|
เอนทรีนี้คงเป็นบันทึกการเดินทางเฉยๆอาจจะไม่มีรูปภาพ
ทำให้น่าเบื่อบ้าง แต่ใครชอบอ่านก็ไม่เป็นไร การอ่านอาจจะจินตนาการภาพได้อีกแบบก็ได้
(เรื่องของเรื่องสายลิงค์กล้องหายไปไหนไม่รู้ เอาภาพลงคอมยังไม่ได้)
ต้องรอไปไรท์ซีดีกะเพื่อน
เวลาเพื่อนมันบอกให้เราเล่าว่าไปดูอะไรมาบ้าง คนเดียวมันก็เฉยๆแต่พอมาให้เล่าหลายคน
มันเริ่มเหนื่อยและพูดว่า อืม ก็ดี! คือตอนนี้เจ็บคอมาก จะไล่ให้มันมาอ่านบลอคละกัน
ละเอียดดีไม่ต้องมาถามด้วย....
---------------------------------------- ------------------------------------------------------
อันนี้พิมพ์มาจากบันทึกที่เขียนจริงๆ ในไดอารี่
23/11/51
ตอนนี้กี่โมงแล้วเนี้ย! สัก9โมงกว่าแล้วมั้งแม่ปลุกตอนเช้าก็งั้วเงียๆไม่อยากตื่นเพราะว่า
เมื่อคืนปั่นงาน วิชานิทรรศการ ตั้งแต่บ่ายๆยันตี3 เป็นสถิติที่เร็วมาก ช่วงนี้ปั่นงานเป็นว่าเล่นเพราะต้อง
เคลียร์งานก่อน ไปหลายชิ้น งานมี3แผ่น เอ3 1แผ่น เอ2 2แผ่น
แผ่นแรก--ลงสีสวยเลอศเลอ ตัดเส้น เก็บงานเนี้ยบ คอนเซ็ปอย่างเจ๋ง
แผ่น2 ---ลงไปงั้นๆ รู้สึกง่วงจะตายแล้ว
แผ่นที่3---แปลน ลงแบบหยาบช้าที่สุด ปาดดๆ พอให้มันมีสี ไม่ไหวแล้ว จะนอนๆ
รอเพื่อนอีก6คนที่สนามบิน โทรหาเกือบทุกคน ทำไมมันยังไม่มาเช็กอินอีก 8โมงแล้วนะเนี้ย
หรือว่าเรามาเร็วเกินไป
พอมากันครบก็เช็กอินขึ้นเครื่อง คำแรกที่รู้จักก็คือ เอาส์กัง--ทางออก คิดว่าถ้าเกิดอะไรขึ้น
เราจะเห็นไอ้คำนี้แล้วรอด(มั้ย) เอาเป็นว่าคิดในทางที่ดีก่อนละกันว่าไฟลท์นี้จะราบเรียบปลอดภัย
ผ่านมาอีก1ชั่วโมง ออกจากประเทศไทยมาอย่างเรียบร้อยรู้สึกหูอื้อเจ็บหูมาก
อาหารเช้า...ข้าวแกงกะหรี่ไก่ ข้าวเม็ดร่วนๆแข็งๆ(ไม่ใช่ข้าวไทยแน่)รสชาติเปรี้ยวมาก
เค็มมาก(จัด) กับสลัดเห็ดแชมปิญองที่ใส่น้ำส้มวินเนก้าที่จะเปรี้ยวไปไหน เอาพริกไทยมาใส่เผื่อ
รสชาติจะดี(ไม่ได้ดีขึ้นเลย) ไม่กินมันและ นั่งกินเค็กชอคโกแลตราดซอสเกรปฟรุ๊ตอร่อยมากก..
แชมป์เตือนว่า......ไอ้ขนมปังสีน้ำตาลรูปร่างคล้ายฟองน้ำสี่เหลี่ยมที่อยู่ในซองพลาสติก
--เจ้ารุกเก้นโวลคอน ไม่ควรรับประทานอย่างยิ่ง รสชาติ(...ไม่แดก)เลยไม่มีใครกิน
ข้าพเจ้าทำอะไรงี่เง่ารึเปล่า---เพียบเลย พยายามงัดประตูห้องน้ำอย่างเอาเป็นเอาตายแต่
เปิดไม่ได้จนคุณป้าเยอรมันเสื้อชมพูต้องมาเปิดให้ เข้ารอบสอง ก็ยังเปิดไม่ได้ ผู้ชายคนนึงเค้า
สงสาร(รำคาณ) ก็เลยมาเปิดให้ ครั้งที่สามพยายามจะเปิดทำไมเปิดไม่ได้อีก(เอ้าเวร)คนเข้าอยู่
เค้าเปิดออกมาพอดี เลยเข้าได้
ความจริงวันนี้--กลุ่มพวกเรา7คน เป็นคนไทยกลุ่มเดียวในเครื่องบินลำนี้นอกนั้นเป็นคนเยอรมัน
เวลาเค้าประกาศอะไรก็เป็นภาษาเยอรมัน พอภาษาอังกฤษเค้าจะพูดออยู่นิดเดียว
แล้วสำเนียงฟังยากมาก
ไม่มีอะไรทำมานินทาพนักงานบนเครื่อง
มีสจ๊วตคนนึงหน้าตาเหมือนกับ บิล เกตต์ ผสมกับเด็กเนิร์ดอัจฉริยะจอมประดิษฐ์
สจ๊วตอีกคนนึงลงพุง และลืมให้อาหารกลางวันเรา หน้าตาบูดๆ
แอร์โฮสเตสผู้หญิงใจดีมาก เสริ์ฟน้ำบ่อยมากจนไม่อยากกิน
-ตอนแรกกิน น้ำส้ม
-ต่อมาน้ำเปล่า
-น้ำชา
-น้ำแอ๊ปเปิ้ล
-น้ำมะเขือเทศ
พอเหอะ! ปวดฉี่2-3รอบแล้ว
พอกินข้าวคนก็คุยกัน พอมาซักพักอ่านหนังสือ...เริ่มจะหลับ กิจกรรมที่ขุดมาทำ -อ่านหนังสือ
-ฟังเพลง -ดูทีวี -เขียนบันทึก -คุยๆ -กินๆ -อ่านหนังสือ -ฟังเพลง- นอน-ตื่น -กิน -ฟังเพลง
สร้างสรรค์มาก!
-------------------------------------------------------------------------------------------------
เวลาเท่าไหร่ไม่รู้ แต่แดดเปรี้ยงมาก...ขนาดไม่ได้นั่งแถวริมหน้าต่างนะเนี้ย คุณลุงคุณป้า
ชาวเยอรมันแถวเดียวกับเราเล่นเปิดรับแดดอย่างแรง
อุ้ย!! แสรด พื้นรองเท้าด้านล่างดันหลุดครึ่งนึง มาหลุดอะไรตอนนี้ใส่มาตั้งนานสภาพตอนนี้
รองเท้าเหมือนรองเท้าแตะผสมผ้าใบ เดินไปพิ้นรองเท้าก็ดึ๋งๆไปด้วย ดีเยี่ยม!เลย..
วันซวยของข้าพเจ้า
1. เผาการบ้านก่อนมารู้สึกตะหงิดๆที่เซลล์สมองบางส่วน
2.เปิดประตูห้องน้ำไม่สำเร็จ
3.ยางรองเท้าหลุดครึ่งนึง
4.หวังว่าคงไม่มีอะไรซวยไปกว่านี้แล้วนะ
พยายามไม่โฟกัสไปที่รองเท้าก่อนที่จะฟุ้งซ่านไปกว่านี้...ใครมีกาวตราช้างขออั้วที
ตอนนี้เครื่องบินอยู่แถวตุรกี เวลา4โมง 54 ตอนเรามา10โมงครึ่ง อุญหภูมิภายนอก-54
รู้ไปเราก็เอาไปทำอะไรไม่ได้ จะบอกเราทำไมน้า จากแผนที่ในจอ แถบนี้เป็นเทือกเขาอะไร
ไม่รู้เยอะมาก อยู่ใกล้ๆอัฟกานิสถานและตะวันออกกลาง
ทำไมเครื่องบินเรามาอยู่แถวอัฟกานิสถานละเนี้ย เฉียดๆแบกแดดเข้าไปทุกที ไปทำอะไรที่นั่น
กัปตัน ปล. ลืมชื่อกัปตันไปซะสนิท ตอนแรกจำได้พอไม่จดดันลืม
เราจะไปมิวนิค มุนเช่น เรียกอะไรก็ได้สักอย่างเหอะ
กิจกรรมที่เราทำ
ดูหนังเรื่องนึงจบ- เข้าห้องน้ำ- ดื่มน้ำ -เขียนไดอารี่ -นั่ง -ดื่มน้ำ -บ่น -คุย -อ่านนิตยสาร
-ตาแห้ง เอาน้ำตาเทียมมาหยอดตา -คิดถึงส้นรองเท้าที่หลุดครึ่งนึง
------------------------------------------------------------------------
เขียนมา3หน้าและ และยังคงจะเขียนต่อไป ตะกี้กินข้าวเที่ยง(เวลาของประเทศตุรกี)
เป็นมื้อที่2บนเครื่องบิน มื้อแรกเป็นข้าวเที่ยง(เวลาประเทศอินเดีย)
* อึ๊ย! อยู่ๆแอร์โฮสเตสก็ประกาศ พอดีฟังหูฟังบนเครื่อง มันดังมาก
เอาหูฟังออกอย่างรวดเร็วหารู้ไม่ว่าหูบอดไปแล้วข้างนึงตอนนั้น
มื้อนี้มีอะไรจะเล่าไหม...
- อร่อยดี แฮม ชีส ขนมปังก้อนหินแข็งปัง ดีที่ไม่ได้ใส่ฟันปลอมไม่งั้นหลุดติดขนมปังแน่เลย
- รุกเก้น โวลคอน มันมาอีกแล้ว ข้าพเจ้ากินมันไปด้วย!!!! คำแรก
คายออกอย่างรวดเร็ว รสชาติเหมือนมะเขือเทศบดผสมกับวิเนก้าใส่สารกันบูด
คิดเอาเองว่าถ้ากินไอ้รุกเก้นนี้เข้าไปทุกวันต้องเป็นมะเร็งหรือเซลล์เสื่อมสภาพอะไรกรณีนึงแน่ๆ
- ลุงกะป้าเยอรมันแถวริมหน้าต่างยังเปิดรับแสงแดดอย่างอารมณ์ดี(แต่กูร้อน) เวลาฝรั่งเจอแดด
จะอารมณ์ดีดีใจ เพราะบ้านเค้าเจอแต่หิมะ แต่เรากลับกัน แดดร้อนจะตายไม่ชอบๆ
* มันจะประกาศใส่หูฟังอีกนานไหม....
หูระเบิดไปอีกข้าง ตอนนี้หูเกือบหนวก คล้ายๆกับนิกหัวเกือบขาด(ในแฮรี่) รองเท้าเราก็ส้นเกือบหลุด
พึ่งนึกได้อีก....โอ๊ะ! อย่าไปนึกถึงมันสิวะ
ลุงกะป้าเยอรมันยังเปิดหน้าต่างรับแดด
คิดในใจ....ป้าค่ะ ลุงค่ะ ระวังเป็นมะเร็งโรคผิวหนังนะคะ เห็นอาบแดดมา 5-6ชั่วโมงแล้ว
ร้อนแขนซ้ายสุดๆ ลุงกะป้าแกกินแดดแทนข้าวได้เลยนะเนี้ย หรือแกอาจจะเป็นต้นไม้
.............................................................................................
ตอนแรกบนเครื่องจะฉายหนังเรื่อง เซ็กแอนเดอะซิตี้ แผ่นเจ้งก็เลยเปลี่ยนเป็นดอสันกรีก
ดูจบก็มีอีกเรื่องนึงแต่ไม่สนุก นั่งจนเมื่อย - นอนจนไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ -
อีกชั่วโมงนึงจะถึงมุนเช่น ฮูเร้!!!
พอมาถึงสนามบินมิวนิกเราก็เหวอๆ ออกมาจากเครื่องบินอย่างทุลักทุเลมาเป็นกลุ่มสุดท้าย
ผ่าน ตม. และมาเอากระเป๋า เซบาสเตียนและโจรัน จากมหาลัยโรเซนไฮม์ก็มารับเราที่สนามบิน
เค้าคงเดาได้ว่าเด็กเตี้ยพวกนี้มาจากไทย ทั้งสนามบินมีเราเตี้ยสุดๆ โอ้!!!เราเตี้ยมากๆ
บาสตี้บอกให้เราใส่เสื้อโค้ทเพราะข้างนอกหนาว...มีหิมะ
ตอนนั้นยังไม่รู้ความแตกต่างเพราะอยู่ในอาคาร อากาศที่นี่มันก็เหมือนมึงมองไทย
พอก้าวออกนอกเทอมินัล......โอ้....หนาว สาดด ในใจคิดแบบนั้นจริงๆเลยนะ
หน้าชาไปเป็นแถบ เอาล่ะ ไม่เหมือนบ้านกูและ หิวะเกาะตามหญ้ากองสูง
เพื่อนๆไปเล่นปาหิมะกัน เราต้องวางมาด....เราไม่ใช่เด็กไม่เล่นปาหิมะ
จริงๆก็อยากเล่นแหละ...ไม่เป็นไรเรามีเวลาสองสัปดาห์
เราแบ่งกันขึ้นรถตู้สองคน ไม่รู้ว่าเค้าคิดว่าเราจะมา20คนหรือไง เอารถตู้มาสองคัน
มองรถตู้ เฮ้ย! ตูจะขึ้นยังไงไม่มีประตู.....ประตูอยู่ด้านขวาซะงั้น ขับก็ขับพวงมาลัยขวา
ให้ความรู้สึเหมือนว่าเรากำลังขับสวนเลนไปชนคันอื่น รถคันอื่นชิดเลนของตัวเองแล้วมันเฉยดกันมาก
งุนงงสับสน
ออโต้บาน--- ทางด่วนอะไรมืดตึ๊บแต่ไม่มีคนคนชนกัน
ชับรถกันเร็วมาก พี่จะเร็วไปไหน โจรันขับ120 แต่เราก็นั่งเฉยๆแต่มันน่าหวาดเสียว
ตอนแซงนี่แหละ โจรันแซงดะทุกคัน จนเราเลิกนับไปเลยว่าชีแซงมากี่คันแล้ว
นั่นไง---อลิอานซ์ อรีน่า โจรัน ชี้ให้ดูทางด้านขวามือ
โจรัน/ ดูยูโนว์ บาเยิน มุนเช่น---
ฉัน/ อ่าฮ้า ไอ้ทีมฟุตบอลอะนะ......
1ชั่วโมงต่อมา
----โจรันก็มาส่งเราที่หอ แบกกระเป๋าขึ้นหอพักสามชั้น(ไทย) ชั้น2ของที่นี่เพราะเค้าไม่นับชั้นจี
ประเทศนี้มีอะไรให้เราประหลาดใจอีกแล้ว อีกอย่างเค้านับ1ถึง10 ได้ในมือเดียว โอ้จ้อร์จ
ยังไม่ทันเก็บของอะไรบัสตี้(เซบาสเตียน) ก็พาเราเดินมาร้านพิซซ่า อิตาลี
เดินไปสติแตก หนาวมาก ใส่เสื้อมาสี่ชั้น ถุงเท้ามาสามชั้น วันนั้นประมาณ 0องศา
อัสตุสบอกว่า ตอนนี้อากาศกำลังดี (ยังไงล่ะเนี้ย) ไม่เห็นด้วย
เย็นนี้เรากินพิซซ่าไป10ถาด และไวซ์เบียร์ ยี่ห้อเอลดิงเกอร์ และก็เก็บที่รอแก้ว
เบียร์ไปด้วย เราไม่เมา ---ไม่ใช่อะไรหรอก เรากินยังไม่ถึงครึ่งแก้วเลย ให้บิ๊กกินแทน
เพราะมันเยอะมาก
โจรันมาส่งที่หอ-เพราะว่าเรากลับไม่ถูกไง
เดินจะเข้าหอ มาเจอกับกลุ่มนักศึกษามันเดินอยู่ด้านล่าง4คนและถ่ายรูปเรา
มันจะถ่ายไปทำด๋อยอะไรเนี้ย เราก็ไม่เข้าใจมันเหมือนกัน อากศเริ่มลดลง หนาวมากๆ
เดินเข้าหอมา ชั้นที่เราอยู่ ชั้น2ของที่นี่ถ้าเรียก(ชั้น3ในประเทศไทย) มีเด็กห้องนึง
ที่เราจำได้ว่าตอนเอากระเป๋ามาเก็บมันก็เดินออกมาดูเรา ตอนนี้มันก็เดินออกมา
และเรียกเพื่อนมันมาด้วย อีก2-3คน คือเราจะตื่นเต้นกับมันดีไหม ไม่แน่ใจ
แต่กลับไปคือเหนื่อยมาก อาบน้ำนอน
* ความจริงของประทศเยอรมันที่เราพบ
ไม่ว่าห้องน้ำที่ไหนก็ตาม เราจะไม่พบที่ฉีดก้น ล้างก้น
หรือว่าเค้าไม่อึกัน หรือเค้าไม่ล้างก้น กระดาษทิชชู่สีน้ำตาลแข็งๆที่รีไซเคิ้ล
นั้นพอรับได้ แต่ไม่มีที่ฉีดก้น ......ลำบากจัง
-------โถส้วมของที่นี่จะเป็นแบบตัวกดฝังผนังและกดปุ่มเอา ไม่เจอแบบ
แบบ้านเราที่เป็นกดข้างๆ อากาศเย็นมากไม่อยากนั่งลงไปเลย....
...........................................................................................
จบวันที่1
|