บันทึกการเดินทาง(วันที่3)
posted on 08 Dec 2008 05:11 by mintd|
25/11/51 สวัสดียามเช้าอันมืดสลัว ดิฟมาเคาะประตูห้องพร้อมกับพูดว่า "กูดเน มอร์เก้น" เป็นเวลา6โมงเช้าที่เงียบสงัด ตื่นมากินมาม่า มองออกไปหน้าต่างเห็นบ้านคนตั้งเรียงราย เหมือนบ้านตุ๊กตาที่เราเห็นในนิทานเปี๊ยบเลย
วันนี้อาจารย์เจก้า พยายามสอนเรื่อง ภาพรวมของประวัติศาสตร์ระบบเศรษฐเศรษศาสตร์ ซึ่งน่าเบื่อกว่าเมื่อวานมากหลายเท่า เพราะเมื่อวานแค่อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ ก็ยังไม่น่าเบื่อเท่านี้ เราก็เคยเรียนเวอร์ชั่นภาษาไทยก็ง่วงแล้วนะ เจก้าสอนได้ง่วงกว่า
-พี่จีนพยายามถกอย่างเอาเป็นเอาตายกะอาจารย์เจก้า -ลองให้อาจารย์เจก้ามาถกกับเราเรื่องที่เราเรียนบ้างสิ จะเอาให้ไฟแลบเลย เรื่องเศรษฐศาสตร์ การจัดการ นี่เราไม่มีความเห็นเลย
ข่าวดี---- -ตอนบ่ายนี้เราจะไม่เรียนเพราะขออาจารย์เจก้าได้แล้ว เราก็เลยไปเดินในเมืองกัน เราได้โทรศัพท์กับแม่แล้วก็เล่าเรื่องให้แม่ฟัง ว่าเค้าจัดคลาสวิชาอะไรมาให้เราเรียนก็ไม่รู้ แม่ก็บอกว่าทำไมเราไม่บอกคน ดูเลล่ะว่าเราไม่อยากเรียน เราก็ว่าอยู่เหมอนกัน...แต่พรุ่งนี้บิ๊กบอกว่า วางแผนไว้แล้วว่าจะบอกเจก้าว่าเราไม่เรียน
--ตอนนั้นนึกถึงตอน ม.ปลายเลยที่มีนักเรียนแลกเปลี่ยน แล้วคิดว่าเค้ามาเรียนที่ไทยเค้าก็คงเรียนไม่รู้เรื่องเหมือนกับเราแน่ๆ แต่เราแย่กว่าตรงที่มาเรียนกับเด็ก ป.โท ในหัวข้อที่ไม่น่าจะรู้เรื่อง แถมเค้าก็ไม่ได้ใจดีเหมือนคนไทยด้วย ที่นี่ก็ตัวใครตัวมัน เค้าไม่มาสนใจใครหรอก.......
ตอนบ่าย สัมผัสได้ถึงอิสระภาพ การที่มาเมืองที่ไม่ค้นเคยและได้เที่ยวเดินไปดูโน่นดูนี่มัน มีความสุขจังน้า ที่โรเซนไฮม์คนที่ดูแลเราเค้าเป็นแค่คนที่พาไปเที่ยวตามที่ต่างๆหรือพาไปดูงาน เค้าจะไม่ใช่พี่เลี้ยงที่คอยดูเรา 24ชั่วโมง ซึ่งก็ดีเหมือนกัน เพราะเราต้องฝึกรับผิดชอบ และมีอิสระมากในเวลาเดียวกัน นอกจากคลาสอาจารย์เจก้า เราก็ไม่เคยสายเลย
ในเมืองโรเซนไฮม์ตอนบ่ายๆ บรรยากาศก็ดูสบายๆ แม้จะไม่สดใสขนาดแดดเปรี้ยงๆ แต่ก็ดูชิวๆน่าเดิน แต่ตอนนี้อากาศก็ราวๆ5องศา เราเดินจากมหาลัยไปในเมืองซึ่งก็ไกลเหมือนกัน แต่ว่าเรามีนักดูแผนที่อย่างพวก แชมป์ บิ๊ก บอย เพราะพวกนั้นเรียนโยธา มันก็ถนัดดุแผนที่อยู่แล้วแหละ พวกนั้นจะพยายามหาทางลัดแปลกๆไปในที่ต่างๆของเมือง เพราะปกติ อัสตรุส โจรัน บาสตี้ จะพาเราเดินอ้อมมหลาลัยไปทางที่อ้อมมากๆ
ห้างที่พวกเราไปเดินนานที่สุกน่าจะเป็น คาสตรัท เป็นตึกที่เป็นหินแต่ภายในก็ทันสมัยเหมือน สยามบ้านเราแหละ มีทั้งหมด5ชั้น และก็มีชั้นใต้ดิน ตอนบ่ายเรายังเห็นเด็กนักเรียนมาเดินเล่น อยู่เลย เค้าโดดเรียนมาเปล่านะ (เหมือนเราเลย) แต่เราขออาจารย์เจก้าแล้วนะ เพราะอยู่ไปเราคงเหมือนกับไม่ได้อะไรนั่งเฉยๆ
ในเมืองตึกส่วนใหญ่จะเป็นสีพาสเทลออกโทนสีเหลืองๆหมด ไม่ก็เป็นหิน พิ้นก็จะเป็นหินก้อนๆที่มาวางเรียงกัน ถ้าเป็นส้นสูงก็จะลำบาก แต่เราใส่รองเทเผ้าใบเลยไม่มีปัญหา เย็นวันนั้นก็กลับหอและนั่งหลับแต่หัวค่ำ
เวลาเราเจอคนในหอเค้าจะทักเราตอนเช้าว่า "มอรเก้น" และเราก็ตอบเค้ากลับไปว่ามอร์เก้น
อีกคำนึงคือ "เซียวุส" เป็นการทักแบบว่า หวัดดี อะไรทำนองนี้ ของชาวบาวาเรียน เพราะเราอยู่ที่แคว้นบาวาเรียนตอนนี้ ............................................................................................
|




ช่ายคนแถวนี้เค้าไม่ใจดีเหมือนคนไทยหรอก
กลับบ้านดีก่า
#1 By Iphigenia on 2008-12-08 06:30