กูว่าแล้ว!
posted on 23 Oct 2008 17:43 by mintd in Diary|
ตอนแรกนึกตั้งนานว่าจะตั้งหัวข้อเอนทรี่นี้ว่าอะไร แต่พอคิดไปคิดมา มันนึกออกอยู่คำเดียว "กูว่าแล้ว"
หลายวันก่อนไปสถานทูต แล้วก็รู่สึกหวาดกลัวขึ้นมากระทันหัน เพราะว่ามีประสบการณ์ จากที่เคยไปสถานทูตอังกฤษมา เจ้าหน้าที่โหดชิบหาย โหดจริงๆ ถ้าใครไปแล้วก็คงรู้ดี และมีความสงสัยว่าทำไมมันต้องโหดเยี่ยงนี้ด้วย กูไม่ได้หลบหนีเข้าประเทศมึงนะ ไม่ได้ ทำอะไรผิดนะ ทำไมต้องโหดร้ายกับเราเยี่ยงนี้ ครั้งก่อนตอนไปสถานทูตตอนนั้นอยู่ม.5 แล้วก็นึกหวาดหวั่นตอนกลางคืน นอนไม่หลับ กลัวหลับแล้วตื่นไม่ทัน แล้วมันจะไม่ให้เรา จัดการทำธุระ มันอาจจะบอกว่าเราสายห้ามทำ บลาๆ....มากมายหลายเรื่อง โหดกว่าแม่เราอีก แล้วสถานทูตอังกฤษมันต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก่อน ถ้าเค้าไม่อนุมัติ ก็โดนกินตังฟรี เยอรมันจะเป็นงั้นไหมว่ะ คิดไปต่างๆนาๆ นั่งเล่นอิมวูไป คิดไป ไอ้คนในอิมวูก็พิลึกกึกกือไป เอาหลายๆเรื่องมารวมกัน ปรากฎว่าคิดว่าจะไปนอนแปปนึง (ด้วยความที่นิสัยไม่ดี) มากๆ ก็ปลุกตี5 แล้วก็ตื่นตี5 มามองมือถือ อืม...ขอนอนสัก20นาทีนะ แล้วก็ตื่นมา ซอยหลังมหาลัยสภาร้างผู้คนมากมีน้ำขังหน้าหอ รอมอไซประมาณ10นาที หกโมงเช้าแล้วหรือนี่?.... ลืมคิด ไปสนิทว่าสถานทูตมันอยู่ตรงไหน คิดว่าจะหาแผนที่ ก็ลืม รู้แต่ว่ามัน แถวสวนลุมนี่นา เออ....ไปรถไฟฟ้าใต้ดินดีกว่า แต่พอรอรถเมล์จะไปต่อใต้ดิน รถเมล์ฟรีสาย50ดันมา ก็เลยคิดว่าขึ้นรถเมล์ประหยัดดีอะ ไม่เสียตังด้วย ยิ่งแกลบกินอยู่ ช่วงนี้กินแกลบเป็นอาหาร อาหารที่แพงเกิน30 นี่ไม่ซื้อเลย (เพิ่งจะทำตัวประหยัด) เพราะงานหนังสือนั่นแหละ แม่ดุและไม่ให้ค่าขนม แงๆๆ กลับมาต่อดีกว่า ตอนเช้ารถก็ไม่ติดมากมายอะไรนี่นา...วิ่งปรื๊ด 7.20ถึงสวนลุม เวลานัดมัน7.50 เออน่า มันใกล้สวนลุมนี่เราคงไปทัน สถานทูตเยอรมันใครคงรูจัก ด้วยความที่ชิว เดินตั้งแต่ประตู1สวนลุม ยันประตู2 ประตู2แล้วยังเดินข้าวแยกตรงไปอีก เดินไปเหงื่อแตกไป 7.50 ยังไม่ถึงสถานทูต แว๊กๆๆๆ ทำอะไรลงไปนี่เรา ไม่ได้แระ ยอมเปลืองตังโดยให้มอไซขับไปที่สถานทูตเยอรมัน มอไซขับวนสวนลุมไนท์ประมาณรอบนึง (จะเอาไงแน่มึงกูรีบๆ)ติดไฟแดงอีกประมาณชาตินึง แถมมัดผมมาแล้วติดกับสายหมวกกันนอคอีกต่างหาก มาถึงสถานทูต 8.20 รปภ.ข้างหน้าก็โหด เริ่มนึกถึงภาพสถานทูตอังกฤษ "เดินชิดด้วยๆ" รปภพยายามสั่งให้คนที่ต่อแถวรอเข้าไปข้างในชิด มันอยู่บนฟุตบาทข้างหน้าสถานทูต และมีคิวหน้าเรา5คน ชิบหาย!!!! เลทอีกเรา......เวรกำๆ ใจเริ่มไม่ดี กูจะได้ทำวีซ่าไหมเนี้ย พระราม7 กับถนนวิทยุ คนละโคกเลย กว่าจะนั่งรถมาได้ รถก็ติด แหกขี้ตาตื่นมาเช้าๆก็จะตายแล้ว ดันงี่เง่าเดินหลงอยู่ครึ่งชั่วโมงอีก แถวข้างหน้ารอช้ามากกว่าเราจะได้เข้าไป อีก10นาที นี่กูช้าไปครึ่งชั่วโมงแล้วหรือนี่ พอเข้าไป ก็ต้องรอตรวจกระเป๋าในทางที่เหมือนต้อนแกะไปเอาขน นี่ให้ความรู้สึกเหมือนมาถูกเชือดเลย "กูว่าแล้ว" คำนี้แหละมันแล่นเข้ามาในหัวทันทีเลย ก่อนตรวจกระเป๋า แล้ว รปภ ก็เอากระเป๋าเราไปค้นๆดูเผื่อจะมีอะไรที่อันตราย เราอยากบอกว่าเราพกของอันตรายม๊ากกกกก......เศษกระดาษประมาณ5อัน ดินสอกดสองแท่ง ปากกาดำ ปากกาแดง ปากกาน้ำเงิน เอามันมาหมดทุกสีเลย กัน เผื่อเจ้าหน้าที่เรื่องมาก มีกระเป๋าตังที่ไม่มีตัง ไอพอด มือถือ แล้วเจ้าหน้าที่ก็เอามือถือกับไอพอดเราเข้าตู้ฝากของไป ซวย...ตู กำลังเครียดอยู่ ริบไอพอดกูไปซะงั้น ไม่มีอะไรทำ อยู่ไม่สุก เราผ่านทางเหล็กกั้นที่เหมือนเรากำลังจะไปโดนตัดขน(เหมือนแกะ) แล้วก็พบกับเจ้าหน้าที่ผู้ชาย พี่ที่หน้าตาเหมือน บอย ตรัย (แต่ดูท่าทางไม่เหมือนเป็นอย่างมาก) คนข้างหน้าอีก3คน รอเขียนบัตรคิว และคุยโช้งเช้งกัน ภาษาเยอรัมนบ้าง ไทยบ้าง อีก10 นาที....... ผ่านไป 8.40 ........กูก็ยังไม่ได้ไปสัมภาษณ์ ชิบหาย... "นี่ค่ะพี่" รีบเอาหมายเลขที่นัดที่เขียนไว้ให้พี่ หมายเลข 7.50 มันคงแยงตาพี่เค้าอย่างจัง "เออ" น้ำเสียงเริ่มไม่เหมือนบอยตรัยและ อันนี้สังเกตได้ ไม่ใช่หน้าตาบอยตรัย แล้วจะเสียงเหมือน "อืม นี่น้องมาสายนะ" "อะคะพี่พอดีรถมันติด" เราเริ่มสาธยายว่าเราต้องนั่งมอไซกว่าจะมาได้ลำบากลำบน "พี่ค่ะ หนูตื่นตั้งตี5 อยู่พระราม7 กว่าจะมาได้ตั้งไกลอะคะ" พยายามออดอ้อนพี่บอยตรัย พี่แกก็ไม่ยอมให้เข้าไปสักที (คิดในใจ เชี้ย...จะเอาอารายกากูอีกเนี้ย) "ถ้าเกิดลุงข้างในไม่ให้ผ่านพี่ไม่รู้ตัวนะ" พี่บอยไตรเริ่มขู่ เอาและกูก็เริ่มใจไม่ดีและ อย่ามาแกล้งเด็กน้อยตาดำๆเลยนะ มองไปทางไหนก็ไม่เห็นเด็กๆ อยู่ในสถานทูต เจอแต่ผู้หญิงและสามีเยอรมันของเค้าเป็นส่วนมาก (ถ้ากูหาได้มึงจะให้กูเข้าไหมเนี้ย) เริ่มไร้สาระในจิต พี่บอยตรัยก็ไม่ให้เข้าสักที...) "บ้านพี่ก็อยู่วงศ์สว่างเหมือนกันทำไมพี่ยังมาทันได้" พี่บอยตรัยตั้งแง่ "โอย พี่ นะค่ะ กว่าหนูจะมาได้มันนานมากเลย รถก็ติด...บลาๆ" พยายามง้องแง้ง งุงิ งอแง พี่บอยตรัยอยู่วงศ์สว่างน่าจะรู้ว่าแยกวงศ์สว่างอะนรกชัดๆกว่าจะผ่านแยกนี้มาได้ เมื่อไหร่ จะปล่อยหนูไปที่ชอบๆได้คะเนี้ย..... สักพักพี่เค้าคงเห็นความงุงิงอแงของเราเลยให้เข้าไปและพูดให้หวั่นใจเล่นว่า "ลุงไม่ให้เข้าพี่ไม่รู้นะ เร็วรีบวิ่ง" แน๊ะ! บอกให้กูวิ่งด้วยที่ก็มีอยู่แค่นี้ ก็เลยวิ่งกระด๊องกระแด๊ง หมุนคอกออกมา ผ่านคอกตัดขนสักที
เจอลุง ลุงแก่ๆคนนึง ที่เค้าคอยตรวจเอกสาร พระเจ้า!!! ลุงไม่เห็นว่าอะไรสักคำพี่บอยตรัยหลอกลวง.....เริ่มหันไปมองพี่บอยตรัย จากลุงก็ผ่านเข้ามาในห้องกระจกที่กั้น พาทิชั่นไว้13ลอค "ไปที่ช่องที่11" ลุงบอก เราก็เอาบัตรคิวไปยื่นช่อง11 ไอ้จัมพ์เพื่อนเรามันก็มาพอดี มันวางคิว แล้วมันก็โดนเรียกก่อนเรา เราก็เออ คิดว่าพี่เค้าคงเอาของเราวางล่างมั้งเลยให้เราที่หลัง ไอ้จัมพ์มันบอกว่ามันได้ คิวนัด แปดโมงกว่าๆนี่แหละ แล้วทำไมกูได้นัดซะเช้าเลยวะ พี่คนจัดคิวให้กูแกล้งกูป่าวเนี้ย พี่ลอค11 เรียกคนไปสัมภาษณ์ไป5คน ก็ยังไม่เรียกเราสักที เราสงสัยเลยไปถาม "น้องมาสายนะรอคนอื่นที่เค้ามาตามนัดก่อน" หรืออะไรเทือกนี้คืออึ้งๆจำไม่ค่อยได้ โดนพี่เบอร์11 โหดตอกหน้าอย่างจัง บ่นอุบอิบในลำคอ "กูว่าแล้วสถานทูตแม่งโหดเหมือนกันหมด" คิดในใจ อีผู้หญิงที่นั่งข้างๆก็ทำเป็นหัวเราะ เพราะกูโดนตอกกลับ (เพิ่งรู้ว่ามันก็สายเหมือนเรา เลยได้นั่งแช่นานขนาดนี้) อีดำๆ อีฝ้าๆ คิดในใจด่ามันแบบเด็กๆ เราไม่เข้าใจว่าทำไม ผู้หญิงไทยถึงมากมายขนาดนั้น ส้วนใหญ่จะเป็นผู้หญิง บางคนก็เป็นฝ้าทั้งหน้าน่ากลัวมาก แต่ลูกของเค้าที่อุ้มมาด้วยกลับขาวจั๊ว น่ารัก น่าเจี๊ยอย่างมาก "ลูกเค้าเหรอเนี้ย" เราคิด กว่าที่เราจะคิดบาปอะไรไปมากกว่านี้ก็ขอผ่านละกันนะ ด้วยความที่เป็นเด็กที่สุดแล้วใน ห้องนั้น คนที่นั่งแล้วได้คิวก่อนเราผ่านไป ตอนนั่งอยู่เค้าก็ถามว่าเราไปอะไร ยังไง คุยกับคนไปสามคน แอร์การบินไทย ก็ผ่านไปและได้สัมภาษณ์ไป กูก็รอไปกะอีเจ้ ที่หัวเราะกูตอนที่โดนตอกกลับ สักพักอีเจ้หัวเราะ ก็ได้สัมภาษณ์ก่อนและเรียกไปพาทิชั่นอื่น ตาต่อไปก็เป็นเรา "ปัทม์วรรณ"พี่เบอร์11เรียก เราก็เดินไปเอาเอกสารยัดลงไปในกล่อง พี่เค้าก็ดึงกล่องที่เป็นลิ้นชักเอาเอกสาร กระจกที่กั้นกลางหนามากจากการสังเกต เรามองไอ้ลอคนี้อยู่ตั้งนาน คิดว่าทำไมเค้าถึงออกแบบอย่างงี้ ทำไมตอนแรกที่ เข้ามาต้องทำเป็นคอกๆ ต้องมีรปภ.ดุดุ เราเลยสรุปเองว่า....ที่เป็นแบบนี้ ที่ตรวจอาวุธ ที่ริบมือถือ... ก็เพราะว่ากลัวคนที่มาใช้บริการที่โดนตอกแรงๆ พูดเย็นชา ใส่แบบนี้แล้ว เค้าคงคิดในใจอยากต่อยเจ้าหน้าที่สักปั้ง เอ้ะ! ไม่ได้แฮะมีกระจกหนามาก ต๊ายแล้ว! ชกไปต้องเจ็บมือแหงๆ พกมีดมาตัดผมแกล้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ เจ้าหน้าที่แต่ละคน พูดขวานผ่าซากสุดๆ เหมือนเรากำลังหลบหนีเข้าประเทศเค้า ไม่ก็การมาสถานทูตเป็นความผิด
เจ้เบอร์11 ตรวจเอกสาร เขียนๆอะไรสักอย่าง ใจก็เต้นๆต๊อมๆ หาเพลงมาสงบ สติก็ไม่ได้ สายตาล๊อกแล๊กมองคนอื่น รอประมาณ2นาที "ใครเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้น้อง" "คุณแม่ค่ะ" เสียงเราตอบไป ฟังดูดัดจริต หน่อมแน๊มชอบกล จากนั้นพี่เค้าก็เขียนคำว่าแม่เป็นภาษาเยอรมัน จากนั้นก็ให้เราไปลอค2 เพื่อจ่ายตัง
เจอเจ้ลอค2 เรายื่นแบงค์3000ให้ "ไม่มีเงินทอนค่ะ" อีเจ้ดุ คิดในใจกูผิดใช่ไหมเนี้ยที่เตรียมตังไม่พอดี "ไปแลกแบงค์มานะ" เจ้บอก "พี่ค่ะตรงข้างนอกมีร้านขายของใช่ไหมค่ะ" พยายามทำเสียงน่ารักแอ๊บแบ๊วถามเจ้แก "ไม่รู้ล่ะคุณไปทำยังไงก็ได้แลกค์แบงค์มา" เจ้ทำเสียงเข้ม แสรดดดดด......แซดอย่างแรง คนเก็บเงินยังเหี้ยมใส่กูได้ ลนลานๆๆๆ ทำตัวลนลานออกมาข้างนอกเพื่อแลกตัง มันเป็นร้านขายของว่างที่แพงมาก และหน้าตาก็ไม่น่ากินสักอย่าง แซนวิช40 กูแดกไม่ลงว่ะ มีอะไรก็ไม่รู้ในกล่อพลาสติก บางทีเค้าอาจจะคิดเป็นเงินยูโรมั้งเลยแพง เอาเงินไปให้อีเจ้ได้ ออกสถานทูตมาอย่างโล่งใจ คอยตายเอาดาบหน้าวันไปเอาวีซ่า
ทำม้ายยยย สถานทูตจายร้ายๆๆๆๆ อีเพื่อนที่ทำก่อนบอกว่าเค้าถามว่าไปดูงานที่ไหน มันตอบไม่ได้ เราเลยไปหาข้อมูลมา พอหามาแน้นปึก เจ้เบอร์11ก็ไม่ถามอะไร เราตอบแค่ว่า "คุณแม่ค่า" สรุป ให้กูรอเป็นชั่วโมงถามกุอยู่คำเดียว คุ้มค่ามากกกกก..... ประทับใจมากกกก เป็นอะไรที่ประทับใจจริงๆ ก็ขอวีซ่าไม่ยากนะท่ามีตังในบัญชีเยอะๆ ถ้าทีเป็นแสนเป็นล้านก็ไม่มีปัญหาหรอก อยู่2อาทิตมีประมาณขั้นต่ำ35000
กลับมา11โมง ช่วงบ่ายมีสอนดรออิ้ง เราต้องยอมรับว่าเป็นอาจารย์ที่แย่มากๆ พอดีลูกศิษย์ไม่ยอมทำการบ้านที่ให้มา เราเลยบอกให้มันทำ และวันนั้นก็สอนนิดเดียวเพราะนั่งอ่านหนังสือ เรื่องป่วยๆของคนโรงแรม ไปอีก2รอบ และก็กลับ4โมงเพราะเหนื่อยมาก วันนี้เลยแก้ตัวด้วยการ สอนและแนะนำเยอะๆ และวาดรูปเล่น รูปด้านบนอะแหละ เราไม่รู้ว่า มันจะเกี่ยวกับเนื้อหาที่อัพวันนี้ไหม แต่ดูไปดูมาเข้ากันเลย
"กูว่าแล้ว"
มันต้องเป็นอย่างงี้ ตามลางสังหรณ์ทุกที เหมือนจะเศร้าใจแต่ทำอะไรไม่ได้*-* |





ไม่รู้ว่าไอ้คนไทยที่ประจำอยู่สถานฑูต
เนี่ยมันกินแพดดรีกรีเป็นอาหารทุกมื้อหรือเปล่า
ก็ไม่รู้นะค่ะ
คนไทยน่าจะช่วย ๆ กัน หรือไม่ก็น่าจะพูดกันดี ๆ หน่อย
เราก็เป็นคนมีการศึกษานะ
พูดดี ๆ ก็รู้เรื่อง
ไม่ต้องมาตะคอก หรือประชดประชันก็ได้
หุหุหุ... แหม ระบายยาวไปหน่อย
เข้าจาย เข้าจาย
เพราะเคยเจอเช่นเดียวกันค่า
#1 By JokeKo on 2008-10-23 19:44