mintd*-* View my profile

บันทึกมนุษย์ฟรีแลนซ์ ภาค8

posted on 01 Mar 2015 17:13 by mintd in Diary directory Diary
ผ่านปีใหม่มาแป๊บเดียวก็เข้าสู่เดือนที่3 ของปี อย่างไว
เดือนที่ผ่านมาจบโปรเจคไป 3-4 งาน ซึ่งตกอาทิตย์ละงาน...
แต่เผอิญว่าเราทำสลับๆหลายๆงานพร้อมกัน เล่นเอาเปลี่ยนโหมดไม่ทันเลยทีเดียว
ตอนที่ว่างก็คิดว่าจะไปเที่ยวซะหน่อย ไปๆมาก็ไม่ว่างแล้วซะงั้น
ไม่รู้จะมีความสุขดีมั้ยเนี้ย?
 
วันนี้ได้คนจ้างทำตีฟรายใหม่เป็นพี่ซีเนียร์ที่เคยทำอยู่บริษัทเก่า
แต่เค้าออกก่อนที่เราจะเข้า
แต่พี่ออฟที่เป็นซีเนียร์ของเราแนะนำมาอีกที
ใจนึงก็เต็มใจรับงานแหละ อีกใจก็ไม่แน่ใจว่าจะทำทันรึเปล่า ?
เพราะตอนแรกที่ทำงานสามเจ้าสลับกันเนี้ยสับรางแทบไม่ทัน
เป็นอะไรที่นรกแตกมากๆ
แต่หลังจากซื้อคอมไปเดือนที่แล้วก็เลยต้องหารายได้ถอนทุนคืนซะหน่อย
การเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจลืมไปได้เลย...
ตารางการทำงานก็เลยเต็มเอี๊ยดทุกวันไม่มีวันหยุด
 
ส่วนใหญ่คนที่จ้างเรามักมาจากคนที่เรารู้จัก
แล้วก็มาแนวเดียวกันคือ เคยจ้างคนทำตีฟ แต่คนนั้นเริ่มจะติดต่อยาก
งานเริ่มห่วยก็เลยหาเจ้าใหม่
จะว่าไปเกือบ100% ก็ได้ที่เป็นแบบนี้
ก็อย่างว่าแหละงานทำตีฟเป็นงานที่มักชอบเร่ง
(ไม่มีหรอกว่า "น้องทำไปชิวๆเลยพี่ให้เวลาเป็นเดือนจัดเต็มไปเลย")
แถมต่อราคาทีก็ท้อ ไม่อยากจะทำให้เลย
ตอนนี้เราแทบงงกับเรทราคาค่าตีฟของตัวเองไปเล้ว
เหมือนโปรโมชั่น เหมาๆยังไงชอบกล
แต่ก็ทำไปด้วยใจรัก แม้บางทีก็มีรู้สึกหงุดหงิดๆบ้าง
 

พี่ที่ทำอินทีเรียส่วนใหญ่ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันแบบนี้
อารมณ์โดนกดค่าแบบมาเลยงบจำกัด
ส่งผลมาที่ฟรีแลนซ์ตัวจ้อยอย่างเรา 
ไอ้เราเลยต้องรับหลายงานเลยเห็นไหม
ไม่อยากนึกสมัยที่เป็นมนุษย์เงินเดือน นี่เราอยู่รอดมาได้ยังไงน้า?
แต่ว่างานพวกนี้เป็นอะไรที่ต้องสั่งสมประสบการณ์ แล้วต้องมีความรับผิดชอบจริงๆแหละ
ไม่งั้นอยู่ไม่รอดในการเป็นฟรีแลนซ์
 
 
"เรื่องการปิดโทรศัพท์นี้ห้ามทำเลย" 
บางทีอาจจะอยากมีเวลาส่วนตัวอะไรบ้าง แต่มันไม่สามารถ...
ไอ้เราก็เจือกว่างตลอดด้วย ไม่มีตอนไหนยุ่งๆแบบรับโทรศัพท์ไม่ได้ด้วย
อยากมีโมเมนต์แบบว่าส่วนตัวก็ดันไม่มี เฮ้อ! อันนี้มันปัญหาส่วนตัวละว่างเกิน...
ส่วนใหญ่มีแต่คนไลน์มาก็เลยไม่ค่อยจะต้องโทรศัพท์เท่าไหร่
 
ถ้าสมมติงานไม่เสร็จจริงๆมันไม่คอขาดบาดตายมากก็เลือนวันส่งได้
แต่ไม่ควรจะปิดโทรศัพท์หนีความจริงเด็ดขาด เพราะมันจะทำให้เราเสียเครดิต
แล้วคนที่จ้างเราก็รู้สึกไม่ดี 
เราก็ไม่เคยเจอคนที่โทรมาจิกงานเยอะๆด้วยอ่านะ เพราะส่วนใหญ่เค้าไม่มีเวลามาจิกขนาดนั้น
อีกอย่างถ้าเรารู้หน้าที่ตัวเองแล้วแพลนให้ดีมันก็ส่งทันตามกำหนดได้
เพราะการโต้รุ่งปั่นงานมันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
 

ทำไมรู้สึกว่าตัวเองแก่ๆความรู้สึกด้านชาไปแล้วยังไงไม่รู้
แต่ก่อนได้งานอะไรแปลกๆมาก็ตื่นเต้นอยากทำ
ยิ่งร้านอาหารญี่ปุ่นนี่นะ เรารีบทำก่อนโปรเจคอื่นเลย
เพราะปกติก็ได้แต่บ้าน
- บ้านโมเดิร์น(อันนี้จบง่าย)
- บ้านคลาสสิค+chic+อื่นๆที่detailเยอะๆ(จะใช้เวลาเยอะ)
แต่ว่าถ้าบ้านนี่ถ้าได้งานมาก็จะเฉยๆ ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่ (อาจจะเพราะว่าทำเยอะไป)
อาจจะมีบางโปรเจคที่ลูกค้า request มาว่าจัดเต็ม มีอะไรแหวกแนวเราก็จะกระตือรือร้นมากหน่อย
แต่งานที่เฉยๆเราก็ไม่เคยทำลวกๆนะ เพียงแต่มันไม่ค่อยได้คิดอะไรเท่าไหร่เพราะใช้detailเดิมๆ
 
 
พี่ที่เป็นซีเนียร์เค้าเวลาจะเก็ตช์งานเค้าก็จะมีDetailเฟอร์นิเจอร์เดิมๆ
ที่มักจะใช้ อะไรที่เค้าเคยทำแล้วมันสวย สัดส่วนต่างๆ หรือวัสดุต่างๆ
เราก็เอามายำๆกับที่เราคิด 

ยิ่งได้ทำงานกับหลายๆคนเราก็จะพบกับสไตล์แต่ละคนที่แตกต่างกัน
บางคนเราก็ชอบ บางคนเราก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ 
จะว่าเป็นงานตามสั่งก็ได้ถ้ามันไม่ใช่งานที่เราออกแบบเอง 
แต่ถ้าดีไซน์มันขัดใจเรา เราก็พยายามจัดแสง ใส่พร็อพ เรนเดอร์ แต่งรูปเอา
เราไม่ใช่พวกติสแตกแบบว่าไม่สามารถทำตามสั่ง หรือทำงานตามใจตัวเอง
แต่เป็นพวกทำไงก็ได้ให้คนที่จ้างโอเคมากกว่า

ถ้ามันแย่จริงๆเราก็อาจจะปรึกษาหรือว่าบอกเค้าว่าอันนี้ไม่โอนะ
การทำเป็นอาชีพก็คงต้องเป็นงี้แหละ
เราไม่รู้ว่างานแบบไหนจะเข้ามาบ้าง
บางทีก็ภาวนาอยากได้อะไรที่ทำแล้วสนุกๆดีไซน์เจ๋งๆสร้างออกมาแจ่มๆ
แต่บางงานก็ไม่ใช่ แค่อยากรีบๆทำๆจบๆไป
 
 
งานอินทีเรีย มันก็มีอะไรแปลกๆใหม่ๆให้เรียนรู้ตลอด
มันก็สนุกตรงนี้แหละ
แบบความชอบของลูกค้าที่แตกต่างกันไป
เทรนด์ปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ
 
จะมีที่ไม่สนุกก็ตรงถ้าเจอลูดค้าที่เรื่องเยอะๆ
เห็นอะไรที่ชอบก็มาจับยัดใส่ในงานซึ่งบางทีมันไม่เข้า
ยำไปยำมามันก็เลยดูเยอะ ไม่สวย แต่สุดท้ายคนจ่ายเงินคือลูกค้า
ก็เลยต้องตามใจ ถ้าเค้าไม่เก็ตตามเรา แต่เราไม่ค่อยได้ไปดีลงานกับลูกค้าโดยตรง
ทำแต่ดีไซน์กับตีฟ เพราะเบื่อเรื่องลูกค้านี่แหละ
ขอคิดแต่ดีไซน์กับทำตีฟจนปวดหัวจะมีความสุขกว่า
 
คหสต. คิดว่าฟรีแลนซ์ทำตีฟนี่ยังอยู่ได้สบายๆนะ
อาจจะเป็นช่วงๆงานมาก-น้อย แตกต่างกันไป
อาจจะต้องรับงานจากหลายๆคนในการกระจายความเสี่ยง
ส่วนการหางานนี่ไม่รู้จะแนะนำยังไง เพราะส่วนใหญ่ได้มาจากคนรู้จัก 
มันจะโอเคกว่าหาตามเว็บไรเงี้ย เพราะว่ามันรู้จักกัน(อาจจากทางอ้อมแต่ก็รู้จักอะ)
เรื่องโกงตังอะไรนี้ก็จะเสี่ยงน้อยกว่า ตามไปด่าคนรู้จักได้
หรือไม่ก็ต้องจ่ายล่วงหน้าก่อนถึงทำ 

คนที่รับถูกๆตัดราคานี่ไม่ต้องไปเครียดเพราะว่าของแบบนี้มันอยู่ที่ฝีมือ
ถ้างานมันยากจริงๆใครอยากจะรับมาถูกๆแล้วทำละจริงมั้ย
ก็พยายามทำให้มันสมเหตุสมผลที่เราอยู่ได้
เพราะถ้ารับมาถูกไปเราก็จะเกิดอารมณ์ไม่อยากทำหรือ ทำแล้วไม่อยากแก้งาน
แต่ก็ขึ้นอยู่กับคนที่จ้างด้วยแหละ บางคนก็ใจดีไม่เคยจะต่อราคาเลย เรียกแพงๆก็ได้
อันนี้แล้วแต่ดวง และฝีมือ
เพราะฉะนั้น เราก็ต้องตั้งใจทำงานให้ดีเสมอต้นเสมอปลาย
คล้ายๆสะสมประสบการณ์ไป 
วันข้างหน้าก็จะมีงานดีๆเข้ามาเรื่อยๆเอง
ไม่ควรจะโลภจนเกินไป และทำอะไรให้มีคุณภาพ
 
 
มันไม่ใช่อาชีพที่ทำแล้วรวยมากๆ 
คือทำเยอะแค่ไหนก็ไม่รวยเท่าเจ้าของกิจการ
เพราะว่ามันเป็นงาน Handmade ใช้คอมทำก็จริงๆแต่ต้องใช้ฝีมือตัวเองสร้างออกมา
คนที่อยู่ได้ก็เพราะอุดมการณ์และใจรักจริงๆ
ไม่งั้นก็ไปขายครีมขายของigกันหมดแล้ว
ต้องโทษพวกละครที่ทำให้พวกเด็กๆเข้าใจผิด
สถาปนิกอินทีเรียที่หล่อๆสวยๆทำเท่ๆเก๋ๆในทีวีมันมีแค่ลูกคนรวยเจ้าของบริษัทเท่้านั้นแหละ
เรื่องจริงคือพวกเราเนี้ย หมกอยู่หน้าคอม ไปไซต์ นอนวันละนิดเดียว กระเซอะกระเซิง
ว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำตามอุดมการณ์ต่อไป ถุ้ย!!!Embarassed


Comment

Comment:

Tweet

Recommend