mintd*-* View my profile

บันทึกมนุษย์ฟรีแลนซ์ ภาค7

posted on 16 Feb 2015 22:29 by mintd in Diary directory Diary
 
ชีวิตคนเรานี่อะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอนนะ เอนทรีที่แล้วยังนอยด์ด่าพี่ออฟฟิสเก่าอยู่เลย
ไปๆมาๆ ผ่านมา2อาทิตย์ ไปรับงานจากออฟฟิสเก่าซะแล้ว 
.....นี่มันอะไรกันน่ะชีวิต?
 
แสนจะงุนงงตัวเองและโชคชะตาตัวเองจริงๆ
 
เนื่องจากสองสัปดาห์ที่ผ่านมาเราว่างมากๆ
เพราะพี่ที่จ้างทำตีฟประจำง่วนกับการเคลียร์งานดีเทลก่อสร้าง
ร้านอาหารที่เพิ่งทำตีฟส่งเค้าไป เป็นโปรเจคที่มาเร็วไปเร็วมาก จบงานภายใน4วัน ไม่แก้อะไรเลย
เพราะลูกค้ารีบสร้าง
 ได้มาก่อนที่คอมเครื่องใหม่จะได้ ทำให้ต้องฝากพี่เค้าเรนเดอร์ตีฟ 3รูป
เพราะคอมเราช้าเรนรูปละ4 ชม.ได้ เพราะเฟสหลายล้าน
 
พอจบงานนี้ ก็ได้คอมที่สั่งไว้พอดี (แต่ดันว่าง)
เป็นช่วงที่แกลบกินมากๆ เดือนที่ผ่านมาใช้เงินไปเยอะมากจ่ายค่าสารพัด
จนกรอบจริงๆ เงินเกือบแสนถูกละลายไปเป็นค่าเทอม ค่าคอม ค่าส่วนกลาง ค่าคอนโด ค่าเครดิต จิปาฐะ สารพัด
ปกติงานจะมา 3เจ้า หายไปเหลือเจ้าเดียว
ทำให้เรารู้สึกไม่มั่นคงอย่างบอกไม่ถูก ทำให้ถึงเวลาต้องหางานเพิ่ม
 
 
มีอยู่วันนึงหลังจากนอยด์ๆพี่ออฟฟิสเก่า อยู่ๆเค้าก็ชวนไปกินข้าวต้ม
เราก็ไปโดยดีใจมาก อาจจะเพราะวันนั้นลืมเรื่องนอยด์ไปหมดแล้ว
หายง่ายเหลือเกิน..... คนเราเนี้ย
ปรากฎวันนั้นเป็นวันเกิดพี่เต้  เราก็ไม่รู้หรอก แต่ก็สนุกดี
มีคนคุยด้วยเยอะดี
 
พี่กีฟ ที่เป็นดีไซน์ไดเรคเตอร์ ก็ถามว่า"เราเป็นไงบ้าง สนใจมาทำงานที่ออฟฟิสป่าว? ตอนนี้รับคนอยู่"
เราก็บอกว่า "ขอทำเป็นฟรีแลนซ์นะ" ตามคอนเซ็ป
พี่กีฟก็พูดประมาณว่า "ที่ออฟฟิสอะฟรีแลนซ์เยอะแยะ เค้าจะรับพนักงานประจำ"
เราก็ "อืมๆ เหรอ"
 
แล้วอีกวันที่พี่เค้าชวนไปกินเลี้ยงปีใหม่ (จะปลายมกราแล้วนะ ไม่รู้ปีใหม่ยังไง)
พี่ศิ พี่ที่เป็นassistant ก็ถามเราว่า "สนใจมาทำงานออฟฟิสป่าว พี่ขี้เกียจหาคนแล้ว"
สงสัยคงหาคนมาสมัครยาก
คุณสมบัติที่ออฟฟิสอยากได้บางทีก็ขัดแย้งกับ logic (อันนี้ไม่อยากบ่นตอนนี้ค่อยเล่าทีหลัง)
ก็คนที่ฝีมือดีๆมักจะเรียกเงินเดือนแพงๆ 
จ้างเรานี่ไม่มีอือหืออะไรเลย บอกไรก็ทำ ตังเติงได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้แล้วแต่จะจ่าย อยู่ด้วยง่ายจะตายไป
(จะชมตัวเองทำไมฟระ รู้สึกละอายบ้างมั้ย? มาก็สาย....)
 
เออนั่นแหละ.... ถ้าอยากมีงานก็ไปเกี่ยงอะไรมากไม่ได้
เราก็บอกพี่ศิว่า "เราขอทำเป็นฟรีแลนซ์นะ"
พี่ศิก็คุยกับพี่กุ๊ก เจ้านายให้ว่า "เราตกลงทำ แต่ว่าเป็นฟรีแลนซ์"
 
อาทิตย์ต่อมา ต้นเดือนก็เข้ามาคุยรายละเอียด
คุยไปคุยมา เราต้องเข้าออฟฟิสสัปดาห์ละ 3วัน
"อืม... ก็คงไม่แย่อะไรน่า 3วันเอง ดีกว่าอยู่บ้านนอยด์"

 
สัปดาห์แรก ก็ชิวๆเพราะไปดูบ้านที่จะออกแบบ แล้วก็ทำแปลน ทำ image present

สัปดาห์ที่2 มีบ้านหลังใหม่ งานแร่ง รีบเอาตีฟ จริงๆเราก็ชะล่าใจติดซีรีย์เสาร์-อาทิตย์ไปหน่อย
ค่อยมาเริ่มทำวันจันทร์(ไม่ได้เข้าออฟฟิสแต่ก็นั่งทำอยู่บ้านแก้ว่าง) 

การทำงาน เสาร์-อาทิตย์ นี่คือปกติมาก
การไปเดินเล่นวันธรรมดา ยิ่งกว่าจะปกติซะอีก

ตอนนี้เริ่มไม่ได้แล้ว เพราะเราเข้าออฟฟิส อ-พ-พฤ แต่กลับตรงเวลามาก ไม่มีโค้รุ่งเหมือนบรรยากาศเดิมๆ 
อาจจะเพราะว่าเดี๋ยวนี้ในออฟฟิสมีคนเยอะ ช่วยกันทำงานหลายๆโปรเจค ไม่ต้องมาดึ่งงานทำตีฟอยู่คนเดียว
เรานี่รู้สึกชิวอย่างบอกไม่ถูก เว้นแต่ว่าพี่ออฟยังโหดเหมือนเดิมเลย แล้วก็รู้สึกเสียเซลฟ์เวลาแกมองงานเรา
"เรารู้ว่ามันไม่สวยหรอก แต่แบบว่าเราเร่งมาก บางทีทำไปก็มึนอึนๆ"
แบบว่าปั่น5ตีฟใน 3วัน มีวันนึงที่เหมือนไม่ได้ทำไรเพราะนอนเร็ว
ก็เหมือนทำแค่ 2วัน 5ตีฟ เพราะว่าออฟฟิสคอมยังไม่มี....
จะเรนเดอร์เลยก๊อกๆแก๊กๆ คอมชาวบ้านบ้าง 
โน๊ตบุคอืดๆของตัวเองบ้าง (แถ...แก้ตัวรึ)
แล้วเราก็ไปสาย 2ใน 3วันด้วย
อนาถ..............................

แต่แบบว่า เราเองก็ไม่ไหวจริงๆนะ กลับบ้านมาก็ยังมาปั่นตีฟเหมือนเดิม
เผลอหลับไปเช้าๆแล้วมันก็เลยสายซะเพราะนอนรอเรนเดอร์ 
นิสัยมนุษย์ฟรีแลนซ์มันฝังรากลึกเราซะเหลือเกิน
 
การไปทำงานออฟฟิส3วันนี่คือสายโดนเพ่งเล็ง
ออกแนวโดนเหยียดยามเล็กน้อย (พี่ออฟไม่พูดแต่เรารับรู้ถึงออร่าได้เลย)

แบบว่าเราบอกแกว่าเราจัดเพลทพรีเซนต์ก็เลยให้แกดู แล้วแกก็ถามว่าโต๊ะมันวางได้จริงๆเหรอ
แบบว่าสเกลได้วัดมั่งป่าว
"มันก็เข้าสเกลนะพี่ออฟ" เราก็บอกแกไป
มันอาจจะแคบแล้วไม่ได้เขียนแบบ
เพราะว่าไม่มีเวลา แล้วงานนี้พี่กุ๊กก็บอกว่าเป็นงานรับเหมาไม่ได้ค่าแบบ แกก็จะรีบๆใหม่มันจบไป
ไม่อยากทำดีมาก ก็เลยบอกพี่ออฟว่า "พี่กุ๊กบอกว่าอันนี้ไม่ต้องเขียนแบบนะ"
 
ไม่รู้แกฉุนหรือไง แต่ปกติเราก็ควรรับคำพูดจิกตรงๆของพี่ออฟให้ได้แล้วนะ
แกก็ไม่ได้เกลียดเราแค่....พูดตรงซะหน้าหงายเงิบทุกที
แกเลยพูดว่า "แล้วทำงานพี่กุุ๊กเค้าจ่ายเงินเอ็มป่ะ?" อะไรทำนองนี้
 
เรางี้จี๊ด.........เลย  
"พี่กุ๊กเค้าจ่ายเป็นเงินเดือนอะพี่" ก็เลยบอกพี่ออฟ
เราไม่มีเวลามาอธิบายหรอกว่าพี่ออฟเค้าสั่งมางี้หนูก็ทำงี้
เค้าอยากได้Contemporaryเราก็ทำให้แต่มันอาจจะธรรมดา เพราะเราไม่ค่อยมีเวลาคิด
เพราะต้องรีบปั่นจำนวนให้มันเสร็จก่อน
การคุยกับพี่ออฟบางทีเราก็เหนื่อยน้า..... เพราะออฟฟิสนี้เน้นงานจัดเต็ม 
ไม่ว่าออกแบบอะไรต้องใส่ให้เต็มที่ก่อน ลูกค้าลดงบอะไรก็ค่อยมาแก้ทีหลัง 
แล้วพอเราทำงานที่ดูคิดน้อยไป ก็เลยโดนเพ่งเล็งจากพี่ออฟ 
จริงๆเราเข้าใจนะ.......เรารู้ว่าพี่เค้าอยากให้เราเก่ง ให้ดีกว่านี้
เราเองบางทีก็หยิ่ง...และไม่ค่อยจะฟังด้วยแหละ พูดยาก แต่มันไม่ใช่ตัวเราอะการทีฟังเงียบๆ
ไม่รู้จะบอกยังไงดี เราไม่ใช่เด็กดีขนาดนั้นนะ 
 
พี่กุ๊กเป็นเจ้านายที่ค่อยข้างไฮเปอร์ คิดเร็ว สั่งเร็ว ทำเร็ว เอางานเร็ว
นในออฟฟิสเป็นพวก perfectionist อยากเห็นงานออกมาดี เจ๋งที่สุด
แต่ด้วยหลักความจริง เงิน งบประมาณ เจ้าของโครงการ คนที่เกี่ยวข้องมากมาย
มันก็ทำให้งานยาก บางทีก็ไม่เป็นอย่างใจ
 
แต่เราขอบอกเลยว่า เราไม่เคยทำงานชุ่ยขนาดนั้น มันอาจจะไม่ดีที่สุด
แต่เราทำเต็มที่ เท่าที่เวลาจะเป็นไปได้ จะว่าเราทำตามสั่งก็ได้
ถ้าเราทำไม่เหมือนที่พี่กุ๊กบอก เราก็โดนแก้อยู่ดี เรามีเวลาแค่3วัน ที่จะจบงานภายในสัปดาห์
มันไม่เยอะขนาดที่เราจะทำให้ทุกคนประทับใจได้ขนาดนั้น เราก็พยายามให้ดีที่สุด
 
การอยู่ออฟฟิสมันก็ดี มีเพื่อน มีพี่ คอยสอนงาน
มีขนมให้กิน มีปาร์ตี้ มีเรื่องให้เมาท์ มีออกไปกินข้าวเที่ยง
ซื้อขนมเซเว่น มีเมาท์ดารา ละคร มีเรื่องคนโน้นคนนี้ให้พูด
แค่3วัน/สัปดาห์ เราจะทำให้ดีละกันCool
 
 
กลับมาที่งานฟรีแลนซ์ 

พอสัปดาห์ที่2 เริ่มวุ่นๆ งานใหม่ก็เริ่มเข้ามาดีใจน้ำตาจิไหล...T T
 
ทำไมพี่ปล่อยให้หนูว่างตั้งเกือบ2 สัปดาห์
ดูซีรีย์ไปตาจะแฉะ งานก็เยอะเหมือนเดิมแล้วตอนนี้
เบิกตังได้เลยไปถอยรองเท้ามา... ก็รู้สึกเสียดายเมื่อซื้อมา ไม่รู้ซื้อมาทำไม?
ปกติไม่ซื้อเลยเพราะไม่ได้ออกไปไหน เสื้อยืดนี่อยู่บ้านกังๆขาสั้น รองเท้าแตะ
พอไปทำงานได้2อาทิตย์เท่านั้นแหละ ต้องซื้อเสื้อผ้าเลย....(อันนี้มันข้ออ้างสนองกิเลศตัวเองชัดๆ)
 
พี่ดุ๊ก เป็นพี่ที่จ้างเราทำตีฟประจำ จะว่าไปเราก็เหมือนสังกัดบริษัทเค้าแหละ
เพียงแต่พี่เค้าก็เป็นฟรีแลนซ์เหมือนกัน เราเลยไม่กดดันเท่ากับการอยู่ในบริษัทจริงๆ
 
เราชอบการได้เงินเป็นโปรเจคๆนะ เราว่ามันเยอะกว่าเงินเดือนดี
แต่เงินเดือนมันก็อุ่นใจดีว่าเดือนๆนั้นจะได้เงินแน่ๆ
แต่ผ่านมาถึงขนาดนี้ใครๆก็ว่าเงินฟรีแลนซ์ดีกว่า
ที่บริษัทจ้างเราเป็นเงินเดือนเพราะว่ามันคุ้มกว่า 
เหมือนเหมาๆ ถ้าจ้างเป็นรูปเหมือนงานนอกมันไม่ค่อยคุ้มเค้าก็เลยจ้างเป็นเงินเดือนดีกว่า
แล้วเวลาคุยงานจะยากด้วยถ้าฟรีแลนซ์ที่เข้าบ้างไม่เข้าบ้าง 

แต่ไม่รู้ทำไมกับพี่ดุ๊ก เราไม่เคยเห็นมีปัญหาเลย ตี1 ตี2 เราก็ยังนั่งไลน์ นั่งคุยงาน ทำงานอยู่เลย
บางทีในอนาคตบริษัทมันอาจจะมีหลายรูปแบบมากก็ได้นะ ใช่ว่าทำงานอยู่บ้านแล้วจะไม่ได้งานซะเมื่อไหร่
เราว่าอยู่บ้านนี่เราทำงานได้เยอะกว่าออฟฟิสอีก
เพราะเรามีพื้นที่เยอะ ทำทั้งวันทั้งคืนก็ได้
ขาดก็สังคมนี่แหละ
ตอนนี้เลยเหมือนพวกSEMI มนุษย์ฟรีแลนซ์

วันเสาร์-อาทิตย์ สำหรับเราไม่รู้สึกพิเศษอีกแล้ว ตั้งแต่มาทำฟรีแลนซ์ 
ทำงานหาไรกิน ดูหนัง ซักผ้า ออกไปข้างนอกคนก็เยอะ กลายเป็นพวกไม่ชอบคนเยอะๆไปแล้ว
ความสุขของการทำฟรีแลซ์มันก็ดีที่อิสระนี่ละเนอะ 

พี่ที่ออฟฟิสถามว่าถ้าเราเรียนจบแล้วเราจะทำอะไร?
"จริงๆก็ไม่เคยคิดเหมือนกัน" เพราะปัจจุบันเหมือนตัวตุ่นที่ชอบความรู้สึกมืดๆในโพรง
ไม่อยากกลับบ้านไปอยู่กับแม่ ยังชอบอิสระอยู่ชิวๆ
แต่มันก็คงจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเร็วๆนี่แหละ 
จริงๆเรายังอยากไปเรียนต่อนะ (ไอ้ที่เรียนอยู่นี่ยังไม่เข็ดเนอะ)
 
เราชอบเรียนนะ จะหาว่าแปลกคนก็ได้ ชอบท่องเที่ยว ทำอะไรตามใจสบายๆ
แค่ตอนนี้เราต้องหาเลี้ยงตัวเอง ก็เลยต้องทำงาน
มันเลยตอบยากว่าเรียนจบจะทำอะไร ....
 
มันไม่เหมือนมัธยม เรียนจบเอนทรานซ์ เข้ามหาลัย
เข้ามหาลัยแล้วไง?
ทำงาน ทำงานก็อยากเรียนต่อ...
เรียนจบแล้วไง? ทำงาน.... 
แล้วไง...............

เอาจริงๆเลย เรามันก็แค่ สาวโสด หดหู่ เก็บตัว
ไม่มีความคิดจะหาแฟน กลัวการฝูกมัด แต่งงาน
หน้าตาธรรมดา อารมณ์โลกส่วนตัวสูง
ยังชอบดูการ์ตูน และทำอะไรไม่รู้จักโต ไม่เคยคิดถึงคนอื่น
 
ตอนนี้เราก็ไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน
แค่คิดว่าเราชอบประเทศเนเธอร์แลนด์ แล้วอยากไปอยู่ ไม่ก็เรียนโทอีก
แต่แม่ก็อยากทำสวนเปิดร้านกาแฟ ทำอะไรออร์แกนิก แล้วก็อยากให้เราไปช่วย
เราเลยฝันอยู่แบบเงียบๆ เก็บตังไปเรื่อยๆ 
พอใครถามว่าอนาคตอยากทำอะไรตอนเรียนจบ ก็เลยไม่รู้จริงๆ
เพราะตอนนี้มันช่างคลุมเคลือซะเหลือเกิน...
 
แล้วเราเป็นพวกชีวิตอยู่นิ่งไม่ได้นานซะด้วยสิ
6เดือนก่อน ........ ก็ลาออกจากงานประจำมาเป็นฟรีแลนซ์
ตอนนี้ก็กลายเป็น SEMI มนุษย์ฟรีแลนซ์
ต่อไป... จะเป็นยังไงนะ? 
บางทีก็สงสัยตัวเองเหมือนกัน
มันเป็นช่วงอยู่ตัวอย่างบอกไม่ถูก... แล้วพอมันเป็นแบบนี้ทีไร
เราก็ชอบหาเรื่องใหญ่ๆมาให้ชีวิตลำบาก
 
ในแต่ละวัน..... ชีวิตก็เหมือนการผจญภัย ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ไปไหน
แต่มันก็มีเรื่องให้ได้จัดการให้สำเร็จ

 
ลืมเล่าว่า 2สัปดาห์ก่อนเราเพิ่งส่งเอกสารหัวข้อทีสิสไป
แล้ว......ตอนนี้ก็เงียบๆมากเลยเพราะมีเพื่อนส่งไปแค่อีกคน อีก2คนยังเงียบๆ
เราเลยนอนฝันร้ายเรื่องทีสิส แล้วบางทีก็นอนไม่หลับ 
คือจริงๆไม่ได้เครียดอะไรขนาดนั้น แต่มันไปอยู่ในฝันแทน
เราเลยกังวลเพราะความฝันไปเลย
ทำงานรอคอยวันเวลา งานก็ทะยอยเข้ามาให้สะสาง
ไม่รู้ว่าต่อไปจะเป็นยังไง เหมือนช่วงชีวิตชะลอตัว
 
เฮ้อ พรุ่งนี้ต้องไปทำงานล่ะ ขอปั่นงานตามSchedule ก่อน

Comment

Comment:

Tweet

Recommend