mintd*-* View my profile

คำเตือน: เอนทรีนี้เป็นรีวิวที่ยาวมากค่ะ
 
ขอบอกก่อนว่าไม่ค่อยจะได้รีวิวอะไรมานานมากแล้วนอกจากเขียนบ่นไดอารีไปเรื่อยเปื่อย 
แต่พออ่านหนังสือเล่มนี้จบปุ๊บรู้สึกว่าอยากให้คนอื่นอ่านด้วย คิดว่าดีมากๆสำหรับคนที่ทำอาชีพสถาปนิก
อินทีเรีย นักศึกษา ใครก็ตามที่สนใจ 
หนังสืออาจจะหาซื้อยากไปหน่อยเพราะว่าเราไปเดินร้านทั่วๆไปไม่ค่อยจะเจอ อาจจะต้องหาตาม
Kinokuniya ,asia books หรือว่าสั่งซื้อ
 
 
 
ชื่อหนังสือ:  CONVERSATIONS WITH ARCHITECTS SERIES: VOL.09 คุยกับอินทีเรียดีไซเนอร์
บรรณาธิการ:  สุลักษณ์ วิศวปัทม์วรรณ
สำนักพิมพ์:  ลายเส้น พับบลิชชิ่ง  ปีที่พิมพ์ 2555
จำนวน 304 หน้า
ISBN 978-616 7191-65-2
 
 
>>>คือหนังสือเล่มขวา สีม่วงๆ
 
เล่มซ้ายก็ดีนะแต่ไปตามอ่านเอาเราไม่ได้รีวิว เป็นSERIES หนังสือที่มีหลายเล่ม
รวมสัมภาษณ์ สถาปนิก อินทีเรียดังๆ ของประเทศไทย อ่านแล้วก็เข้าใจแล้วก็ได้เรียนรู้อะไรเรื่องการทำงาน
ของอาชีพเรามากมาย อะไรที่เราชอบบ่น ปัญหาการทำงานต่างๆ อะไรที่สงสัยๆ มีหมดแล้ว

ควรซื้อเก็บไว้อย่างแรง ว่าจะตามให้ครบชุดเหมือนกัน แต่คงซื้อทีละเล่ม เพราะซื้อมาเยอะๆกองๆ
อ่านไม่เคยจบสักที วันนี้อ่านไปตรงไหนที่ชอบก็ขีดเส้นใต้ ติดpost-it แล้วก็โน๊ตข้อความที่ชอบๆ
กับความคิดของเราเอาไว้ ปกติเราไม่เขียนอะไรใส่หนังสือที่ซื้อมาอ่าน แต่ว่ามันอินมาก ฃ
ขีดอะไรที่ชอบไว้ทั้งเล่มเลย
 
ในเล่มก็มี บทสัมภาษณ์บุคคล 8 คน ที่เป็นรุ่นใหญ่ในวงการอินทีเรีย
 
จะยกประโยคที่เราชอบๆในสัมภาษณ์ของแต่ละคนมาก็แล้วกันนะเราว่ามันดี
และให้ข้อคิดสำหรับเด็กรุ่นใหม่มาก
 
1.คงศักดิ์ ยุกตะเสวี (คุณแดง) Founder/Managing Director แห่ง LEO DESIGN
บริษัทเก่าแก่ขั้นเทพที่เป็นตำนานแห่งตีฟมือ ที่รุ่นพี่สมัยที่เราเรียนอัดรูปเอามาแจก
เราก็ไม่รู้ว่าพี่รหัสเราหามาจากไหนนะ แต่ต้องขอบคุณมากอ่า สมัยนี้หายากมากเลยคนเขียนตีฟมือ
เรางี้สเก็ตช์ยังไม่ค่อยจะได้ทำเลยเดี๋ยวนี้
 
 
" ปัจจุบันนี้คิดจะนับหนึ่งเปิดบริษัทเองก็ยากกว่าเมื่อก่อนมาก
ทั้งเรื่องต้นทุนและบุคคลากร เพราะบริษัทเปิดใหม่ที่ยังไม่มีผลงานมีโอกาสได้งานน้อยกว่า
บริษัทที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก แล้วเดี๋ยวนี้ตัวเลือกมันมีเยอะมาก ใครจะมาทำงานกับเรา
รายได้จากค่าfee ก็ไม่แน่นอน ว่าจะเก็บเงินได้เมื่อไร เดือนไหน
านอาจดีเลย์หรือดีไซน์ไม่ลงตัว เราไม่สามมารถกำหนดได้
แต่ค่าใช้จ่ายประจำในการดูแลออฟฟิสที่สูงขึ้นเรื่อยๆก็รออยู่ทุกเดือน... "
 
 
Q : ด้านบุคคลากร ความสามารถของเด็กรุ่นใหม่ที่จบมาทางด้านนี้ พอจะสู้ต่่าชาติได้ไหมคะ?
 
" ภาพรวมนะครับ เด็กที่มาสมัครงานแล้วสัมภาษณ์กับผม เอางานมาให้ดู พอนั่งคุยไปสักพัก
ผมถามว่าคุณตั้งใจจะมาทำอะไร เขาตอบไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าอยากจะทำอะไร
 ทั้งที่เมื่อเรียนจบออกมาแล้ว น่าจะมีเป้าหมาย มีความมั่นใจว่าอยากทำดีไซน์
เขียนแบบ คุมงาน หรืออะไร จริงๆเราทำอะไรได้หลายอย่าง เมื่อเลือกที่จะทำอะไรแล้ว
ก็ต้องรู้ลึก รู้จริง และมีความรับผิดชอบ
อย่างดีไซเนอร์ฝรั่งเค้ารู้ทุกอย่าง กระทั่งเรื่องครัว เรื่องไฟ เรื่องผ้า
รู้ว่าโรงงานจะผลิตด้วยวัสดุอะไรอย่างไร ของเรารู้ผิวเผิน
ถ้าอะไรไม่เกี่ยวกับเราก็ให้คนอื่นทำไป ทั้งที่เรื่องเหล่่านี้มันเกี่ยวข้องกับเราทั้งนั้น... "
 
 
Q: มีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับการประกวดแบบในบ้านเราคะ?
 
" เจ้าของโครงการต้องมีค่าใช้จ่ายในการที่จะให้ใครมาคิดงานให้
ไม่ใช่ให้ทุกคนทำฟรีหมด ส่วนดีไซเนอร์เองก็ควรจะแข่งขันกันในเรื่องดีไซน์
ไม่ใช่เสนอค่า fee แข่งกัน... "
 
Q: อยากให้ฝากคำแนะนำดีๆ สำหรับคนรุ่นใหม่ด้วยค่ะ?
 
" ทุกอย่างอยู่ที่โอกาส มีเด็กๆ เยอะแยะเลยที่ทำงานดี แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีโอกาส เมื่
อได้รับโอกาสที่ดีในการทำงานแล้ว ต้องทำให้ดีที่สุด การดูแลลูกค้าก็สำคัญ
ยิ่งทำงานอินทีเรียดีไซน์ ยิ่งต้องรู้จักทำความเข้าใจลูกค้าให้มาก
ต้องเริ่มตั้งแต่เรื่องการศึกษา ทำอย่างไรให้เขาเข้าใจว่าอาชีพนี้เป็นธุรกิจ
ประกอบอาชีพอย่างไร แนวทางการทำงาน แนวทางการวางตัวของเราเป็นอย่างไร
ต้องเห็นความสำคัญในส่วนนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากในอาชีพเรา...."
 

2.วิภาวดี พัฒนพงศ์พิบูล (คุณเป้า) Founder&CEO แห่ง P49 DESIGN &ASSOCIATES
 
Q: สมัยก่อนอินทีเรียจะเป็นไปในเชิงการประดับตกแต่ง
แต่ในปัจจุบันมีการพูดถึงสเปซ พูดถึงสถาปัตยกรรมภายในสำหรับพี่แล้วมันคืออะไร?
 
" ถ้าเป็นเมื่อก่อนงานสถาปัตยกรรมเสร็จแล้วถึงจะเริ่มอินทีเรียใช่ไหม
แต่สมัยนี้คือเริ่มใกล้เคียงกัน งานคอนเซปต์สถาปัตยกรรมขึ้นก่อนแล้วเราเข้ามาเล่นด้วย
เราก็จะมีข้อเสนอว่า กระทุ้งตรงนู้นได้ไหม แก้สเปซภายใน
เพราะอย่าง ห้องนอน ห้องน้ำ เราทำหมด ไม่ว่าจะล็อบบี้ ห้องอาหารหรืออะไร
พื้นที่ด้นในเราเป็นคนดูแลทั้งหมด มีความรู้สึกว่า สถาปนิกที่เข้าใจการ
ใช้พื้นที่อินทีเรียจริงๆก็เยอะมาก แล้วก็เก่งด้วย ซึ่งถ้าเราได้ทำงานกับพวกนั้น
ก็ช่วยให้เราไปได้เยอะ แต่ที่ไม่เข้าใจแล้วงานภายนอกสวยเฉียบก็เยอะ
ข้างในเราต้องมาจัดการ บางทีเราก็เข้าใจฟังก์ชัน เข้าใจ Feel&Mood
อะไรต่ออะไรอาจจะมากกว่า เหมือนช่างทำผมกับช่างแต่งหน้า
อยู่ติดกันแค่นี้ก็คนละช่างนะ ถ้าช่างแต่งหน้าอยากไปตัดผมก็คงตัดได้
อยู่ที่ว่าคุณอยากจะเป็นมืออาชัพด้านไหน..."
 
 
" ...แต่อยากให้คิดว่าทุกคนทุกอาชีพก็มีเรื่องเครียดทั้งนั้น มันเป็นของธรรมดา
ถ้าวันไหนลูกค้าดีผิดปกติ ทุกอย่างราบรื่นมาก นั่นถึงจะเป็นเรื่องไม่ปกติ
การมีปัญหาตรงนั้น ตรงนี้คือเรื่องธรรมดา มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
มันต้องมีปัญหาเข้ามาให้แก้ไปตลอด..."
 
Q: ลักษณะงานของสถาปนิกจะมีเรื่องกฎหมาย เรื่องความปลอดภัย
ต่อชีวิตและการใช้งาน ที่ดูจะมีกรอบหนักๆครอบอยู่
เรื่องจรรยาบรรณในวิชาชีพอินทีเรียดีไซเนอร์เรื่องหลักๆน่าจะเป็นเรื่องอะไร?
 
"  ตอบได้เลยว่าเราควรจะต้องมีจรรยาบรรณในการดำรงชีวิตทุกๆวัน ไม่เฉพาะแต่ในอาชีพอินทีเรียดีไซน์ จะทำงานตรงไหนก็แล้วแต่ ทุกก้าวในชีวิต ถ้าอยากจะประสบความสำเร็จในฐานะที่เป็นคนเต็มๆ คือไม่ใช่คนครึ่งๆกลางๆ ก็ต้องมีจรรยาบรรณที่แน่วแน่ ต้องเป็นคนดี ..."
 
Q: พี่เป้ามีคำแนะนำดีๆ ให้กับคนรุ่นใหม่ที่อยากประสบความสำเร็จอย่างพี่ไหมครับ?
 
" กัดไม่ปล่อย ทำอะไรแล้วลุยให้เต็มที่ ถ้าคุณกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว
ก็ควรจะคว้าทุกโอกาสที่มาถึง อยากเลือกเลย มีอะไรก็ทำเข้าไป สู้ตาย! "
 
 
3.วิบูลย์ เตชะกัลยาธรรม Managing Director& Design Director
แห่ง DESIGN SCENCE
 
Q: มีแนวคิดอย่างหนึ่งว่าพอเราเป็นลูกจ้างหรือทำงานให้บริษัทไปสักพัก
ตอนที่มาทำเอง บางคนกลัวที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ที่เริ่มโปรเจ็กต์เล็กๆ
ในขณะที่เคยทำโปรเจ็กต์ขนาดพอสวควรมาแล้ว เคยกลัวอย่างนี้บ้างไหมครับ?
 
" ไม่กลัวครับ เพราะคิดว่ามันเป็นของเรา ความรู้สึกต่างจากทำบริษัทอื่น
ไม่เกี่ยวกับขนาดของโปรเจ็กต์ คุณต้องสามารถเอาตัวเองลงมาได้
และต้องเอาตัวเองขึ้นให้ได้ด้วย ต้องมีความยืดหยุ่นในแง่ของการทำงานอะไรบางอย่าง
ถ้าเราไม่ยอมลงเลยมันก็ไม่มีขึ้น สำหรับผมการออกแบบก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดอยู่แล้ว
แต่ขึ้นกับว่าโปรเจ็กต์นั้นน่าสนใจหรือไม่ ต้องดูงบด้วยส่วนหนึ่ง งบไม่มีก็ไม่ทำ
ส่วนลูกค้าผมไม่ได้ดู ผมดูโปรเจ็กต์เป็นหลักมากกว่า "
 
Q: คุณวิบูลย์ มองว่างานที่เราทำเป็นอาชีพ เป็นธุรกิจ เป็นงานอดิเรก หรือว่าเป็น passion?
 
" เป็น passion ครับ เพราะว่าถ้าเราทำทุกอย่างขึ้นมาบนพื้นฐานของ passion แล้ว
มันจะประสบความสำเร็จมากกว่าทำเป็นงานอดิเรก ธุรกิจก็ไม่ใช่เสียทีเดียว
จริงอยู่ว่าธุรกิจก็ต้องมี passion ด้วยส่วยหนึ่ง แน่นอนว่าเราออกมาเพื่อ
จะทำกำไรเหมือนกัน เราไม่ได้ทำการกุศล เราทำเพื่อให้ได้สิ่งตอบแทนที่เรา
อยากจะทำในชีวิตนี้ มันก็ต้องมีเรื่องธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย..."
 
Q: ด้วยช่องว่างของวัยที่ห่างขึ้น มีปัญหาการสื่อสารและการสั่งการเด็กที่ทำงานไหมคะ?
 
" ไม่ค่อยมีครับ ตอนรับสมัครเข้ามา ผมไม่ได้ดูงานเป็นหลัก
งานที่เขาให้ดูผมไม่ได้อยากดูเลย ผมแค่อยากฟังว่าเขาคิดอย่างไรมากกว่า
จะดูว่าเขามีความรอบรู้หรือไม่ ติดตามข้อมูลข่าวสารในแวดวงอื่นบ้างหรือเปล่า
เรื่องราวที่จำกัดอยู่เฉพาะวงการอินทีเรียดีไซน์ไม่มีประโยชน์สำหรับผม  
โดยวิชาชีพแล้วต้องรู้หลายๆอย่าง ผมจะมีคำถามเกี่ยวกับแฟชั่นดีไซเนอร์บ้าง
สถาปนิกบ้าง หรือว่านิตยสารเล่มไหนอ่านแล้วดี คนที่มีผลงานดีไม่ได้แปลว่าทำงานดี
ใช่งานเขาจริงรึเปล่าก็ยังไม่รู้ มีความสามารถพื้นฐานเป็นพอ
วัดจากว่าเวลานำเสนอตัวเองเขาจะเสนออะไรให้ผมดู แต่บางทีก็ดลือกไม่ได้"
 
Q: คุณวิบูลย์คิดว่าปัจจุบันวิชาชีอินทีเรียดีไซเนอร์เป็นที่ยอมรับในสังคมรึยีงคะ?
 
" ยังครับ ผมว่าค่อนข้างเป็นไปได้ยาก คงต้องกลายเป็นสไตล์แบบดีไซเนอร์ดังๆ
ถึงจะมีคนยอมรับ เพราะประเด็นเรื่องงานสวยกับไม่สวยมันแล้วแต่มุมมองของคนแต่ละคน
จริงๆเรื่องการเป็นที่ยอมรับอาจจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อเราทำพีอาร์ไม่อย่างนั้นคง
ไม่มีใครให้ความสำคัญแน่นอน..."
 
Q: ข้อคิดในการทำงานปิดท้ายค่ะ
 
" ต้องมีความจริงใจกับงานซึ่งสำคัญมาก จะทำอะไรต้องมีความจริงใจ
ต้องเล็งเห็นว่าตัวเองทำเพื่ออะไร และต้องมี passion กับงานจริงๆอย่าทำไปวันๆ
ไม่มีประโยชน์ อันนี้เป็นเหมือนสูตรที่จะทำให้เราก้าวขึ้นไปอีกขั้นได้
และพร้อมที่จะแก้ปัญหาทุกอย่าง ปัญหามันมีให้แก้ เพียงแต่จะแก้วิธีไหนเท่านั้นเอง "
 
 
4. รุจิราภรณ์ หวั่งหลี (คุณเปี๊ยะ) President - Design Principal แห่ง PIA INTERIOR
 
Q: อะไรยากที่สุดในการเปิดบริษัทและดูแลบริษัท
 
" เราต้องดูแลทุกๆด้าน  ไม่ใช่เฉพาะงานออกแบบด้านเดียว
ต้องรับผิดชอบในเรื่องรายรับ รายจ่าย ดีไซเนอร์หลายท่านไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องนี้
ดิฉันก็จะบอกลูกค้าว่าถ้าลูกค้าไม่จ่ายเงินก็ไม่ส่งแบบ
แต่นิสัยคนไทยมักจะเกรงใจและอายที่จะพูดเรื่องเงิน
จึงบางครั้งต้องยกตัวอย่าง อาทิ ดีไซเนอร์ทำงานแล้วจ่ายเงินเดือนทีหลังได้หรือไม่
ถ้าไม่ได้ก็ต้องเก็บเงินให้เป็นตามขั้นตอนตามระบบ ............
อย่าคิดว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องน่าอาย ต้องมีจรรยาบรรณ มีความซื่อสัตย์
ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง นี่คือเส้นทางสู่ความสำเร็จ"
 
 
Q: พี่เปี๊ยะเคยทะเลาะกับลูกค้าบ้างไหม
 
" มีเรื่องความเห็นต่างกันบ้าง แต่ผู้ออกแบบที่ดีต้องสามารถแนะนำ โน้มน้าว
ให้เหตุผล และหาข้อสรุปที่ถูกต้อง ไม่ใช่ทำตามคำสั่งของลูกค้าเสมอไป
ต้องใช้ประสบการณ์ในการแก้ไขข้อขัดแย้งและแนะนำเพื่อให้ได้งานที่สมบูรณ์ที่สุด
ในที่นี้หมายถึงความพอใจของลูกค้าเป็นที่ตั้งด้วย (client satisfaction)"
 
Q: คำแนะนำสำหรับเด็กที่จบใหม่ทางด้านอินทีเรียดีไซน์ ว่าควรจะฝึกฝนตัวเองอย่างไร?
 
" เด็กๆ ที่เพิ่งจบการศึกษา ควรจะเข้ามาอยู่ในบริษัทใหญ่เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์
ด้านงานออกแบบที่เป็นมืออาชีพและอย่างเป็นระบบ
ซึ่งถ้าไปเปิดบริษัทเองก็ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง
การทำงานในบริษัทใหญ่มักได้เห็นความหลากหลายทั้งในด้านแนวทางการออกแบบ
และวัสดุใหม่ๆ นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะได้แลกเปลี่ยนแนวความคิดระหว่างผู้ร่วมงาน
ที่หลากหลาย ในเรื่องประสบการณ์...............
ซึ่งถ้าอยู่ในองค์กรใหญ่ก็มักจะได้ทำงาานที่ท้าทายจากลูกค้าต่างประเทศ
ทักษะในหลายๆด้านก็จะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆมีอะไรให้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา
ท้ายที่สุดจะนำมาซึ่งประสบการณ์ในการออกแบบในฐานะ 'อินทีเรียดีไซเนอร์' จริงๆที่ยั่งยืน"
 
 
เอาไป 4คนก่อนละกันไม่ไหวจะพิมพ์แล้ววันนี้ ถ้าว่างๆจะมาเขียนต่ออีก 4คน
คือ อ่านแล้วก็มีกำลังใจในการทำงานขึ้นมาด้วย 
ยาวชะมัดเลยเอนทรีนี้
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend