ไปกับเจ้า2ล้อ การเดินทางสู่อดีต
posted on 08 Apr 2008 22:09 by mintd in Diary
วันนี้เราไม่ได้ไปที่ไซต์งาน เพราะ ว่า วันนี้แม่มีธุระ เราก็เลยได้พักใช้แรงงาน
คุยกะเพื่อน เพื่อนมันว่า มึงเป็นพม่ารึ ไปก่อสร้าง คนไทยก่อสร้างไม่ได้รึ
ต้องเป็คนพม่า เคยมีคนว่าเราเป็นคนเวียดนาม บางทีก็คนเกาหลี เพราหน้ากลม
มีหลายเชื้อชาติ แล้วแต่มันจะสรรหากันมาว่า เราก็แล้วกัน
วันนี้เราปั่นจักรยานเล่น รอบหมู่บ้าน แล้วก็เลยไป ยังทุ่งหญ้า ที่ที่อดีต
มันมีอะไรให้เราคิดถึงมากมาย เรากับเพื่อนแถวบ้าน เป็นแก๊งจักรยาน ปั่นไปเล่น
ตอนเย็นๆกันเกือบทุกวัน เราเล่นเป็นสายลับ สืบราชการลับ ไม่ก็สมมุตว่าเรา
ไปผจญภัยกัน มันสนุกมากที่ เราไม่ต้องคิดอะไรมาก อยู่กะธรรมชาติ
เฝ้ามอง เฝ้าสังเกต แล้วก็ได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่าง เราไม่ต้องเสียตังไปซื้อของเล่น
เราก็หาอะไรแถวๆนั้นเล่นกัน
เราเพิ่งนึกได้ว่า ตอนเด็ก เราอยากได้บ้านต้นไม้มาก บอกแม่ว่าอยากได้บ้านต้นไม้
บ้านเราต้นไม้ที่ใหญ่ๆก็มีแค่มะม่วง ไปๆมาๆ ผ่านมา10ปี เราก็ยังไม่ได้บ้านต้นไม้
แต่ถ้าเราเป็นเด็ก เราคงคิดว่ามันสำคัญกับเรามากเลย บ้านต้นไม้
ที่เราจะสร้างเป็นศูย์บัญชาการลับ เราเป็นพวกช่างฝันมาตั้งแต่เด็กเพราะ เรากลับบ้าน
แล้วเรารื้อบันทึก กับกระดาษเก่าๆ เราวางแผนถึงเรื่องนี้ไว้มาก แล้วก็แต่งนิยาย
ไว้ด้วยเรื่องที่เรากะเพื่อนจะมีบ้านต้นไม้ แล้วใต้ดินเราก็จะสร้างเป็นศูนย์บัญชาการลับ
มีอุโมงค์ลับแยกไปตามช่องทางต่างๆ เราว่ามันเป็นความคิดที่เจ๋งมากทีเดียว
แต่เมื่ออะไรผ่านล่วงเลยไป วันเวลาผ่านไป แต่ละคนโตขึ้นก็ไม่มีใครไปเป็น
แก๊งเด็กปั่นจักรยานต่อไป ทุกคนก็เรียนพิเศษ และไปทำอะไรอย่างอื่นๆ
ภาพที่ แสนสนุกก็เลยลางเลือนไป เด็กผู้หญิงก็ แต่งตัวและไปทำอะไรที่
ไม่ใช่แต่ก่อนเด็กๆ การเป็นสาวคือ ทุกคนจะต้องโทรศัพท์คุยเรื่องซุบซิบ
แล้วก็ ไม่ไปเล่นขี้โคลนอะไรเหมือนเดิม บางคนก็เรียนพิเศษจนหัวโต
เราก็ไม่รู้ว่าจะเรียนอะไรไปมากมาย เอาเวลาที่เรียนมากมายเกินไป มาทำอย่างอื่นจะดีกว่า
เราก็ไม่เข้าใจพ่อแม่ บางคนเหมือนกัน เค้าทำไมให้ลูกเรียนพิเศษอะไรมากมายขนาดนั้น
เรียนทั้งวัน ทุกวัน เสาร์อาทิตย์ เป็นเราคงจะน่าเบื่อมากมายทีเดียว
แม่เราเคยไปสอนพิเศษให้บ้านเด็กคนนึง ที่อยู่โรงเรียนที่เราเคยเรียน ตอนประถม กับม.ต้น
โรงเรียนเก่าเรา สอนเยอะมาก แล้วเด็กก็แบกกระเป๋ากันหนักอึ้งแบบกระดองเต่าตุงๆ
เราเคยเอากระเป๋า กลิ้งลงบันได้ ให้มันกลิ้งลงไปเอง เพราะมันหนัก
แล้วเหมือนเด็กโรงเรียนเราจะเป็นเด็กบ้านมีตัง ก็เลยดูจะบ้าเรียนพิเศษ
แล้วก็ต้องเล่นเปียนโน เต้นบัลเลต์ แล้วก็ทำกิจกรรมเยอะๆ เราก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า
เดี๋ยวนี้ เปนแบบนี้หมดเลยรึเปล่า เพราเด็กที่แม่เราสอนผู้ปกครองเค้าเป็นห่วงลูกเค้ามาก
ลูกเค้าเรียนปานกลาง แต่ป้ำๆ เป๋อๆ ต้องย้ำเยอะ แบบเรียนๆ ลืมๆ
แล้วแม่เค้าก็ให้เค้าเรียนพิเศษ มากเหลือเกิน จนน้องเค้ารับไม่ไหว เราว่าน้องเค้าเค้าเรียนพิเศษ
แพงกว่าค่าเทอมบวกค่าหอเราอีก เรียนอันโน้น อันนี้อย่างละหมื่น ครูที่สอนคงจะรวย
เพราะขนาดเรียนพิเศษยังต้องสอบเข้าเลย ถ้าสอบไม่ได้ ก็ไม่ได้เรียน
เฮ้อๆ ตอนนี้ แถวบ้านเรา เลยมีเรานี่แหละที่ชิวสุดแระ คนอื่นเค้าดูจะ เปลี่ยนไปกันหมดเลย
เราว่า มนุษย์สมัยนี้เริ่มใช้ชีวิตห่างจากธรรมชาติมากขึ้น ยิ่งมันเป็นเมืองที่เจริญมากเท่าไหร่
ก็ดูเหมือนว่า เราต้องแข่งขัน และชีวิตก็เปลี่ยนไป
เราดูช่อง NHK ของญี่ปุ่น เรื่อง การศึกษาของญี่ปุ่น เด็กเล็กๆประมาณป.3
เค้าสอนให้เด็กอยู่กับธรรมชาติ ไปรู้จักการ ปลูกข้าว ทำสวน รู้จักความเหน็ดเหนื่อย แล้ว
ก็เอาพืชที่ได้มาทำกับข้าว แล้วที่เหลือก็ขาย ทำให้เด็กรู้คุณค่าของธรรมชาติ
มันเป็นภาพที่น่ารักมากๆ เลย
เราว่า บางทีเด็กเดี๋ยวนี้บางทีก็เรียนมากเกินไป ตื่นเช้ามาเรียนพิเศษ
กลับบ้านมาก็เล่นคอม ไม่ได้เจออะไรที่ ปลอดโปร่งบ้าง บางทีเรียนไปมากๆ แต่ไม่รู้จักคิด
มันก็ไม่มีประโยชน์ บางทีสังคมที่อยู่กับธรรมชาติ มีการพึ่งพาอาศัยกัน แบบแต่ก่อน
ก็มีส่วนดี อะไร เดี๋ยวนี้ มันก็มีแต่จะดูเจริญไปหมด จนคนตามไม่ทัน
อวดร่ำอวดรวยกันไป บางทีการกลับสู่สามัญ อะไรที่ธรรมดาๆ มันก็อยู่ได้นานกว่า
สิ่งที่หรูหราประเดี๋ยวประด๋าว
พุ่มไม้ และต้นหญ้า สีเขียว ดอกหญ้า ที่ข้นอยู่ทั่วไป มันเป็แหล่งหลบซ่อน แล้วก็เล่นสนุกได้ดี
อย่างมาก ตอนนี้ไม่มีใคร ว่างเปล่า แต่ต้นไม่ใบหญ้าก็ยังอยู่ตรงนี้ สวยงามของมันต่อไป
ที่เห็ไกลๆ นั่นมันเสาเข็มรึเปล่า เค้ากำลังจะสร้างอะไรนะ ต่อไปทุ่งหญ้าเขียวๆ คงจะหายไป
และมีคอนกรีตสูงตระหง่านขึ้นมาแทน น่าเสียดายจัง
เราอยู่ตรงนี้ แล้วก็พบว่า มีเงาเรากับจักรยาน อยู่ลำพัง คนอื่นๆ เค้าไม่ขี่จักรยานกันแล้ว
เค้าไม่มาปั่นจักรยานกันแล้ว ทุ่งหญ้า ก็ว่างเปล่า เราเห็น ภาพ อดีตขึ้นมาในความทรงจำ
คนที่ตัวเล็กกะเรา คนที่อยู่ในตัวเราเนิ่น นานมาแล้ว ตอนนี้เค้าโตขึ้น บางอย่างความคิด
ของเด็กคนนั้น ก็ได้เปลี่ยนไป แต่บางอย่างก็ไม่เคยเปลี่ยนไป นั่นคือความฝันและจินตนาการ
บางที ตอนนี้เราก็มองอะไรเป็นวินเทจ คันทรี นึกย้อนกลับไป ตอน8ขวบ เราจะรู้ไหม
อะไรคือวินเทจ คันทรี มันก็แค่บ้าน กระท่อม ฟาง ต้นไม้ ต้นหญ้า สีเขียว ใบไม้ แสงแดด
มันก็อะไรที่ธรรมดาที่สุแระ ยิ่งโตขึ้นเรายิ่งจะทำให้อะไรมันดูลำบากขึ้นไปรึเปล่า
เราจะต้องเจออะไรมาหมาย ทำให้เรานึกถึงวัยเด็กที่ดูธรรมดา และมีชีวิตชีวาเหลือเกิน
แล้ว..
ท้องฟ้าสีฟ้า.... มีเครื่องบินลำใหญ่ผ่านไป มีป้ายโฆษณา ขนาดใหญ่ ถ้าลองลบมันออก
สีฟ้าของท้องฟ้าจะเพิ่มขึ้นไหมนะ.....
เย็นแล้วล่ะ...... ได้เวลากลับบ้านแล้ว แสงของท้องฟ้าดูหม่นๆ มืดๆดี
เราชอบสีของท้องฟ้า ที่ดูหม่นๆ มีสีส้มอยู่ไกลลิบๆ
เสาไฟแต่ละต้นเชื่อมโยงกันเป็นโครงข่าย เงาสีดำๆ กับต้นไม้มืดๆ ตัดกับท้องฟ้ายามเย็น
ปม่ถามว่า ทำไมเราถึงถ่ายเสาไฟ เราว่ามันเป็นเส้นต่อกันที่ดูดี บางทีแม่เราก็เหลือเกิน
แม่ชอบพูดว่าสิ่งที่เราทำเสียเวลา แต่เราว่า บางทีคนเราก็ทำอะไรที่ไม่ได้ตัง เพียงเพราะความชอบ
พยายามจะเข้าใจแม่ในบางทีเหมือนกัน เรามักจะทะเลาะกะแม่บ่อยๆ แล้วเราจะเป็ฝ่ายเงียบซะมากกว่า
บางที ท้องฟ้าสีหม่นๆแบบนี้มันก็เหมือนกับอารมณ์ของคน ที่มีหลากหลาย เปลี่ยนสีได้ตลอดเวลา
หลังคาบ้านของเรา... ที่ๆ ทำให้เรามีทุกๆวันนี้ เงาต้นมะม่วงที่ยังไม่มีทางได้เป็นบ้านต้นไม้สักที
เราว่าภาพนี้มันเบลอ แล้วก็ดูแปลกๆ ดีเหมือนกัน ตอนจ่าถ่ายแล้ว อยู่ๆก็มีลมละลอกไหญ่
ไม่รู้มากจากไหน ดูไปดูมา ยังกับภาพลวงตาแนะ
ดอกชบา สีสันสดใส เหมากะซัมเมอร์นี้มากๆ
ลิลลี่สีส้ม ดูแล้วสดใส แข่งกับดอกชบามาก ปลูกอยู่บ้างๆกันหน้าบ้าน
ลีลาวดี ใครก็ปลูกกันเพราะมันสวย
ดอกอะไรไม่รู้ หลบอยู่ตรงริมกำแพง อยู่ในหลีบๆที่ไม่ค่อยเห็น เหมือนความงามที่หลบซ่อนจริงๆ
ภาพนี้เราชอบเงาของต้นไม้ในน้ำ เราว่า มันสวยมาก ดีที่ไม่เปิดแฟลช ถ้าเดของไม่เหนเงาใบไม้
ยิ้มอะไรไม่ทราบย่ะ...... ถ่ายลอดประตูรั้ว มืดไปด้านนึงดูแปลกๆดี
อาศัยอยู่ใต้เงาละมุด พอละมุดหล่นลงมากินกิน หง่ำๆ...
ท้องฟ้าด้านหลังบ้าน ที่ฟ้า มากๆ สวยมาก มองออกไปตรงกำแพง มีลวดหนาม
เป็นด้านที่ขโมยขึ้นบ้าน ยังไง ก็ไม่สามารถขโขยความรักกับความฝันของเราไปได้หรอก
อย่าให้ขโมย ขโขมย สิ่งที่เรามีอยู่ไปได้ ก็หวังว่านะ ที่เราเขียนบันทึกทุกวัน
เราหวังว่าสิ่งดีๆที่เป็อยู่ตอนนี้เราจะไม่ให้เปลี่ยนไป
ต้นเชอรี่ หลังบ้าน ร่วงทุงวัน แต่ไม่เคยตายไปจากเรา สิบกว่าปีแล้วที่มันยังอยู่
มันก็คือต้นเชอรี่ต้นนึง หลังห้องนอนเรา ทุกๆเช้าเราจะมองออกไป ไม่ว่าเราจะเป็นยังไง
มันก็ยังอยู่ตรงนั้น ที่เดิม ไม่ว่าใครจะเปลี่ยนไปจากเรา แต่มันไม่เคยเปลี่ยนไปจากที่เดิม
พยายามแอ๊บแบ๊วสุดฤทธิ์ ถ้ามันชูสองนิ้วได้คงทำไปแล้วล่ะ
วันนี้แม่บอกให้พามันไปเดินเล่น เรากำลังหมั่นไส้นิสัยขี้อิจฉามันก็เลยให้มันอิจฉาที่เราไปปั่นจักรยาน
เล่นคนเดียว แต่เดี๋ยวคงพามันไปเดินเล่นพรุ่งนี้แหละ เรารักมันมากนะ แม้จะชอบแกล้งมัน
แกล้งเพราะรักไง.....เจ้าหมาโง่
มืดแล้วนะ ราตรีสวัสดิ์จ้า...............
การเดินทางไปกับจักรยานก็มีแค่นี้ มันทำให้เรานึกถึงเรื่องราวในอดีตมากมาย
ทำให้เราได้กลับไปอ่านบันทึก อ่านนิยายที่เคยเขียน จำตัวตนของเรา ที่เคยเปนได้
เราชอบวัยเด็ก นะ มันทำให้เรา รู้จัก การดำเนินชีวิตที่ธรรมดา เรียบง่าย ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร
ดูจริงใจ และเป็นตัวตนจริงๆ
เราจะพยายามไม่ลืมสิ่งนั้น....
ขอบคุณที่อ่านนะค่ะ..


























เล่นกันในสวนป่าหลังบ้านที่เมืองกาญฯเลย
#1 By pisces on 2008-04-09 00:10