สัปดาห์หนังสือ(ฉบับอัพล่าช้า)
posted on 02 Apr 2009 20:29 by mintd in Diary
เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว วันที่29 ไปงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติมา
ก็เหมือนทุกๆปีที่จะร่าเริงเดินไปบู๊ตโน่นบู๊ตนี้อย่างมีความสุขและกลับบ้านกระเป๋าแฟ๊บ
แต่ว่าตอนนี้แม่กลับมาแล้วก็เลยไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ ก่อนหน้าจะไปงาน ไปรับแม่ที่สนามบิน
ไปตอนบ่ายสอง กว่าจะมาได้ 5โมง ตอนแรกเราก็ไม่รู้ว่าไฟลท์อะไร ก่อนหน้าการบินไทย
มีบริทิชแอร์เวย์ ก็รอไป ฟังจนไอพอดแบทหมด มีผู้ชายคนนึงที่เค้าก็ยืนรอมาสองสามชั่วโมง
เหมือนเรา เหมือนเค้าเป็นผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกัน
ได้มา50ปอนด์ เพราะแม่ไม่มีเงินไทย เพราะไปคลีนิคสมิติเวชมา เพราะไม่สบาย
หมดไป900 แม่ไม่มีเงินบาทจะให้
แต่นับว่าแลกเป็นเงินไทยได้2000กว่าๆ เพราะค่าเงินปอนด์ตอนนี้มันแค่49เอง
ผิดกับแต่ก่อนลิบลับ ตอนนั้นตั้ง60แนะ
ไปสอยอะไรมาบ้างหว่า
ไบบูทนานมีบุคส์ต้องสอยอะไรมาสักอย่างทุกปีเลย
เราเห็นนิยายสองเล่มนี้มันลดก็เลยซื้อมา ของเอมี่ ชุง
เป็นนิยายจีนนี่แหละ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้อ่าน
เจ้าชายลุดวิก.........อยากบอกว่าอ่านหมดแล้วแต่อยากซื้อมาก
เพราะว่าอ่านแต่ในเน็ตไง อยากซื้อเป็นเล่มๆมานั่งอ่านแล้วก็วาดเล่น
ชอบพลอท มันดูแปลกๆดี เจ้าชายที่ไม่ได้เป็นเหมือนในตำนาน
ปอบโรคจิต ซาดิสนิดๆ
ช่วงนี้กำลังบ้าการ์ตูนทำกับข้าวทุกประเภท แต่ว่า ซามูไรซุปเปอร์กุ๊กมันมี6เล่มจบ
เลยมีปัญญาซื้อ ไอ้พวกซูชิ นักกิน อะไรอย่างอื่นมันเยอะมากจนไม่รู้จะแบกยังไง
แพงด้วย เลยคิดว่า ซื้อเท่าที่ซื้อได้ไปก่อน แต่เรื่องซามูไรนี่แบบว่าหนุกมาก
แอบมีสาระมากๆ เกี่ยวกับพวกพืชสมุนไพร อาหารที่มีสรรพคุณรักษาโรคไรงี้ด้วย
เมก กาบอท นิยายของเจ้แกก็สนุกเหมือนเดิม แบบว่าสไตล์การเขียนแล้วก็มีสาระด้วย
ไม่น่าเบื่อ เมกเค้าสนใจพวกเรื่องชีวจิต บำบัดอโรม่า จิตวิญญาณ แม่มด เวทมนตร์อะไรงี้แน่เลย
อ่านหลายเล่มแล้วมันจะออกมาแนวๆนี้ แต่ยิ่งอ่านยิ่งชอบ
พระเอกแบบว่าแอบหล่อและเพอเฟตทุกคนเลย
ถ้าใครชอบเมก กาบอท ก็ไม่น่าจะพลาด
ลอนดอนไดอารี่ เป็นไดอารีแล้วอ่านแล้วมีความสุขดี
นิ้วกลมเค้าคิดอะไรที่นอกกรอบดี ทำให้เรารู้สึกว่าไม่เหมือนคนอื่นก็ไม่เห็นจะเป็นไร
แล้วทำให้เรานึกถึงบรรยากาศแบบลอนด้อน ลอนดอน
จริงๆตอน ม.5 ไปเที่ยว ตอนปิดเทอม แล้วตอนนั้นยังไม่ค่อยมีความรู้ทางด้าน
ศิลปะเท่าไหร่ ไปดูแกลเลอรี่ของดาลิ ไอเนาลิกาเบี้ยวๆ กับโทรศัพท์ลอบสเตอร์
ไม่เข้าใจว่ามันสวยตรงไหน แถมดาลิก็เป็นคนออกแนวบ้าๆ เซ็กส์จัดด้วย
ก็เลยไม่ค่อยชอบพี่แก แกเลอรี่ติดกันเป็นของปีกัสโซ่ ในใจก็นึกว่าอยากไปดูมากกว่า
ใครที่อ่านลอนดอนไดอารี่ เชื่อว่าต้องอยากไปลอนดอนแน่ๆ เรายังอยากไปเลย
เดวจะกลับบ้านเสาร์อาทิตย์นี้ อยากรู้ว่าแม่จะซื้ออะไรมาฝากบ้าง
รู้สึกว่าจะได้โน๊ตบุคที่แป้นพิมไม่มีภาษาไทยมาเครื่องนึง
แวะไปบูทของแจ่มใส สาวๆที่รับออเดอร์กับคิดเงินเยอะมาก เต็มบูทเลย
เคยไปดูที่บีทูเอสมีนิยายของแจ่มใสที่เคยอยากได้ แต่เราจำไม่ได้ว่าเรื่องไหน
เลยหยิบได้สองเล่มนี้มา เล่มขวานี้อ่านไปหน่อยนึง พระเอกชื่อเคียนติ
(อยากรู้ว่ามันแปลว่าอะไรเหรอ) ช่วงก่อนหน้าไปฝึกงาน ไปเขียนนิยายอยู่
ในเว็บเด็กดี ก็เลยเกิดช่วงบ้านิยายขึ้นมาค่ะ ว่างๆไม่มีอะไรทำก็ไปอ่านเล่นๆได้ค่ะ
นิยายก็อ่านเอาเพลินๆสนุกๆเนอะ ไปบูทนี้แล้วเด็กเยอะมากเลยอ่ะ
จิ้ม นิยายเรื่งนี้แต่งเอามันไม่ได้คิดอะไรค่ะ แบบว่ามันเซ็งๆนั่งทำแปลน
ก็เลยเขียนนิยายเล่น
คนแรกที่แนะนำให้เราอ่านหนังสือของวินทร์ เลียววาริณ เป็นพี่เรียน วิศวะอยู่เยอรมัน
เราเจอที่งานเลี้ยงที่เพรซิเดนท์มหาลัยแลนซู๊ดเลี้ยง ตอนแรกเห็นหน้าพี่เค้าก็เฉยๆหรอก
คุยไปคุยมา พี่เค้าชอบอะไรเหมือนๆกันมาก เราเอาหนังสือของนิ้วกลมไปให้พี่เค้าอ่าน
พี่เค้าก็เอาเรื่องปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอลมาให้อ่าน ตอนอ่านไป เราก็แบบว่า
เจ๋งว่ะ เค้าตั้งคำถามได้สนุกดี แล้วเรื่องประชาธิปไตยบนเส้นขนาน ตอนแรกเราว่านินยาย
มันจะมาเกี่ยวกับการเมืองไงน้า.......แต่อ่านไปก็สนุกดี ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ
เล่มนี้ยังไม่ได้อ่าน แต่ที่ซื้อมาคือชอบปกจัง
บู๊ตเลิฟเบอรี่ เป็นบูตที่เราไปเจอรุ่นน้องคนนึงที่คณะ จำชื่อเล่นจริงๆน้องเค้าไม่ได้
แต่ตอนรับน้องน้องเค้ามีชื่อฉายาว่า ดาจู ตอนแรกจำดาจูไม่ได้เลยเพราะทำผมเหมือนตัว
การ์ตูนบ๊อบบี้ ของทรงศีล (ไม่รู้มันคิดยังไงของมัน) แล้วดาจูมันเรียกเราว่า
สวัสดีครับพี่ไผ่ (ไม่ได้ชื่อไผ่เว้ย ฉันชื่อเอ็ม) ไอ้ดาจูมันจะเรียกเราเป็นไอ้ไผ่ตลอด
พี่ที่ทำงานก็ชอบจำเราเป็นไผ่ตลอด (หน้าตาฉันไม่ได้เหมือนไผ่ขนาดนั้นนะเว้ย)
เออ.....นอกเรื่องมานาน อ่านเรื่องนี้ไปหน่อยนึง ก็สนุกดี แต่ว่าเหมือนคนเขียน
เค้าจะไม่ได้เรียนศิลปะจริงๆ เลยทำให้ขัดกับความรู้สึกเราอยู่บ้าง (แบบเถียงแทนว่า
มันจะเป็นอย่างงั้นจริงๆเหรอ) แต่ก็เขียนสนุกใช้ได้
เล่มนี้ก็เป็นตำนานกรีก เทพเจ้าต่างๆ เหมาะเอาไปทำพลอทนิยายดี
แต่อตตอนนี้ไม่รู้จะเขียนเทพนิยายอะไรดี แต่เกิดอยากอ่านขึ้นมา
เล่มสุดท้าย เราไปหาบูทฟุลสตอบนานมาก ไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ปีที่แล้วมันไม่ได้ตั้งอยู่ตรงนี้นี่นา
แต่เผอิญเห็นพี่เส่งเดินผ่านมา (ด้วยความบังเอิญ) ก็เลยจะเดินตาม เผื่อจะรู้ที่อยู่บูท
แต่แม่ดันโทรมา และเราก็เจอกับบูทการ์ตูนของวิบูลกิจเข้า จะซื้อแล้วหลายเล่ม
แต่มันแบบว่าขายเป็นแพค แล้วเราเคยซื้อมาหลายเล่มแล้ว ไม่อยากซื้อมาซ้ำ
แสนจะเสียดายมาก แต่ตอนนั้นจะกลับแล้ว เดินผ่านมา อ้าพี่เส่งนี่หว่า
เดินไปด้อมๆมองๆ อันโน้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากได้ แต่ทรัพย์จาง
เลยได้เจ้าไข่เล่มนี้มา ชอบการ์ตูนทุกเรื่องเลย สนุกดี คาดเดาตอนจบได้ยาก
ลุ้นๆว่ามันจะจบยังไง โดยเฉพาะเรื่องเจ้ากิ้งก่าเนี้ย ตอนแรกนึกว่ามันต้องปาไข่ทิ้ง
แน่เลย แต่ว่ากิ้งก่ามันกินไข่นี่เนอะ
ช่วงนี้ที่ออฟฟิสมีเด็กฝึกงานมาใหม่อีกแล้วทำให้ที่นั่งแน่นขนัด
ทำให้เราว่างมากขึ้นด้วย อยู่ไปสามอาทิตย์ทำให้รู้นิสัยของกันและกันมากขึ้น
ตอนนี้ปัดไม่ค่อยชอบเล้งเพราะเล้งขี้โม้มากมาย บางทีการอวดฉลาด
มันก็น่าหงุดหงิด แต่เราไม่ชอบโกร๋น(ฉายาที่เพื่อฝึกงานถาปัดตั้งให้)
มันกวนตีนอย่างบอกไม่ถูก ทำให้เราด่ามันไปหลายรอบ โกร๋นและ
เพื่อนกางเกงยีนส์เหม็นอย่างบอกไม่ถูกและแว้นมากด้วย ตัวเตี้ยกว่าเราด้วย
(ที่เขียนมานี่อคติล้วนๆเลยใช่มะ) แต่ตอนนี้เรากลับซื้กับเด็กถาปัด
ที่มาฝึกงานมากกว่า อยู่ด้วยแล้วมิความสุขดี ไม่ขี้โม้ ไม่กวนตีน
อ้วนๆน่ารัก ตัดโมเดลอย่างเทพเลย พวกนั้นตัดโมเดลเยอะมาก
จนเด็กอินทีเรียอย่างเราต้องซูฮกเลย แต่พวกนั้นจะตัดเป็นแมส
ไม่ก็เป็นสีขาวเรียบๆ มีบาซ่านิดหน่อย ไม่ต้องทำให้ดีเทลเปะเหมือนจริงมาก
แต่เทคนิคการตัดนี้เรายอมเลยอะ เนี้ยบจริงๆ
edit @ 2 Apr 2009 21:41:33 by mintd*-*




#1 By b-padung Studio on 2009-04-02 21:43