mintd*-* View my profile

- R U N -

 
กลับมาเขียนหลังจากหายไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่รู้สึกว่าน่าจะนานเพราะตั้งแต่ไปบ้าวิ่งมา
ก็ไม่ได้เขียนบลอคเลย(เดาว่างั้น) ตั้งแต่ที่ออฟฟิสมีตีแบททุกวันจันทร์ ก็ไปซุ่มซ้อมกับเพือน ไปฝึกวิ่ง
รับลูกแบท ตอนแรกแค่ไปวิ่งในฟิตเนส แต่ต่อมาเริ่มจริงๆจังหาข้อมูล เลยเถิดไปวิ่งในสวนสาธารณะ
 
นานๆทีจะไปวิ่งที่สวนจตุจักร เพราะขี่เกียจนั่งมอไซค์กลับมาคอนโด แล้วระหว่างกลับก็ติดซื้อน้ำมะม่วง
ตรงสถานีBTS เพราะต้องข้ามถนนกลับบ้านทางนั้น ไปวิ่งทีนึงเสียเงินอย่างต่ำ 60 บ. ละ
เดี๋ยวก๋ซื้อน้ำอโวคาโดกับบีทรูทกับมาอีกล่ะ เป็นร้อยละทีนี้วิ่งอยู่ฟิตเนสดีๆก็ไม่เสียละ 100บ
 
แต่บรรยากาศมันไม่ได้ไง การวิ่งในสวนนี้คือมาดูผู้คน สูดอากาศสดชื่นอะไรทำนองนี้มากกว่า
บางทีคนก็เยอะเร่งสปีดลำบากเพราะโดนบล็อคหลายทาง แล้วเย็นวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์
คนจะเยอะแถวซีกใกล้สวนจตุจักร เราะเป็นพวกวิ่งรอบใหญ่ในสวนมันเลยต้องชะลอเวลาเจอช่วงคนเยอะๆ 
วิ่งไม่ง่ายเลย จะเดินก็ทำเวลาไม่ค่อยได้ด้วยสิ 
 
ตอนแรกเราก็วิ่งไม่เคยจับเวลาอะไรเลย แต่เพิ่งโหลด apps NIKE RUNNING มาได้สัก เกือบ 3เดือน
ตอนนี้ได้ระดับสีเขียวแล้ว 250กิโล แต่ระดับต่อไปนี้ยากกว่านะ สีน้ำเงินต้องวิ่งได้ 1พัน กิโล
คงอีกหลายเดือนอะ  เพราะเดือนนึงอย่างมากเราคงวิ่งได้แค่ 200กิโล  
เวลาวิ่งเยอะเกินบางทีก็วิ่งไม่ออกบ้าง วันนี้ลองพัก
แล้วมาวิ่งทำสถิติดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ หรือเพราะว่าวิ่งทุกวันเลยชินก็ไม่รู้ เรื่องปวดขาก็มีนิดๆหน่อยๆ
เริ่มจะชินแล้วมันไม่ได้ปวดรุนแรงจนเดินไม่ได้อะไร แค่เมื่อยๆเฉยๆ วันนี้ว่าจะไม่วิ่งแต่เหมือนมันขาดๆ
อะไรไปสักอย่างเลยต้องวิ่ง เหมือนอยู่บ้านนอนเล่นเฉยๆไม่เป็นแล้วอ่ะ
 
ช่วงปลายเดือนนี่คือวิ่งแทบจะทุกวันเลย ถ้าอยากวิ่งเยอะๆต้องไปคนเดียว
เพราะไปกับเพื่อนทีไรจะกลายเป็นการหาเรื่องกิน และไปวิ่งติ๊ดเดียว แต่ก็สนุกดีนะมีเพื่อนไปวิ่ง
แต่เพื่อนเราดันไม่ได้จริงจังกับการวิ่งเท่าเรา เลยจะไปวิ่งทำสปีดหรือว่าวิ่งติดต่อกันนานๆก็ไม่ได้
วิ่งเอาขำๆพอได้อยู่ ช่วงนี้ก็เลยไม่ได้ชวนใครไปวิ่ง แล้วฝนก็ตกทุ๊กวันเลย วิ่งแต่ในฟิตเนสตลอดเลย
 
มีเมื่อวานฝนตกปรอยๆตอนกลับจากเซ็นทรัล แต่พอเดินได้อยู่ เลยเดินกลับผ่านสวนจตุจักร
อากาศดีม๊าก ไม่ค่อยมีคนวิ่งด้วยเพราะสงสันฝนตกปรอยๆ แต่มันก็ดึกด้วยแหละ สองทุ่มกว่าแล้ว
ประตูสวนจตุจักรใกล้ป้ายรถเมล์ ถ.วิภาวดี จะปิดตอน2ทุ่ม
ถ้าเลยต้องเดินเข้าถัดมาอีกประตู ที่เป็นป้ายสวนจตุจักร ที่จะเปิดประตูเล็กๆไว้
 
บางวันเราก็ตื่นเช้าพอที่จะไปวิ่งที่สวนได้ ต้องตื่นก่อน 6โมง เพราะว่า ไปวิ่ง 6.30น.
ตอนเช้า กลับมาอีกทีก็ 8.30น. แล้ว แดดกำลังมาร้อนเปรี้ยงเลย
เคยเอาหมวกไปด้วยแต่ไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่ เวลาเหงื่อแตกต้องถอดออกมาพัดๆ กลัวลืมด้วยเสียดายของ
ถ้าวิ่งตอนเช้าเราจะเดินกลับคอนโด เพราะบรรยากาศน่าเดิน หมายังไม่ตื่นมากัด
(แถวเลยช่อง7มาหน่อยหมาดุโคด) เป็นหมาที่หาเรื่องกัดคนไปทั่ว วินมอไซค์ยังกลัวเลย

พอตื่นเช้าเราก็จะเห็นอะไรที่ไม่เคยเห็น เวลาห่างกันแค่ 30นาที
บรรยากาศนี่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย ตื่นมาเจอร้านอาหารที่กำลังเตรียมของเปิดร้าน
เจอคนตื่นมากวาดหน้าบ้าน ตื่นมาก่อน รปภ.เข้าแถว มาเจอ พนง.7-11กะดึก
ที่เราว่าชงกาแฟอร่อยกว่าคนที่อยู่กะเช้า-สายๆ เพราะสั่งว่ามอคค่าไม่หวานทีไรไม่เข้าใจซักที
หวานตลอด
 
สำหรับคนที่อยากจะวิ่ง เราว่ามันดีมากๆเลย การวิ่งมันไม่ต้องหาเหตุผลอะไรมาก
เหตุผลเยอะๆ ไม่ต้องวิ่งจะดีซะกว่า เท่าที่เราคุยกับคนที่วิ่งๆ มันเหมือนเป็นอะไรสักอย่างที่ขาดไม่ได้
เริ่มจากไม่ได้ชอบวิ่งหรอก แต่พอไปๆมาวิ่งแล้วเลิกไม่ได้ซะงั้น นอกจากว่าเจ็บขาวิ่งไม่ได้ยาวๆ
วิ่งจากเล่นๆ ก็กลายเป็นลงงานวิ่ง funrun มินิมาราธอน ไม่รู้มาถึงขั้นนี้ได้ไง
มันก็แค่จุดเริ่มต้นของการวิ่งแบบไม่ได้คิดอะไรมากของเรา 
 
วิ่งแรกๆน้ำหนักไม่ลดสักกะขีด แถมเพิ่มมาด้วยซ้ำอย่างงง เราเลยไม่อยากจะชั่งน้ำหนักเลย
วิ่งจาก 60 เป็น 62 เฟลๆ พี่ที่ออฟฟิสถาม ไปทำไรตัวใหญ่ขึ้น เอ่อ....เสียเซลฟ์
แต่ก็ยังไม่เลิกวิ่ง เดือนที่2 นี่ไม่อยากจะตื่นไปทำงานเลย เวลาไปวิ่งแต่ละทีก็คิด
ทำไมต้องมาทรมาณงี้ด้วยเนี้ย แต่ก็วิ่งถูๆไถๆมาได้ 10โล อย่างเหนื่อยๆ
 
สองเดือนกว่าๆ น้ำหนักก็ขึ้นๆลง 60-58 บางทีก็สงสัยตัวเอง สงสัยเครื่องชั่ง 
แต่จากพุง2ชั้น เริ่มเหลือชั้นเดียวเล็กๆละ ไม่มีใครว่าตัวใหญ่ขึ้นอะไรและ แต่ก็ยังไม่มีใครว่าผอมลง
 
เดือนที่3 เป็นเดือนที่เราเริ่มวิ่งเช้าเย็น แล้วก็กินผักเยอะขึ้น และระบบขับถ่ายก็ดีมว๊ากก
จะว่าดีเกินไปด้วยซ้ำ เราตื่นมาวิ่งตอนเช้าก็ถ่าย สายๆกินกาแฟ บางทีก็ถ่าย ถ้าวันไหนกินเยอะ
บ่ายๆก็ถ่าย เย็นๆก็ถ่าย ยิ่งกินโซดามะนาวนี่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง ดีทอกซ์ตลอด 
บางทีก็คิดว่า มันเยอะเกินไปป่ะเนี้ย กินไปไม่หลงเหลืออะไรแล้วเนี้ย แถมหิวบ่อยด้วย
แต่เวลากินแล้วมีลีมิตเหมือนกินได้ไม่เยอะมาก มีจุดอิ่ม
ถ้ากินเยอะไปก็เหมือนจะอ้วกออกมาอึดอัดมาก
เพราะมีวันนึงเราไปวิ่งตอนเช้า กินข้าวไปตั้งแต่ตี5กว่าๆแล้ว
(วันนั้นตื่นเช้ามาทำอะไรขนาดนั้นไม่รู้) รู้แต่ว่าหิวมากเลยตื่น
ไปวิ่ง 6.30 กลับมาก็กินอะไรอีกนิดนึงจำไม่ได้ว่ากาแฟกับคัพเค็กอะไรทำนองนี้
แล้วก็ไปทำงาน แต่ประมาณก่อนเที่ยงเราโคดหิวเลย วันนั้นรอพี่เต้ส่งงานเจ้านาย
กว่าจะได้กินข้าวก็บ่ายโมงละ หิวเลยกินขนมอะไรไปนิดนึง แต่ไม่อิ่ม
บ่ายโมงร้านข้าวเลยมีแต่อาหารตามสั่ง คิดไม่ออกเลยสั่งตามคนอื่น
วันนั้นเป็นกระเพราไก่พริกเผาไข่ดาว เรากินเร็วมากหมดก่อนพี่ที่ออฟฟิสคนอื่นอีก
มันแปลกเพราะเราเป็นพวกกินข้าวโคตรช้ามาก กินไม่หมดด้วย
แถมวันนั้นต่อด้วยข้าวเหนียวเปียกลำใย ไม่ใช่ตัวเราแน่ๆ(วันนั้นผีนักกินเข้าสิงแหงๆ)
พอกินเยอะไปขนาดนั้นจุกเลยอ่า กินหมดรู้สึกพะอืดพะอมอยากอ้วกออกมา เหมือนไม่สบาย
วันนั้นไม่ค่อยมีงานอะไรช่วงบ่าย เลยมานั่งป่วยๆข้างล่างออฟฟิส อีโนก็คงไม่ช่วยอะไร 
ได้แต่นั่งบ่นๆให้คนอื่นฟัง แต่สักพักเหมือนสวรรค์เมตตา ให้เราดีทอกซ์ไอ้ที่กินไปออกมา
โปร่ง โล่งสบาย แต่วันนั้นดันสั่งเพื่อนซื้อขนมเบื้องมา แต่ไม่เป็นไร บ่ายๆเราก็กินได้
แล้วก็แบ่งคนอื่นไปเยอะเลย 

ถ้าฝนไม่ตกหรือว่าดึกเกิน เราจะเดินกลับบ้าน ส่วนหนึ่งก็ประหยัด
อีกเหตุผลนึงก็ออกกำลังกาย จับเวลาไม่เกิน 15นาที พอดีกับการวอร์มอัพก่อนวิ่งเลย
ถ้ามันดึกจากเลิกงานกลับมาไม่ทันไปสวน เราก็วิ่งที่ฟิตเนส
 
เรื่องของฟิตเนส จะว่าเราเป็นแฟนคลับตัวยงของฟิตเนสก็ว่าได้ ไปเกือบทุกวัน
เจอทั้งหน้าประจำ แล้วก็ขาจร จำได้หมดทุกคน ถ้ามีเสื่อไปปูนอนได้ก็เป็นห้องของตัวเองไปแล้ว
ฟิตเนสจะมีเวลา Prime Time ที่จะต้องไปตบตีแย่งเครื่องเล่นกันเพราะคนเยอะ
ช่วงวันหยุดที่อากาศดีๆ คนจะยิ่งเยอะเป็นพิเศษ เต็มทุกเครื่องเล่น แต่ไม่ต้องห่วง
สำหรับคนที่ไม่ใช่แฟนคลับฟิตเนส จะเล่นได้ไม่เกิน 30นาที เดี๋ยวก็ออกมาแล้ว
เราก็สามารถรอเสียบเป็นคนต่อไปได้ 

ต้องขอบคุณที่ไม่ค่อยมีขาประจำแบบวิ่งเป็นชั่วโมงอะไรงี้ นานๆทีจะมี
ก็ปั่นจักรยาน รอท่านเทพฟิตไปพลางๆ แต่เราก็สนับสนุนๆนะคนที่ฟิตๆ 
ก็ดีมีเพื่อนวิ่งๆ ปั่นๆในฟิตเนส ดีกว่าวิ่งเหงาๆคนเดียว

แต่คนที่ไม่ใช่ขาประจำก็จะเขินๆ แบบว่าทำตัวไม่ถูกเวลามีคนวิ่งข้างๆ
ปั่นจักรยานอยู่ข้างๆ ไม่ต้องห่วงเราไม่ใช่พวกมนุษย์สัมพันธ์ดีขนาดนั้น
เราไม่ค่อยจะได้สนใจเพื่อนรอบข้างเท่าไหร่ เพราะมัวแต่รักษาความเร็วการวิ่ง
และเหงื่อแตกอยู่ แล้วก็เปลี่ยน track เพลงที่วิ่ง เพราะในplaylist
เพลงจังหวะไม่สัมพันธ์กับความเร็วที่วิ่ง เราก็ไม่เคยไปจัดเพลงดีๆสักที
 
มีหลายคนที่แบบว่าเสียเซลฟ์เวลาคนอื่นวิ่งเร็วกว่า วิ่งไม่ทันไรงี้
เราเองนี่แหละเคยเป็นไอ้คนนั้นเลย แบบมีคนหุ่นดีโคตรวิ่งข้างๆแล้ววิ่งเก็งมาก
จะตามเท่าไหร่ก็ตามไม่ทัน เหนื่อยหอบก่อนเค้าอีกต่างหาก 
แต่อย่าไปสนใจเลย เราสู้กับตัวเองดีกว่า เรารู้ว่าตัวเองได้แค่ไหน
ไม่ต้องไปฝืนมาก เราแค่ต้องการฝึกฝนและความสม่ำเสมอ 
เรามาทุกวันแก้มือ เดี๋ยวเราก็วิ่งทันคนอื่นเองแหละ
 
ยิ่งไปวิ่งที่สวนนะ คนเทพๆยิ่งเยอะ พวกนักวิ่งที่ใส่เสื้อแข่งวิ่งมาอย่างตรึม
ทั้งคนที่ฟิตๆ ไม่ฟิต บางทีก็นำเราไปไกล กลับมาเจอเราอีกรอบอย่างไว 
ก็มีแอบเซ็งบ้างบางทีแหละเนอะ แต่อย่าไปคิดมาก คิดซะว่าเค้าซ้อมมาเยอะกว่าเรา
ถ้าอยากวิ่งได้เท่าเค้าเราก็ต้องมาบ่อยๆ ไม่ก็แข่งกับคนที่อ่อนๆไปก่อนละกัน
แรงจูงใจวิ่งนี่พูดลำบาก แต่ละคนก็ต้องบิ้วกันเอาเอง มันมีไม่เหมือนกันอะสิ
เรื่องแรงจูงใจ มันเป็นอะไรที่ท้อแท้ได้ง่ายมาก ถ้าบาดเจ็บปวดขาก็อาจจหมดกำลังใจวิ่งแล้ว
เพราะต้องพักวิ่งไม่ได้  
ระหว่างนั้นก็ยังมีทำอะไรได้หลายอย่างเช่น เล่นบอลโยคะ ปั่นจักรยาน
ยกดัมเบล ว่ายน้ำ เล่นเวท ฯลฯ แก้เบื่อๆไปได้

เราเองนี่แหละเป็นบ่อยมาก ที่ต้องต่อสู้กับจิตใจตัวเองเพื่อไปวิ่ง 
เพราะเมื่อยมากอยากนอนคลุมโปงตากแอร์สบายๆ ในวันฝนตกพรำ นั่งกินมาม่า จิบกาแฟอุ่นๆ
ดูการ์ตูน เล่นเกมส์ โปรแกรมไร้สาระแน่นขนัด เหมือนมีไอ้ตัวเทวดา กับตัวปีศาจ
พยายามต่อสู้กัน2ตัว มันต้องต่อสู้กันนานพอสมควร เราถึงได้ลุกขึ้นมาจากความขี้เกียจมาวิ่ง
 
ถ้าเราวิ่งจนเป็นนิสัยแล้ว เราก็จะรู้ตัวเองและเป็นเรื่องที่ง่ายมากๆ
ตื่นมากิน นั่งเล่นรออาหารย่อย รู้ว่าจะวอร์มยังไงก่อน รู้ว่าวันนี้เราวิ่งได้ท่าไหร่
เหมือนเตรียมตัวเองได้ดีกว่าแต่ก่อนที่ลองผิดลองถูก วิ่งมั่วซั่วมาสักพัก 
ถ้าเราวิ่งมาเยอะ เราก็จะรู้จังหวะการวิ่งของเรา (อันนี้ตัวอย่างของเรา)
1-10นาที เป็นการวอร์ม  น่าจะสัก 1กิโลช่วงนี้
10นาทีเป็นต้นไป  ก็จะเริ่มวิ่ง ถ้าวิ่งได้สัก5นาทีต่อไปรักษาจังหวะ
ก็เริ่มสบายๆละ
30นาที  อันนี้เป็นจุดวัดใจ ว่าวันนี้จะวิ่งได้แค่ 30นาทีหรือ 1ชม.
เพราะบางวันที่ยังไม่ได้กินข้าวก็ไม่ค่อยมีแรง บางทีรีบๆมาวิ่งยังไม่ได้กินอะไร
ไม่งั้นก็ต้องพักเดินเร็วๆ (แล้วแต่เวลา) ถ้าต้องไปทำงาน เราก็วิ่งแค่ 4-5โล
แล้วเย็นๆค่อยมาวิ่งต่อ 
แต่จากการทดลอง พักครึ่ง 30นาทีเดินเร็ว แล้วค่อยวิ่งต่อ จะวิ่งได้นานกว่า
ตอนนี้สถิติได้แค่ 8กิโล/ชั่วโมง แบบชิวๆ ถ้ารีบๆอาจจะได้เร็วกว่านั้น แต่ไม่รู้จะรีบไปทำไมปวดขา
ก็เลยวิ่งอยู่แค่ประมาณนั้น 
 
ถ้าไปวิ่งที่สวนจตุจักรเราจะวิ่ง 3รอบ + ระยะเดินไป-กลับ คอนโดก็ เกือบๆ 12กิโล
แต่ต้องเป็นตอนเช้าวันที่ว่างๆอากาศดีๆ เพราะว่ามันค่อนข้างใช้เวลา อย่างต่ำก็ 1.30ชม.
 
ตอนนี้น้ำหนักก็ยังขึ้นๆลง เพราะว่าหิวข้าวบ่อยมาก พอกินแต่ผักก็ไม่อิ่มเลยกินปกติ
แต่เน้นผัก แต่ไม่คลีนอะไรนะ กินคลีนเยอะๆก็เบื่อ แต่แค่อย่ากินไขมันเยอะเกิน เน้นผัก
หนมถุงๆกินนิดๆหน่อยๆ ตอนนี้เราระบบเผาผลาญดีเกิน กินอะไรออกทุกอย่าง แถมไปวิ่งที
ยังกะอาบน้ำมาเลยเหงื่อนี่จะเยอะไปไหน ซึ่งผิดกับตอนที่ไปวิ่งแรกๆลิบลับ 
บางทีเราก็สงสัยคนที่ขี้ร้อน เหงื่ออกเยอะๆนะ เพราะแต่ก่อนเราไม่เป็น นั่งกินก๋วยเตี๋ยวงี้
เห็นพี่ที่ออฟฟิสเหงื่อเปียกโชกเลย เราไม่ยักกะเป็นอะไร ก็คงระบบเผาผลาญคนเรามันต่างกันนี้ละมั้ง
ตอนนี้คงไม่ต้องมาอิจฉาคนอื่นที่เหงื่อแต่แล้วละมั้ง น้ำหนักตอนนี้ 56 กิโล ก็คงยังอีกยาวไกล
เราไม่สูงมาก กลางๆ 167ซม. 

ตอนแรกขานี้ไม่มีข่องว่างเลยไขมันสะสม ตอนนี้ขาเริ่มเอามือใส่ได้ละ แปลกดีนะ
ตอนที่เราน้ำหนัก แค่50ยังไม่เคยเอามือใส่ได้เลย แต่ตอนนั้นยังแค่เด็กมหาลัยมันก็คงไม่เหมือนกันมั้ง
เอาเป็นว่าพยายามต่อไปละกัน จริงๆว่าจะเขียนเรื่องอื่นด้วย แต่ดันมีแต่เรื่องวิ่ง
ค่อยเขียนวันหลังละกัน ง่วงมาก







Comment

Comment:

Tweet

Recommend