บันทึกการเดินทาง(วันที่2)
posted on 08 Dec 2008 04:00 by mintd in Diary
24/11/51
วันนี้ตื่นเพราะว่าเสียงห้องอื่นดังมากก็เลยตื่น ที่หอเงียบมากมีแต่ห้องบิ๊ก
ที่เสียงดัง ไม่เข้าใจว่าทำไมใครๆตอนนี้ต้องมาแข่งเราจดบันทึกอาจจะเพราะไม่มีอะไรทำก็ได้
ตอน7.30 โจรันพาเราทัวร์อาคารต่างๆของมหาลัย ทั้งช็อบไม้ ช็อบต่างๆ
และมาส่งเราที่ตึกสำหรับเเลคเชอร์ หัวข้อ -อาเซียน อีโคโนมิก- (โทดทีที่ไม่เปลี่ยนภาษา
เพราะมันนานมากเวลาเปลี่ยน) เศรษฐศาสตร์ของเอเชีย ตอนแรกเราก็งงๆ ว่าทำไมเราต้อง
มาเลคเชอร์วิชานี้ทั้งวัน แต่ไม่ใช่แค่ทั้งวัน 3วันแนะ -------ให้ได้งี้ดิ
อาจารย์เจก้า เป็นโปรเฟสเซอร์จากมาเลเซีย
แกเป็นลุงคนนึงที่บุคลิกน่ากลัวมากออกหลอนๆจะดูใจดีก็ไม่เชิงใจร้ายก็ไม่ใช่
เรานั่งเป็นรูปตัวยู และในห้องเลคเชอร์ก็มีนักศึกษา ป.โท กับพี่จีน(ป.เอก)
เราก็ไม่รู้ว่ามาทำอะไรที่นี่ เพราะเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษก็จริง แต่ทำไมเราต้องมาเลคเชอร์
หัวข้อนี้ด้วย เราก็คิดไปต่างๆนาๆว่าเค้าอาจจะไม่มีอะไรให้เราทำก็เลยมาให้นั่งเลคเชอร์
อย่าไปคิดมันเลยดีกว่า
อาจารย์เจก้าสอนเรื่อง การค้าโลกว่ามีทิศทางยังไง ส่วนแบ่งการตลาด
พูดถึงประเทศจีน ที่มีอุสาหกรรมต่างๆลงทุนมากมาย อะไรก็เมดอินไชน่า
พูดถึงเทคโนโลยีการผลิต การลดต้นทุน แรงงานราคาถูกในเอเชีย ......
แต่ไม่รู้ทำไมเราไม่เห็นมันน่าสนใจตรงไหน เหมือนฟังหูซ้ายทะลุหูขวา
อาจารย์เจก้า จะถามนักศึกษาว่า "ดูยูแฮฟเอนี่เควสชั่น"
ก็จะมีนักศึกษาเงียบๆ มีคนนึง เราตั้งชื่อให้เค้าว่าได้จวก ไอ้นี่จะถามตลอดเลย
อะไรไม่น่าจะถามได้ก็จะถาม อาจารย์เจก้าก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน
เราเหมือนนั่งดูละครอยู่เฉยๆ ยิ้มๆไม่ทำอะไร ลองนึกภาพเด็ก7คน
3คนเรียนวิศวะโยธา 2คนเรียนวิศวะไฟฟ้ากับอิเล็กฯ 2คนเรียนอินทีเรีย
มีกลุ่มคนในห้องพยายามทกกันเรื่องการตลาด ตัวเลขจีดีพี อะไรไม่รู้
อัตราการเติบโต เราก็เหวอๆ ไม่ตอบอะไร ไม่รู้จะตอบอะไร
-- จดหัวข้อมาเพียบเลยที่อาจารย์เจก้าสอน
-- ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
-- รู้จักสว๊อทแต่ไม่รู้ว่าเจก้าให้ทำอะไร
-- เรามาทำอะไรในห้องเด็ก ป.โท
-- โจรันแกล้งเรารึเปล่า
พักกินมาม่าแห้งที่ดิฟเอามาให้ กินทาโร่
เด็ก ป.โทไม่มีทีท่าสนใจว่าเราเป็นสิ่งมีชีวิตในห้องนี้
อาจารย์เจก้าเลิกถามเราแล้ว(ดีใจ) เค้าเป็นนักศึกษาที่โตกว่าเรา
และเราก็ไม่รู้เรื่องในวิชาที่เค้าเรียน แต่เราก็ต้องเรียน
เพราะโจรันให้โปรแกรมเรามาแบบนี้ ...............น่าเบื่อที่สุด
พักเที่ยงแล้ว
- พี่จีนที่เรียนปริญญาเอกมาคุยกะเรา พี่เค้าเรียนวิศวะไม้ และทำวิจัยดอกเตอร์อยู่
เค้าก็มาเข้าเลคเชอร์เหมือนกะเรา (ไม่เหมือนตรงที่เราไม่ได้อยากจะเลคเชอร์เลย)
พี่จีนพูดภาษาอังกฤษสำเนียงจีน เวลาจะเริ่มประโยค พี่จีนจะพูดว่า "อิงเตอ"
อะไรซักอย่าง สำเนียงแกจะเท่ากันหมดจนฟังลำบาก แต่แกพูดอังกฤษเป็นไฟเลยนะ
แต่เราฟังสำเนียงแกไม่ค่อยออกแค่นั้นแหละ พี่จีนไปกินข้าวเที่ยงกับเด็กป.โท
-
เด็ก ป.โท ไม่พูดอะไรกับเราสักคำ เราทำกก็ทักกลับแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร
มันก็เรียนของมันไป เราก็อยู่ของเราไป
-
ในห้องเลคเชอร์ เพื่อนเรามันเล่นโซโดกุ คิดเกมกันเป็นว่าเล่นทั้งคาบเลย
มีเรานั่งฟังเจก้าปวดหัวอยู่กับไม่กี่คน แล้วเราจะผ่านสามวันนี้ไปได้......นะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
เราพยายามเดินกลับหอ แต่หลงซอย เพราจากตึกเลคเชอร์มาที่หอไม่ใช่ใกล้ๆเลย
3กิโลได้ บ้านคนแถวนั้นก็เหมือนๆกันหมด เราเลยกลับหอไม่ได้ และเดินเซ็งๆมาตึก
เลคเชอร์ต่อ แต่ว่าพวกบิ๊กมันไปกินข้าวโรงอาหาร แล้วมาเจอกันระหว่างทางกลับ
เราเลยเดินไปร้านพลัส ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาเกต ไส้กรอก 1.9ยูโรได้มาสี่อัน
ไส้กรอกชีส กินแทนข้าว แล้วก็แซนวิช (อันเบิ้อเริ้ม)
เราพูดกันว่า ไม่อยากไปเลคเชอร์อาจารย์เจก้าเลย
แต่เราก็ทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะเราเป็นตัวแทนไปดูงาน ทำไมมันต้องเป็นงี้น้า
บิ๊กพาเดินไปทางลัด แต่ไม่ลัดเลยเป็นทางที่อ้อมมาก ไกลด้วย
แถมไม่รู้ว่าเราจะเจออาคารเลคเชอร์รึเปล่า เจอแต่โรงเรียนประถามกับลานจอดรถ
เดินเหยียบหิมะเล่นไปตลอดทาง
เลทไปครึ่งชั่วโมงเพราะเล้นทางลัดของบิ๊ก
แชมป์บอกให้เราไปบอกว่าหลงทางเลยมาสาย ให้เราเข้าไปเป็นด่านหน้า
-- เดินเข้าไปเด็กป.โทนั่งกันตรึมอยู่แล้ว
ไอ้จกที่ถามมากๆ ก็ยิ้มๆให้เราเหมือนหัวเราะที่เรามาสาย
ไม่เป็นไรเราด่ามันเป็นภาษาไทยไปเรียบร้อยแล้ว และไอ้จกก้ไม่รู้ที่เราด่า
แล้วถ้ามันด่า เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ถือว่า เจ๊ากันไป
พอเอาเข้าจริงๆ เราไปต้องพูดอะไร ไม่ต้องบอกอะไรสักคำว่าเราหลงทาง
เรานั่งฟังเลคเชอร์แบบซังกะตายให้จบถึง5โมงเย็น
วันนั้นเราฟังเจก้าจนเบลอไปหมด ตั้งแต่ 8โมงเช้า ถึง5โมงเย็น
ไม่รู้ว่าเค้านั่งฟังไปกันได้ไง เราก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ขนาดนั่งเรียน3ชั่วโมง
เป็นอะไรที่โหดมาก
เราล้อเจก้าว่า "โอเตโอเค๊" เพราะแกชอบพูดว่าโอเค๊
อยากบอกเจก้าเหลือเกิน กูไม่โอเคเลย ........เฮ้อ....
แต่เราก็ผ่านคลาสวิชาเจก้ามาได้
---------------------------------------------------------------------------------------------------
ออกจากอาคารเลคเชอร์ อัสตรุสบอกว่าจะมารับเราไปในเมือง
แต่ว่าเราก็ไม่เจออัสตรุสสักที เราเลยจะโทรศัพท์ แล้วเหมือนว่าเบอร์อัสตรุสจะ
มากกว่าคนอื่นตัวนนึง เราเลยโทรหาไม่ได้สักที เราเลยมาหาโรรันที่ออฟฟิศ
แต่โจรันก็อยู่ข้างนอก
หน้าตึกเราเจอเด็กกวนตีนอยู่กลุ่มนึง ตอนแรกโบว์พยายามไปขอเค้าถ่ายรูป
แล้วพวกนั้นก็กวนตีนมาก เราไม่รู้ว่ามันพูดอะไรหรอก แต่ก็กวนตีนมาก
แบบไม่สามารถอธิบายได้
- พยายามแกะเบอร์โทรอีกรอบ จนเราลองเอาเลน1ตัวนึงที่เขียนเอียงแบบ/
แทนเครื่องหมาย - ของบ้านเรา ก็เลยกลายเป็นว่าอัสตรุสไม่ได้เขียนเลขเกินมา
แต่เเป็นเครื่องหมาย/ทับของอัสตุสแทน (ประเทศนี้มีอะไรแปลกๆอีกแล้ว)
เครื่องหมายคอมม่า ของที่นี่ก็ใช้แทนจุด .
เราเลยติดต่ออัสตุสได้ หมายเลขโทรศัพท์ของที่นี่มี13หลัก กดกันเพลินเลย
แต่กลายเป็นว่า แชมป์ บิ๊ก บอย ไปหาอัสตุสที่ตึกเลคเชอร์ อัสตรุสมาหาเราที่อาคารหลัก
พวกนั้นเลยคลาดกับเรา
-- เราเลยไปในเมืองกันแค่4คนกับอัสตรุส
หิมะเริ่มตก...............เหมือนน้ำแข็งใส
รอที่ป้ายรถเมล์ ....... แหงนหน้ามองท้องฟ้า มืดสลัว ไม่เห็นอะไรเลยสักนิด
แต่ตอนนั้นอยู่ใต้เสาไฟ แหงนหน้ามองหิมะตกเป็นละอองเหมือนน้ำแข็งในช่องฟรีซ
----สวยจัง---
เมืองโรเซนไฮม์ เป็นเมืองเล็กๆ น่ารักๆ ใจกลางเมืองเป็นย่านช็อบปิ้ง
ใกล้กับโบสถ์แห้งหนึงที่สีเขียว มีหอระฆังและหอนาฬิกา ที่จะตีสามเวลาในหนึ่งชั่วโมง
---
อัสตรุสบอกว่า
การตีระฆังเหมือนกับว่าเตือนให้คนรู้ว่าไม่สายที่จะเข้าโบสถ์
เรามาช่วงที่เค้ากำลังเตรียมจัดคริสมาสมาร์เก็ต ที่จะมีในวันศุกร์นี้
อัสตรุสบอกว่าจะพาเรามาเดินคริสมาสมาร์เก็ตวันศุกร์
เราไปซื้อบัตรโทรศัพท์ 5ยูโรที่ร้านคนเวียดนาม
และก็กินเพรซเซิล (แข็งมาก) กับบลูเบอรี่มัฟฟิน
และก็กลับหอพัก
แชมป์ บิ๊ก บอย อยู่ที่หอเรียบร้อยแล้ว
และมีของกินเต็มเลยเพราะไปร้านพลัส เรากินมาม่าตอนเย็นไปอีกถ้วย
และก็นั่งฟังเพลง .........
อาบน้ำ---นอน
พรุ่งนี้ไม่อยากเรียนเจก้าเลยให้ตายสิ 8โมงเช้าซะด้วย
...................................................................................................



