mintd*-* View my profile

บันทึกมนุษย์ฟรีแลนซ์ ภาค5

posted on 08 Dec 2014 07:34 by mintd in Diary directory Diary
"เข้าสู่เดือนที่ 6 ของการเป็นฟรีแลนซ์เต็มตัว" เหมือนจะเขียนบันทึกแค่เดือนละครั้งได้ละมั้งทั้งที่ตั้งใจ
ว่าจะเขียนเยอะกว่านี้แต่เอาเข้าจริงก็รักษาความขยันได้แค่เท่านี้
 
ตะกี้เพิ่งอ่านหนังสือ The Real Alaska อลาสก้าล้านเปอร์เซนต์ ของเบ้น ธนชาติ จบ  คือก็รู้ว่าหนังสือ
มันไม่ได้หนาอะไรมากนะ แต่อ่านตอนรอเรนเดอร์ตีฟไปสักครึ่งรูปก็ยังไม่เสร็จเลย เกือบจะสี่ชั่วโมงได้ เริ่มจากอ่านไปบนบอลโยคะ... นอนอ่าน... เล่นเกมไปอ่านไป.. จนหมดมุกแระ ตีฟก็ยังเรนเดอร์ไม่เสร็จ 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
"กิจวัตรประจำวันช่วงนี้ค่อนข้างจะไม่ปกติมาก-มากที่สุด" ที่มนุษย์ทั่วไปทำกัน
วันนี้อาจจะกอบกู้วิกฤตมาได้ส่วนนึงเพราะเพิ่งส่งงานเสร็จไปโปรเจคนึง เหลืออีกอันซึ่งดองมานานมาก ตั้งใจว่าวันนี้จะทำให้เสร็จให้ได้
 
ตอนแรกเหมือนกำลังจะป่วย  เลยกินวิตามิน ยา อาหารบำรุงสารพัด อย่างที่บอกมาตอนแรกว่าช่วงนี้เรา
ใช้ชีวิตพิลึกไม่ปกติ คือ อนกลางวันตื่นมาทำงานกลางคืนยันเช้า มันเลยรู้สึกเหนื่อยๆโทรมๆมาก
แถมเราวิ่งเยอะมาก

เลยเหมือนร่างกายจะรู้สึกหมดแรงไปเลยเริ่มผอมเร็วมาก(ใจนึงก็ดีใจนะ ใจนึงก็กรุเป็นโรคอะไรรึเปล่าเนี้ย)
แต่เหมือนช่วงนี้เลือกกินและกินน้อยมาก เพราะเวลาส่วนใหญ่เอาไปนอน จะได้กินก็มื้อเดียวตอนเย็นแล้ว ร่างกายเลยเหมือนไม่ค่อยจะรับอาหาร รู้สึกโทรมๆอย่างบอกไม่ถูก แล้วเราไปวิ่งเยอะมากยิ่งกินอะไรไม่ลงเข้าไปใหญ่เลย 

สังเกตตัวเองว่าจะมีวงจรซื้ออาหารซ้ำๆ กินอะไรไม่ค่อยหลากหลายเท่าไหร่ ชอบอะไรก็กินแต่อย่างนั้นมัน
ตลอดเลย อาจจะเพราะว่าเราขี้เกียจด้วยละมั้ง 
 
 
กิจวัตรประจำวันช่วงนี้
 
 
7โมงเช้า

ถ้าตอนนี้เรนเดอร์ตีฟเสร็จแล้วหรือยังรอเรนเดอร์ เป็นไปได้ว่าช่วงนี้เราจะเอาผ้าไปซัก ช่วงก่อนหน้านี้ก็ออก
ไปสูดอากาศเย็นๆยามเช้า ช่วงนี้อากาศดีมากเลย เสียแต่ว่าเรานั่งทำงานทั้งคืนมันเลยรู้สึกเฉยๆเพราะว่าร่างกายมันไม่ได้พักผ่อน
 
มีสองทางเลือกคือ 1.ร้านหน้าปากซอย 2.ร้านซอยตรงข้าม 
ถ้าก่อน 8โมง ร้านข้าวที่เรากินประจำในซอยมันยังไม่เปิด ต้องข้ามไปกินซอยตรงข้าม (ซึ่งมีอาหารเยอะมาก) แต่ไอ้เราดันไม่ค่อยชอบสักอย่าง หมูปิ้ง ไก่ทอด ข้าวเหนียว ข้าวแกง(ไปกินตอน 7.30 มันยังทำไม่เสร็จทุกอย่างแล้วดันมีแต่ของเผ็ดๆซึ่งเรากินไม่ค่อยได้)

สาเหตุที่เราเรื่องมากเพราะว่าเวลาจัดฟันนี่มันเปลี่ยนนิสัยการกินของเราไปเลย เราไม่พยายามกินอะไรที่มัน
ลำบากต่อการขบเคี้ยวเลย ถ้ากินของเผ็ดมากๆมันจะชอบไปติดที่ซอกฟันและทำเราแสบมากเพราะเอาไม่ออกต้องทนจนกว่ากลับบ้านกว่าจะไปแปรงฟันได้ ของแข็งมากๆนี่ก็ไม่มีแรงเคี้ยว
 
ความเป็นไปได้ในการกินอาหารช่วงเช้าก็คืออะไรต้มๆ เราเลยชอบกินเกาเหลาร้านหน้าปากซอยมาก
เพราะเค้าให้ผักเยอะเราชอบกินถั่วงอกเยอะๆแล้วร้านนี้ต้มเปื่อยมากๆแบบไม่ต้องบอก(ไม่รู้บังเอิญหรือว่ายังไง แต่เราไปกินสัปดาห์ละ3ครั้งได้อย่างต่ำ)
 
ถ้าสายมานิดนึงเราจะเดินไปซื้อกาแฟร้าน MEZZO มอคค่าแก้วใหญ่ (กินไม่ค่อยจะหมดแต่ก็สั่งแก้วใหญ่
ทุกที)และด้วยลุคที่เพิ่งตื่น น้ำไม่อาบฟันไม่แปรง แต่งตัวกังๆ เสื้อยืด-กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ตอนแรกก็คิดอยู่ว่าควรจะแต่งอะไรดีๆกว่านี้ แต่หลังๆไม่สนและคือการอดนอนจนระบบรวนๆ ก็ทำให้การตระหนักในเรื่องแต่งตัวอะไรนี่หายไปได้(พยายามมีข้ออ้างไปเรื่อย)
พอซื้อกาแฟเสร็จเราก็ชอบมากินข้าวมันไก่ซอยตรงข้าม เป็นช่วงที่ไม่ค่อยมีใครกินเท่าไหร่เพราะยังเป็น
ช่วงสายๆถ้าเฉลี่ยระยะทางขากลับประมาณ 1.3กิโล ถ้าขามาไม่ขี้เกียจเราอาจจะเดินมาแล้วขากลับก็เดินย่อยอาหาร ถ้าอากาศดีมากๆเราก็จะเดินไป-กลับ
 
...
 
เดินออกจากบ้านตอนเช้าทีไรรู้สึกประหลาดๆตัวเองในกิจวัตรประจำวันซะเหลือเกิน ถ้าเรายังทำงาน
ออฟฟิสอยู่เราจะต้องรีบแต่งตัวไปทำงานแล้วตอนนั้น
 
คือเช้ามากๆอย่างตอน 7โมงนี้คงซุกตัวอยู่ในผ้าห่มแล้วขี้เกียจไม่อยากไปทำงานแน่ๆ แต่พอไม่ทำงาน
ออฟฟิสงี้ตื่นเช้าจัง(ปรากฎว่ายังไม่ได้นอน) เวลาไปเดินห้างก็อยากซื้อเสื้อผ้าใส่ไปโน่นนี่ อยู่แต่บ้านทั้งวันไม่รู้จะใส่ไปไหน กลายเป็นเสื้อยืดเรียบๆกับกางเกงขาสั้น
UNIQLOนี่คือเหมาะกับตัวตนตอนนี้มากๆ(จะซื้อใส่เป็นโหลอยู่แล้วเนี้ย) รองเท้านี่จากที่สะสมมา
ไม่ได้ใส่เลยสักคู่ช่วงนี้ไม่ได้ไปเรียนด้วย ใส่แต่อีแตะเดินไปเดินมา(หดหู่ใจจริงๆ) ใครชวนไปไหนนีรีบไปเลย(ว้อนสังคมเอามากๆ)
 
การนั่งทำงานอยู่คนเดียวทุกวันๆนี่มันน่าเบื่อมากๆเลย คือ ต้องบังคับตัวเองและจัดตารางตัวเองดีมากๆ
เพราะไม่งั้นเราจะไม่ได้งานไม่ได้การเลยเพราะ เกม ซีรีย์ อะไรต่างๆนาๆมันติดแล้วไหลไปได้เรื่อยๆ แล้วก็จะหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองไปได้เรื่อยๆไม่ยาก
วิธีแก้ก็ไม่ยาก(นึกถึงเงินเข้าไว้ ว่าสิ้นเดือนต้องจ่ายอะไร ก็จะเกิดภาวะกดดันฮึกเฮึมในการทำงานขึ้นมา
ไม่งั้นก็ต้องเบื่อเพราะดูหนังเยอะเกิน เล่นเกมเยอะเกิน) พูดเพราะผ่านมาหมดแล้ว ดีที่เรายังมีอะไรส่งงานบ้างแบบไม่น่าเกลียดมาก ไม่งั้นนี่อาชีพฟรีแลนซ์จบสิ้นเพราะความไม่รับผิดชอบนี่แหละ
 
 
10 โมงเช้า

ช่วงนี้จะส่งงานไปแล้ว เริ่มทำตีฟรูปใหม่ ไม่ก็ง่วงนอนแล้วนอนตื่นมาอีกทีก็เย็นเลย(อย่างหลังนี้รู้สึกว่า
จะเป็นบ่อยมาก) ฝืนอะไรก็ฝืนได้แต่ความง่วงมันไม่ปราณีใคร 

 
4โมงเย็น 

ช่วงเวลานี้อาจจะแล้วแต่วัน ถ้าอย่างวันนี้ตื่นเพราะคลีนิคทำฟันโทรมาให้ไปนัดจัดฟัน(ไม่อยากจะคิดว่า
ถ้าเค้าไม่โทรมานี่คงได้ไปอีกทีก็เดือนหน้าแล้ว)
 
เราเป็นพวกตื่นตัวกับโทรศัพท์มาก คือ เหมือนร่างกายมันตอบสนองโดยอัตโนมัติ ด้วยนิสัยนอนกลางวัน
นี่แหละมันเลยทำให้คนที่โทรมาเรื่องงานมักจะโทรมาปลุกเรา(มันเป็นเวลานอนที่ไหนกันล่ะ) เราเลยชอบเฟคๆว่าตื่นอยู่(ป่าวนอนนะ) แต่แบบว่าเสียงตอนตื่นนอนจะแบบว่าแหบ(ไม่รู้คนอื่นเป็นป่าว) พอเค้าถามว่าเพิ่งตื่นนอนเหรอก็จะอ้างว่าเจ็บคอเสียงหาย ไม่สบาย บลาๆ... คือ จับไต๋ได้ง่ายมากอ่าเสียงแหบๆรับโทรศัพท์นี่เพิ่งตื่นนอนชัวร์ รู้สึกน่าขายหน้าชะมัดเลย

 
5โมงเย็น

ถ้าปั้นโมเดลเสร็จช่วงนี้ เป็นไปได้ว่า 1-2ทุ่มอาจจะได้เรนเดอร์ แล้วก็จะมีเวลาไปวิ่งช่วงรอ การวิ่งนี่ถือเป็น
อะไรที่สำคัญมากๆเพราะเนื่องจากเราอยู่แต่บ้านทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้ใช้พลังงานอะไรเลย นอกจะไปซื้อข้าวซื้อกาแฟ พุงเริ่มมา เจอใครก็ทักว่าเราอ้วนขึ้น (ก็แน่ล่ะซื้อหนมมาตุนไว้เพียบเลยเนี้ย
 
 
1ทุ่ม

จากที่ตั้งค่าเรนเดอร์ เทสแสง อะไรกว่าจะเข้าที่เข้าทาง เพิ่งจะได้มาฟิตเนสก็ตอนนี้ ยังต้องเสี่ยงดวงว่า
วันไหนฟิตเนสคนจะเยอะ-ไม่เยอะอีก  
 
"เราชอบวิ่งสุดแล้ว" เพราะจะยกอะไรหนักๆเราก็ไม่มีปัญญายก(แล้วเครื่องพวงนี้พวกผู้ชายจะยึดเล่นเป็น
จริงเป็นจังมาก ไม่ว่างให้เราไปเล่นอยู่ดี) ลู่วิ่งนี่ก็ฮิตไม่แพ้กัน แต่ด้วยความที่ต่อคิวไม่นานมาก เราก็จะปั่นจักรยานรอไปก่อน
การเป็นฟรีแลนซ์นี่มันมีความกดดันในการยังชีพด้วยตนเองสูง บางทีเราก็เครียดเหมือนกัน ต้องนับว่า
ความเครียดเป็นสิ่งทีมีประโยชน์มากเพราะช่วงนี้เราก้าวหน้าในการวิ่งมากเพราะเครียดๆนี่แหละ เป็นการเปลี่ยนพลังกดดันไปใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อ
 
แต่เอ่อ... คือเจ็บข้อเท้าจนต้องหยุดวิ่งอยู่หลายวันมาก พอไปวิ่งใหม่ก็เหมือนจะวิ่งได้นานขึ้นเร็วขึ้น
อาจจะเพราะว่าน้ำหนักลดลงมั้ง ทำให้คล่องตัวขึ้น เวลาวิ่งแต่ละทีเหนื่อยโคตรๆ พยายามให้ได้วันละ6กิโล แต่ถ้าขี้เกียจก็เอาไปแค่4กิโลพอ มันเหมือนทำให้สมองแล่นขึ้นด้วยมั้งการออกกำลังกายเนี้ย นั่งหน้าจอทั้งวันทั้งคืนเนี้ยมันมีเวลาเอ๋อๆ หัวตื้อๆฝืนต่อไปก็มีแต่ไปนอนเท่านั้น เราเลยคิดว่า วิ่งนี่แหละคือทางออกที่ดีเยี่ยมเลย 

ต้นเดือนที่แล้วเราไปซื้อบอลโยคะมาใหม่ ตอนแรกก็ฝึกตามคลิปยูทูปเนี้แหละไปๆมาๆเริ่มขี้เกียจนั่ง
กลิ้งไปกลิ้งมาปั่นจักรยานอากาศบนลูกบอลแทน (เวลาเบื่อๆรอเรนเดอร์ ไม่ก็เอามานั่งเล่นเพราะมันนิ่มดี) ซื้อรองเท้าวิ่งมาใหม่แต่ไม่รู้ทำไมใส่ไม่ได้เรื่องได้ราวเลยเหมือนตอนลองก็ว่าพอดี ใส่ไปใส่มาตอนวิ่งเหมือนมันกดข้อเท้าซ้าย เลยคิดว่าคู่หน้าต้องซื้อหลวมๆไปเลยจะได้ไม่เจ็บเท้า แอบเสียดายตังเพราะไม่ค่อยได้ใส่ไปวิ่งเลยคู่ใหม่ เพราะใส่แล้วเจ็บเท้า ห้าพันนี่ไม่คุ้มอย่างแรง เอาไปซื้ออะไรได้หลายอย่างเลย
 
 
4ทุ่ม
กินข้าวเสร็จ โอ้เอ้เสร็จก็นั่งทำงานต่อ แปปๆก็จะเที่ยงคืน แบบว่าเวลามันผ่านไปเร็วมาก
 
ตอนนี้ยังคิดแอพที่เป็นโปรเจคที่ต้องส่งเสาร์นี้ไม่ได้เลย ตอนแรกก็เหมือนจะได้ ไปๆมาก็คิดว่ามันยัง
ไม่เจ๋งพอคล้ายๆมีคนทำแล้ว ลองนั่งเสิจแอพต่างๆดูก็ไม่รู้จะทำไรดี นั่งเล่นเกมต่อซะงั้นเพราะดันไปเจอเกมฟรีเจ๋งๆ ส่วนตัวแล้วชอบเกมพวกทำเควสต่างๆ
 
ไม่รู้ทำไม... เกมพวกนี้มันเป็นเกมแบบแนวไม่จบไม่สิ้น เควสนี้จบไปเควสอื่น แต่ไม่รู้ทำไมการสร้าง
ไอเทมแล้วทำสำเร็จไปเลเวลต่างๆมันทำให้เราติดพันเป็นบ้าเป็นหลังได้ หรือว่าเราชอบเอาชนะก็ไม่รู้  ทั้งๆที่รู้ว่าเกมไอ้แบบนี้มันไม่มีชนะ ต้องเล่นไปจนกว่าจะเบื่อกันไปข้างนึงนั่นแหละ
 
มันคือจุดขายเลยของไอ้เกมพวกนี้ ใครนี่แบบไม่อดทนก็ต้องซื้อไอเทมเพราะจะได้ผ่านไปเร็วๆ
 แต่เสน่ห์ของเกมพวกนี้มันคือการนั่งเก็บไอเทมไปเรื่อยๆ คือถ้าใช้เงินซื้อนี่ถือว่าอ่อนแระ เราต้องพยายามด้วยตนเองที่จะเล่นฟรีๆมันถึงจะมีคุณค่า แต่เกมที่เสียตังเราก็ซื้อนะถ้าชอบมากๆ อย่างเดอะซิมส์งี้เสียตังทุกภาคเลย มีภาคล่าสุดนี่เหละที่คิดว่าแฮปปี้มาก เพราะมันลื่นมากไม่ต้องมาโหลดแผนที่นมนานจนหลับ คือ คอมI7 นี่ก็ไม่กากนะแต่พอเล่นซิมส์3คอมกากขึ้นมาเลย ซิมส์4เหมือนจะประปรุงดีขึ้นเยอะ เออ....เรื่องงาน ไปเรื่องเกมได้ไงเนี้ย
 
...
 
ส่วนเดือนนี้ก็คิดว่าถ้าเคลียร์งานอีกโปรเจคนึงเสร็จก็ไม่น่าจะมีอะไรแล้ว ก็คงมีแก้ของเก่าโน้นนิดนี่หน่อย
จะได้เคลียร์เบิกตังหลายๆงวดให้จบๆ(เรื่องของเรื่องคืออันนี้ใช่มะ) เคยคิดว่าถ้าเป็นฟรีแลนซ์น่าจะมีเวลาเยอะขึ้นไปเที่ยวนั่นนี่ได้ตามใจชอบ แต่ว่ามันก็ไม่ได้เป็นอย่างงั้น เพราะว่าพอปั่นงานเสร็จ เราก็เหนื่อยเกินกว่าจะไปไหน
ที่ดีที่สุดคือซักผ้า หาอะไรกิน นอนอยู่เฉยๆ แล้วเราก็ไม่กล้าจะไปเที่ยวคนเดียวด้วย อาจจะลองดูก็ได้เผื่อ
มันจะมีอะไรเอามาเล่าได้ ขอหาเวลากับหาเงินก่อนละกัน

Comment

Comment:

Tweet

Recommend