงอะไร

วันพฤหัสใครจะว่างไปดูตอน4โมงกันล่ะฮ้า (เอ่อ...เราไง)

 

 

ไปดูแล้วแบบ  เอามือชี้จอ   ไอ้ยุ่น นี่มันเราชัดๆ

แต่เราไม่หักโหมขนาดนั้นนะ 

ไม่เหมือนเป๊ะๆ  แต่เรื่องอดนอนแล้วผื่นขึ้นนี่ก็เป็น แถมสิวขึ้นอีก

มีครั้งนึงมีคนในคอนโดสวยๆ ทักเราว่าไปทำไรมาทำไมสิวเห่อขนาดนั้น

แต่โมเมนต์ประมาณว่า (มรึงไม่ต้องทักเหอะ กรุรู้ กรุอดนอนพอใจยัง)

เค้าก็พูดแบบว่า "แนะนำได้นะคะทำอะสักอย่างเกี่ยวกับพวกความงามเนี้ยล่ะ"

เรา (รู้สึกขอบไตมากๆ) ขั้นกว่าของขอบใจไปละ ช่างมันเหอะเรื่องนั้น 

ตอนนี้ไปหาหมอ หายละ ไม่ต้องมาทักแล้วนะ สวยแล้ว ขอบไตมาก

.

.

.

 

ปฏิทินของยุ่น

.

.

.

ปฏิทินของM

 

อาจจะดุฟริ้งฟริ้งกิ๊งก่องแก้ว อุดมไปด้วย post-it หลากสี

แต่2อาทิตย์ที่ผ่านมา ยุ่งนรกแตกมาก

ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำตีฟได้มากขนาดนั้น 

post-it เยอะจะเอาไปถมบ้านได้อยู่ละ 

นี่ก็เอามารีไซเคิล รองแก้วแทนทิชชู่ เช็ดโน่นนี้ก่อนทิ้ง

 

 

เรื่องวิ่ง

เดือนที่แล้วไปงานวิ่งครั้งแรก

งาน Aday ลงไว้ 5km

ติด100คนด้วย แต่ว่า 5km มันแค่วิ่งขำๆเลยไม่มีจดสถิติอะไร แต่ดูจากรูปเข้าประมาณตี5กว่าๆ

เกือน6โมง รูปวิ่งนี่หน้าตาเหนื่อยอุบาทว์มาก ไม่กล้าจะโพสเฟส เผยแพร่อะไรเลย

 

ส่วนเดือนนี้มีลง 10Km งานเภสัชจุฬา 

ซ้อมมานิดหน่อย เวลายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เหลืออีก 2วัน

จะพยายาม ให้ได้ประมาณ 1ชม ละกัน

ตอนนี้เกินมา 13 นาที เพราะตอนแรกๆวิ่งช้า จะมาสปีดหลังๆก็ไม่ไหวละ

 

 

เรื่องร้านกาแฟ

ร้านนี้เพิ่งเปิดมาได้ประมาณเดือนกว่าๆ 

ร้านหอม อยู่พหลโยธิน18/1 แยก3

ข้างๆคอนโด เราเนี้ย

ตอนแรกไปมันทุกวันเลย วิ่งเสร็จ 8โมงก็ไปเป็นลูกค้าคนแรกเลย

หลังๆเริ่มไปมั่งไม่ไปมั่ง เค็กอร่อยดี กาแฟก็อร่อย บรรยากาศชิวๆ

วันเสาร์เราชอบเอาการ์ตูนไปนั่งอ่าน

 

ไททัน ตอนนี้อ่านไปได้ 13เล่ม 

เป็นการ์ตูนที่อ่านแล้วแบบตื่นเต้น ตกใจ ซีเรียส นั่งคิ้วขมวดอยู่คนเดียว

โหดร้าย ซาดิส ป่าเถื่อน โอ๊ย......อะไรมันจะอิมแพค กระชากสติขนาดนั้น

 

ยังไม่ได้อ่านต่อเลย หาเล่ม15ไม่เจอแล้วด้วย คาดว่ามีแววต้องซื้อใหม่

คือตอนไปซื้อก็ซื้อเป็นเซ็ตมา จำได้ว่ามี15เล่ม แต่พอจะอ่าน ไม่รุไปอยู่ไหน

 

 

 

เรื่องออฟฟิส

 

ไม่เคยคิดว่างานออฟฟิสมันจะหนุกขนาดนี้ 

ปกติเราไม่ชอบทำออฟฟิสเลย (บอกตามตรง)

ใครที่มันเป็นฟรีแลนซ์คือไม่ชอบทำงานประจำนั่นแหละ คือต้องเห็นว่าฟรีแลนซ์มันดีกว่า

ไม่งั้นจะออกมาทำไม

.

.

.

แต่ข้อดีของออฟฟิสก็มีหลายอย่าง

  • เวลาทำงานไม่ทัน หรือมีปัญหาก็จะมีคนช่วย แต่ก็ไม่ควรขอความช่วยเหลือมากเกินไป

  เพราะจะทำให้เราขี้เกียจหวังแต่พึ่งคนอื่น

  • มีคนให้บ่นหรือพูดด้วย ไม่เหงา
  • เป็นทีมเวิค อยู่แล้วรู้สึกมีกำลังใจ
  • มีคนสอน มีคนดุ มีคนบ่น (เวลามีคนบ่นหรือดุแล้วรู้สึกว่าเรานี่มันต้องปรับปรุงมากกว่านี้นะ)

แต่ให้ทำประจำก็ขอคิดก่อนนะ 

สอบหัวข้อทีสิส ลงทำเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำอะไรต่อเลย 

มีแค่ข้อมูลที่ขอมาจากพี่คนนึง ยังไม่ได้เอามาเรียบเรียงอะไรเลย.

 

.

.

.

บางทีเราก็สงสัยมาก ว่าทำไมคนอื่นชอบมาขอความช่วยเหลือเรา

.

.

.

เอ่อ เรามีประโยชน์ มั้ง ไรเงี้ย

.

.

.

ไอ้ครั้น จะไม่ช่วย ก็ไงๆอยู่

.

.

.

แล้วเราก็ไม่เคยคิดเลยนะว่าต้องมาตอบแทนอะไร

 

ล่าสุด มีพี่คนนึงให้มาช่วยทำตีฟงานนอกเค้า

เราก็สอนเค้าทำ ทำไปทำมาจนเกือบเช้า เพราะคอมเค้ามันไม่ไหว เด้งตลอด

ก็เลยเอามาทำให้เครื่องตัวเอง (ในใจก็คิด นี่เอามาทำให้2ชม. เสร็จแล้วไหมเนี้ย?)

.

.

.

คือรู้อยู่ว่าเป้นความคิดที่ใจร้ายมาก 

.

.

แต่ที่ช่วยเพราะ เราเคยผ่านมาละไอ้ช่วงที่รับงานนอกใหม่ๆแล้วต้องนั่งทำ 3dในnotebook

แล้วเป็นร้านอาหารด้วย เก้าอี้จะเยอะไปไหน จอก็มองยาก sony สีก็เพี้ยนอีก ต้องเอามาดูสีใน ipadอีก

อะไรก็ไม่เป็นใจสักอย่าง เครื่องมือไม่สู้ แต่ใจสู้มาก

.

.

.

ตอนที่เรายังห่วยกว่านี้ก็มีคนคอยสอน กว่าจะได้มาจนถึงทุกวันนี้

ถ้าเค้าทำได้เค้าคงไม่มาขอให้เราช่วยหรอกมั้ง

.

.

.

แต่ที่เราพูดถึงพี่เค้าไม่ใช่เรื่องไร คือ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า

เราช่วยคนแล้วพี่เค้ากระตือรือร้นในการหาข้อมูลทีสิสมาให้เรามาก

พี่เค้าเป็นรุ่นพี่ ป.โท เรานี่แหละ แต่ส่วนใหญ่เค้าทำ sketchup ไม่ค่อยได้ทำ 3d

เพราะคอมเค้ามันไม่แรงเลยทำเท่าที่ทำได้ก่อน

.

.

.

เราซึ้งเลยอ่า ไม่เคยมีใครกระตือรือร้นช่วยเราขนาดนี้ ทั้งที่เราแค่พูดเปรยๆไว้ว่า

"พี่ค่ะ เดวหนูขอข้อมูลมาทำทีสิสนะ"

พี่เค้าก็ไปเซฟมาให้หมดเลย (โคตรใจอะ)

.

.

.

เราช่วยคนมาก็เยอะ เพิ่งมารู้สึกซึ้งครั้งแรก

 

มันให้ให้เรารู้สึกว่า "เราไม่ควรลืมจุดที่เราเคยผ่านมา"

คนเรามันมีเส้นทางที่ไม่เหมือนกัน จะไปดูถูกคนอื่นว่าห่วยกว่าเรามันไม่ดี มันไม่ใช่ด้วยแหละ

เรามีความสามารถที่แตกต่างกันคนละด้าน เราเริ่มไม่เท่ากัน สถานะไม่เหมือนกัน

ไม่ควรสำคัญตัวผิด เราไม่ใช่ที่สุด เรามั่นใจในตัวเองได้ แต่ไม่ควรไปข่มใคร

 

สองสามเดือนนี้ได้ทำอะไรใหม่ๆเยอะมาก

ได้เจองานที่ท้าทายหลายๆแบบ

เหนื่อยโคตร บ่นสารพัด รู้สึกเหมือนร่างจะแหลก

แต่ก็ยังไม่ตายนี่หว่า ยังสบายดี รู้สึกว่่าเรามันอ่อนหัดซะยิ่งกว่าใคร

.

.

.

แอบนินทาพี่กีฟ เผื่อแกมาแอบอ่าน

วันก่อนยังพูดถึงบลอคเราไม่รู้มาอ่านรึเปล่า

แต่ถึงอ่านเราก็ไม่กลัวนะ เพราะเราคิดยังไงเราก็พูดอย่างงั้น

.

.

.

เลยดูเป็นพวกไม่เคารพไปบ้าง แต่จริงๆเราเคารพนะ

เราได้งานที่ต้องทำproject คู่กับพี่กีฟซีเนียร์หลายอัน

ก็เลยได้คุยกันบ่อย พี่กีฟก็ยุ่งๆเป็นปกติอยู่แล้ว แต่แกไม่เคยพุ่งปรี๊ดแตกอารมณ์ขึ้นใส่เลย

ก็มีบางทีกวนประสาทเราบ้างบางทีที่เราไม่ได้อยากเล่นด้วย

แต่เมื่อไม่นาน มีความรู้สึกแบบว่า "ทำไมแกบ่นเคี่ยวเข็ญอะไรเราจังวะ?"

บางทีก็เบื่อแกเหมือนกัน แต่ทำไมรู้สึก "เอ้ย พี่เค้าอุส่าห์เคี่ยวเข็ญช่วยเราตั้งหลายเรื่องเลย"

เรารู้อยุ่แล้วแหละว่าเรามันยังไม่เก่ง เวลาเราดีไซน์ แล้วคนอื่นเอาไปมองแล้วขำๆ

เป็นใครก็รู้สึกไม่ดีทั้งนั้นแหละ แต่ว่าไม่ใช่ดิ ชีวิตเราถ้าเจอแค่นั้นก็เฟลมันก็ไม่ประสบความสำเร็จสิ

ก็แก้ไป พยายามต่อไป ปีนี้ยังห่วย เดือนหน้า ปีหน้ามันก้จะดีขึ้น

เราติดนิสัยไม่ดีหลายอย่าง ที่บางทีก็ไม่รู้ตัว

แต่ก็ดีที่มีคนในออฟฟิสช่วยทำให้เรารู้ตัว 

พวกโลกส่วนตัวสูงนี้มักจะมีเรื่องนิสัยเสียหลายๆเรื่อง แบบไม่รู้ว่าคนอื่นปกติเค้าทำยังไง

แบบคนในออฟฟิสชอบแกล้งทำตัวโหดร้ายเอามากๆ รู้สึกเหมือนเป็นพวกซาดิสยังไงไม่รู้

โดนเมินก็ต้องแข็งแกร่ง บางทีเอาคำพูดบางอย่างไปพูดกับคนอื่น แล้วมันฟังดูรุนแรงเหมือนกัน

เพราะว่าโดนจิกใส่บ่อยๆ แล้วต้องทำตายด้าน

จนตายด้านไปจริงๆ จนรู้สึกสนุก (เฮ้ย ตรรกกะเริ่มเพิ้ยนละ)

เห็นไม๊ ออฟฟิสสนุกจะตาย  แต่ขออยู่บ้านทำทีสิสมั่งเหอะ

.

.

.

เอ่อ....มีตีฟต้องส่งนี่หว่า กำ

ไปละ

Comment

Comment:

Tweet

Recommend