mintd*-* View my profile

 
ไม่ได้เขียนบล็อคซะนานเพราะถ้าไม่มีอะไรมากเรามักจะเขียนใส่สมุดบันทึก และข้อความที่เขียนก็สั้นลงๆทุกที
เหมือนยิ่งโตขึ้นก็เริ่มนิ่งๆขึ้น อยากเก็บอะไรไว้ในใจมากกว่า แม้แต่ในบันทึกยังไม่อยากจะเขียนลงไปเลย
เพราะคิดว่าถ้าเกิดกลับมาอ่านเราจะคิดยังไงกับมันสู้ไม่เขียนไว้จะดีกว่า แต่ก็นั่นแหละมันอาจจะเป็นแค่ความคิดช่วงหนึ่ง
ที่อนาคตอาจจะเปลี่ยนไป อะไรๆมักจะเปลี่ยนไปตามเวลาของมัน
 
ความคิดก็เหมือนกัน ความคิดมีหลายมุม มีมุมที่เราอาจจะไม่เคยนึกถึง เป็นมุมของคนอื่น
ตอนเป็นเด็กเรามั่นใจในความคิดของเราซะเหลือเกิน แต่เมื่อพอได้เรียนรู้ว่ามันมีมุมที่เราไม่ได้รู้
คนเราไม่ได้บอกทุกสิ่งที่เค้ารู้ ซึ่งความจริงมันเหมือนได้รู้แค่ครึ่งเดียว ฉะนั้นเราก็ไปตัดสินอะไรจากมุมของเรา
คนเดียวก็คงจะไม่ถูกนัก
 
แต่บางครั้งก็อดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ว่า "ชีวิตมันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ"  เราต้องพยายามแข็งแกร่ง
ลดจุดบกพร่องเพื่อจะเอาตัวรอดให้ได้ เราเพิ่งมาเข้าใจอะไรหลายๆอย่างไม่นานมานี้
ปกติแล้วเราไม่ใช่พวกหยุมหยิมคิดเล็กคิดน้อยอะไรง่ายๆ อาจจะเพราะว่าไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไหร่

ในที่ทำงานมันมักมีเรื่องหยุมหยิมมาจากไหนไม่รู้แบบที่ชีวิตมนุษย์ฟรีแลนซ์คงไม่เจอ
เรื่องในออฟฟิสมันก็มีทั้งเรื่องฮาๆ และน่ารำคาญ เราเองก็บอกไม่ถูกว่ารำคาญอะไรบ้าง
คงเหมือนเรื่องทั่วๆไปที่คนเราจะเจอ เช่น ได้งานมาแบบงงๆไม่เคลียร์ โดนเร่ง งานแทรก อะไรทำนองนี้ หงุดหงิดเพื่อนร่วมงาน
พนักงานออฟฟิสก็จะไปนั่งบ่นๆกันเวลากินข้าวเที่ยง แต่มนุษย์ฟรีแลนซ์มันไม่มีโมเมนต์นั้นไง
อ่อ...เรามัน SEMI FREELANCE นี่เนอะ
แต่การเป็นSEMI นี่มันสับสนกว่าตรงที่ต้องแยกโหมดประจำ โหมดฟรีแลนซ์ให้ดี
มันเป็นสิ่งที่ดูอันตรายมากในการเป็นFreelance ออฟฟิส เพราะต้องจัดการงานให้เสร็จให้เร็วกว่าปกติ
ที่งานประจำจะทำได้ เพราะเรามีเวลาแค่ 3วัน/สัปดาห์ วันไหนที่เราไม่อยู่ออฟฟิสแล้วเจ้านายจะเอางาน
แล้วพี่ที่ออฟฟิสต้องทำแทน มันก็ทำให้เราเกรงใจเหมือนกัน เพราะคนอื่นอาจจะต้องเอางานเราไปทำแทนวันนั้น
แต่ข้อแตกต่างของงานออฟฟิสก็คือสิ่งนี้แหละ เราทำงานเป็นทีม ถ้างานไหนที่เร่งจริงๆคนในทีมก็จะคอยมาช่วย
ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ก็ต้องปั่นกันโต้รุ่งต่อไป
 
เรามันคงถึงช่วงเวลาชินชากับงานเร่ง ปัญหาจิปาฐะที่มักจะวนลูป ไปๆมาๆในการทำงาน
เหมือนมันไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหาที่น่าปวดหัวเหมือนเดิมแบบตอนแรกๆ เหมือนรู้ตัวว่าถ้าเจอแบบนี้จะต้องทำยังไง
รับมือกับมันยังไง ไม่ได้เอามันมาใส่ใจสักเท่าไหร่ มองงานทุกงานที่ได้มาว่ามันมีโจทย์ที่น่าสนใจในตัวของมันเอง
ไม่ว่าจะเป็นงานmass แค่ไหน Hardsaleแค่ไหน สิ่งที่ต้องทำคืออย่าเพิ่งไปอคติกับมัน
 
พอคิดแบบนี้ทีไรมันก็รู้สึกว่าเรามันแก่จังวะ อะไรก็รับๆมาทำๆ ไม่ปรี๊ดไร้สาระงอแงก๊องแก๊ง แบบเดิมเลย
แต่ก่อนพอมีอะไรที่น่าหงุดหงิดใจเรามักจะย้ำคิดย้ำทำเสมอ แต่เดี๋ยวนี้กลับปล่อยมันไปง่ายๆทำเมินๆไป
เลิกคิดสิ่งที่มันจะเสียเวลาเสียสุขภาพจิตไปเปล่าๆ 
ปัญหาในที่ทำงานเราคงเป็นคนโชคดีมั้งที่ไม่มีอะไรแย่ๆเท่าไหร่แบบที่น่าปวดหัวมากเท่าไหร่
ก็อย่างที่พูดไปว่าถ้าเราไม่มองมันเป็นปัญหามันก็จะไม่เป็นปัญหา เราก็มีหน้าที่แค่จัดการมันไปทีละเรื่องๆ
เหมือนการทำเควสเกมอะไรแบบนั้น

Comment

Comment:

Tweet

Recommend