mintd*-* View my profile

บันทึกมนุษย์ฟรีแลนซ์ ภาค9

posted on 07 Mar 2015 16:26 by mintd in Diary directory Diary
ผ่านมาอีก1สัปดาห์ต้นเดือน....
 
เหมือนได้พักวันมาฆะบูชา เพราะนอนทั้งวันเลยวันนั้น
เล่นเอาผิดแผนที่คิดว่าจะปั่นงานสักหน่อย
กลายเป็นสัปดาห์นี้งานท่วมหัวเลยทีเดียว
แล้วเหมือนกับว่ายิ่งงานเยอะยิ่งรู้สึกตัน คิดอะไรไม่ออกดีไซน์เริ่มห่วย
เพราะว่าปั่นเยอะเกินไป เครียดเพราะว่างานมาเร่งๆ อยู่ๆก็มาอารมณ์ไหนไม่รู้
ปล่อยวาง นอนมันซะเฉยๆ
ไม่สนอะไรแล้ว (ในวันที่นอนไปอ่านะ)
 
แล้วเกิดอาการผัดวันประกันพรุ่ง
ยิ่งเกิดความรู้สึกเจ็บใจที่ตัวเองทำตามแผนที่วางไว้ไม่ได้
ตัวเราในอุดมคติ กับตัวเราที่เป็นเราในโลกของความเป็นจริง
มันช่างขัดแย้งซะเหลือเกิน
เวลานั่งทำงานแล้วคิดไม่ออกต้องพยายามต่อสู้กับตัวเองให้ทำมันให้ลุล่วงให้ได้ 
ทั้งต้องแข่งกับเวลา แล้วก็แข่งกับจิตใจตัวเอง
ว่างๆก็นั่งคิดเรื่องงาน วางแผนว่าจะทำยังไงต่อไป
แค่งานฟรีแลนซ์ก็ไม่เท่าไหร่... แต่งานออฟฟิสนี่สิเครียดกว่า

ปกติแล้วเราดีไซน์จะต้องสเก็ตช์แบบร่างไปให้ซีเนียร์ดูก่อน
แต่ว่าเจ้านายเร่งจนเราลัดๆขึ้นตอนหลายๆอย่างไปทำตีฟเลย
แล้วพอมันมีเวลาแค่3วันในสัปดาห์ให้จบงาน เรียกว่าลนลานเลยทีเดียว
วันแรก หมดไปกับset plan คิดconcept หาimage
วันที่2 วันหยุด นอนหนีความจริง
วันที่3 ทำตีฟ แล้วพอเซฟกลับบ้านก็ลืมไฟล์อีกหาไม่เจอได้กลับมาทำใหม่
เพราะให้กลับไปเซฟใหม่ก็ไม่ทัน ซึ้งถึงความโง่เง่าตัวเอง
พอส่งไป เจ้านายบอกไม่รีบ ไปเจอลูกค้าอาทิตย์หน้ายังทัน
 
ตอนแรกบรีฟงาน บอกว่าเอาแนวLoft เราก็เลยเลือกวัสดุซะโหดเลย แนวไม้ดิบๆ เหล็กสีดำ
ลืมอ่านcommentในกระดาษที่ส่งE-mail มาใหม่
มัวอ่านแต่ requirementที่ให้มา
ในกระดาษเขียนว่า "แบบ Minimal ขาว-เทา-น้ำตาล เน้นขาว!"
พอทำเสร็จแล้วเพิ่งกลับมาเจอ อ้าว! นั่งแก้แทบไม่ทัน ดีที่ยังไม่ส่งไป
พอแก้เสร็จตีฟจืดสนิท ตามอารมณ์คนทำเด๊ะ ตอนแรกว่าจะแต่งรูปใส่กราฟฟิคอะไรสักหน่อย
แต่เห็นเร่งๆก็เลยส่งไปเลย สุดท้ายเอาอาทิตย์หน้า
แต่ว่าทำวันเดียว 3ตีฟ คนละห้องเนี้ย มันก็โหดไปนะ เราคิดว่าดีแล้วแหละที่ส่งอาทิตย์หน้า
ให้เราได้มีอารมณ์ศิลปิน พิถีพิถันบ้างเหอะ
 
บางทีเจอคนที่คิดว่ามันง่ายนะคิดว่า "สเก็ตช์ๆแป๊ปๆเดี๋ยวก็ได้แล้ว!"
ไม่ก็ทำคอมเนี้ยเค้าคงนึกว่าเป็นโปรแกรมสำเร็จรูปหรือไง?
แบบกดๆแบบเกมเดอะซิมส์แล้วก็มาเงี้ยเหรอ?
โห...เคยเจอลูกค้าคิดว่าตีฟ3d ที่เราทำมันง่ายๆแบบแค่คลิกๆจับโน่นจับนี่มาใส่แป๊บเดียว
คือ.....ตอนนั้นไม่อยากจะอธิบายให้เค้าฟังเลย "ดันอึ้งกับคำพูดนั้นไปก่อน จนพูดไม่ถูกไปต่อไม่เป็น"
ในใจก็นึก "3dmax ลองไปเล่นดูนะคะมันง่ายจริงมั้ย?" 
นี่เราทำมา5ปีแล้วยังรู้สึกว่าต้องหัดอีกเรื่อยๆเลยมีคำสั่งที่ไม่รู้อีกเยอะเลย...
แต่พอรีบๆทีไรก็แต่งช็อปเอาทุกที
 
โปรเจคล่าสุดมี Rain Shower ว่าจะใส่น้ำฝักบัวซะหน่อย(พยายามลองของ)
ลองเล่นคำสั่ง Particle สำหรับทำฝนดู อื่ม....ดูคลิปสอนไป40นาที
ลองทำไปครึ่งชั่วโมง ลองตั้งเรนเดอร์ไป รอ.....
นานชิบ! ไม่เอาละแต่งรูปไปก่อนละกันไม่มีเวลาแล้ว!
 
การทำตีฟจะสวยไม่สวย เหมือนไม่เหมือน สัดส่วนนี่สำคัญมากเลย
ถ้าคนที่มั่วๆไม่เข้าสเกล เอาเป็นว่าทุกอย่างจบกัน
ดังนั้นความถูกต้องเรื่องสัดส่วนจึงจำเป็นมาก ควรจะรู้ว่าอะไรมีขนาดเท่าไหร่
เฟอร์นิเจอร์ความหนากี่นิ้ว ใช้ไม้ขนาดเท่าไหร่ 
แผ่นลามิเนตส่วนใหญ่จะมีความหนาเท่าไม่อัด 2.4x1.2ม. บางยี่ห้ออาจจะมียาว3ม.แล้วแต่สั่ง
เราก็จะต้องมาคิดว่ารอยต่อจะจบยังไง เซาะร่อง คิดpatternของแผ่น
หรือว่าติดคิ้วไม้ สแตนเลส.....อีกมากมายที detailจะมี
บัวพื้น บัวฝ้า ไม้ สแตนเลส ยาง...... ขนาดต่างๆ 
ก็นั่งเปิดcatalog ใส่ตามของจริงไป
 
เคยเจออยู่เคสนึงน้องฝึกงานทำ3d กระจกหน้าต่างหนา 5ซม. ใน3d
พอเรนเดอร์ออกมาถ้าคนทั่วไปอาจจะไม่คิดอะไรเพราะมันเล็ก
แต่เราบอกน้องเค้าว่า ต่อไปอย่าทำงี้นะ แค่1ซม.ก็หนาแระ
ยิ่งกระจกหนาก็ยิ่งแพง แล้วบ้านทั่วไปไม่มีใครเค้าใช้หนาขนาดนั้นหรอก
เอาแค่ 1ซม.พอ ถ้าขี้เกียจพิพม์เลขไม่ลงตัว
 
ขนาดทุกวันนี้เข้าสเกลยังโดนพี่ซีเนียร์เล่นงานเลย
ว่าทำไมมันเพี้ยนๆ ของจริงมันวางได้อย่างในรูปเหรอ
มีการหลอกมุมกล้องให้ห้องดู Wide ขึ้นอีกต่างหาก 
สารพัดวิธีเนรมิตตีฟขายฝัน
 
งานบริษัทที่ลูกค้าrequest อยากดูtive หลายๆแบบเพราะคิดไม่ออกนี่
อันนี้บางทีรีบๆก็อารมณ์เสียเหมือนกัน
แต่ว่าด้วยหน้าที่คือต้องทำแหละ
ไม่มีสิทธิ์บ่นใดๆทั้งสิ้น
แต่อยากบอกว่าตีฟ1รูปมันไม่ใช่ถูกๆนะคะ
ถ้าไม่งานใหญ่จริงๆ งบเยอะๆไม่มีใครอยากจะrender ให้เยอะๆหรอก
 
อันนี้เราก็ไม่ได้บ่นคนเดียวนะ ก็นั่งบ่นกับพี่ซีเนียร์นั่นแหละ เหมือนพอลูกค้าเร่งๆ
อยากให้บ้านเสร็จเร็วๆแต่แบบว่าอยากดูหลายๆ option ดูไปดูมาก็เอาแบบแรกนั่นแหละ
ไม่รวมแก้แบบเพราะซินแสอะไรอีก มันเลยยิ่งช้าเข้าไปอีก
แต่มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทด้วยแหละ ถ้าบริษัทไม่ได้ดังมาก อะไรๆก็ต้องตามลูกค้า
 
บางงานทำๆไปแล้วก็ไม่ได้สร้าง(เคยเจอหลายๆทีเฟลจนหายเฟลไปแล้ว)
ในใจก็ "นี่เราอดหลับอดนอนมาเป็นเดือน-2เดือนเพื่อไรวะเนี้ย?"
ทุกคนก็พยายามบอกว่า "มันเป็นการฝึกตัวเองให้เก่งขึ้นนะ"
บางทีก็นึกเกลียดไอ้อาชีพนี้จริงๆเลย
บางทีก็เหมือนถูกหลอก บางทีก็ดีใจกับอะไรไม่รู้
นั่งมองงานที่ตัวเองออกแบบแล้วก็ยิ้มมีความสุข 

ที่ออฟฟิสทุกคนมีปณิธานการออกแบบที่แรงกล้ามาก
ไม่มีใครทำงานเผาๆส่ง ถ้าไปพูดว่าลองปิดตาข้างนึงทำนี่คือโดนด่าโดนประณาม
ถ้าใครไม่เจ๋งจะรู้สึกกดดันเลย นี่มันที่รวมทีมชาติหรือยังไงเนี้ย?
ทุกคนเป็นพวก muti-funtion / muti-tasking มาก
บางทีเราก็คิดว่าถ้าเราเอื่อยๆเฉื่อยๆเหมือนแต่ก่อนคงอยู่ไม่รอดแน่ๆ
 
แต่เราเป็นพวกบ้างานมากๆไม่ได้ คืองานเยอะเมื่อไหร่
ร่างกายจะเปิดโหมด shutdown ตัวเองไปโดยอัตโนมัติ
ถ้าทำงานแล้วรู้สึกไม่สนุกก็ไม่ไหวแล้วล่ะอย่างงั้น
ต้องพยายามจูนความคิดแล้วก็จิตใจตัวเองให้มาทำงานต่อให้ได้
พยายามสะกดจิตตัวเองให้อยู่กับร่องกับรอย
เพราะว่า ถ้าลืมจุดยืนของตัวเองไปมันอันตรายมากๆเลย
ถ้าเกิดว่าอยู่ๆมีวันนึงที่ตัวเองเกิดคิดว่า "วันนี้ไม่อยากออกแบบอะไรแล้ว...ขี้เกียจคิด"
มันเหมือนเป็นการบอกว่า "เราไม่อยากทำอาชีพนี้แล้วเหรอฟระ?"
มันก็เหมือนกับการใช้ชีวิต มีโจทย์ที่ถูกตั้งขึ้น มีการแก้โจทย์หาคำตอบ
การออกแบบก็เหมือนกัน เพียงแต่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากๆหน่อย
ถ้าเราไม่แก้โจทย์อันนี้ก็ต้องมีอันอื่นให้ต้องทำอยู้ดี
"มันไม่มีหนทางที่ง่ายๆให้เลือกตลอดเวลาหรอก"
 
คนเรามักจะถามว่า ทำอะไร? แล้วได้อะไร?
แล้วถ้าทำเพราะเราแค่ได้ทำ....อาจจะไม่ได้อะไรด้วยซ้ำ แล้วจะทำไม๊?
แต่คงไม่มีหรอกอะไรแล้วที่ทำแล้วไม่เกิดผลอะไรเลย เพียงแต่ผลลัพธ์มันอาาจะเล็กน้อยมาก
ไม่ก็อาจจะมีแค่ไม่กี่คนที่รู้ แต่คิดว่าก็ยังดีกว่าอยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลย
มีหลายคำถามที่เราถามตัวเองแล้วก็หาคำตอบไม่ได้ อย่างเช่นคำถามนี้แหละ

"นี่เราทำไปทำไมเนี้ย?"
ก็ยังสงสัยและทำต่อไป

เหนื่อยก็นอน
หาขนมกิน
ไปวิ่งขจัดพลังฟุ้งซ่าน
สู้ต่อไปให้งานสำเร็จ
หลายเรื่อง นอยๆไปก็พยายามเคลียไป
 
ไม่รู้ทำไมถึงนอยบ่อยซะเหลือเกิน
การอยู่คนเดียวเยอะไปมันจะเป็นอย่างนี้ใช่ไหมเนี้ย?

 

 


 

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#1 By GooTarn on 2015-05-06 12:59

Recommend