ช่วงนี้เวลาก็ไม่ค่อยว่างเลย แต่ก็หาอะไรทำให้ตัวเองยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่ เหนื่อยเหมือนกัน ช่วงนี้ ใกล้จะสอบแล้วด้วย แล้วเราก็ยังไม่ได้อ่านหนังสือสอบเลย การเรียนแต่ละคณะมันก็ยากง่ายต่างกัน แล้วแต่คนด้วยอะนะ ว่าชอบวิชาที่เรียนรึเปล้า ถ้าเกิดว่าเราสนใจ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ผิดกับคณะฉันที่เรียนอยู่ ชอบเหลือเกิน อุส่าห์ฝ่าฝันมาเรียนเลือดตาแทบกระเด็น แต่ก็พบความยากลำบากไม่หยุดไม่หย่อน แบบไม่มีการได้พักหายใจ แบบขอให้ว่างซักวันสองวันก็ไม่มี เสาร์อาทิตย์จาไปเดินสวนฯ ก็ไม่ได้ เพราะกลัวการบ้านไม่เสร็จ ใกล้จาสอบก็ยังให้การบ้านอีก มันคณะอะไรเนี้ย มีเสียงกระซิบบอกจากกองหนุนด้านหลังที่ ตอนนี้ตาดำปี๋เหมือนหมีแพนด้า INTERIOR นี่แหละ เหอะๆ ใครว่าเรียนศิลปะง่ายๆ ไม่ใช่นะ คิดใหม่ๆ

นี่ก็ปีสองแล้ว เหมือนผ่านมาเร็วมากเลยชีวิตคนเราเนี้ย ไม่นานเราก็ต้องทำงานหาเงินใช้เองแล้ว หนักใจๆ เพื่อนเรา แต่ละคน็มีเรื่องให้คิดเยอะ เพราะชีวิตช่วงนี้มันมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย อุปสรรคมากมายเหลือเกิน อย่างเอมนี่ เรียน ออกแบบนิเทศศิลป์ มันก็ชอบวาดการ์ตูนเปนทุนเดิมอยู่แล้ว เวลาวาดรูปเป็นเรื่องสบายๆของเอมเลย แต่เวลาส่งงานเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริงๆ จากการทดลองของเราและเพื่อนในห้อง อินทีเรียR21 พบว่าเมื่อไม่มีแรงกดดันเรื่องเวลา และอื่นๆมากดดัน การทำงานจะเร็วขึ้น แม้เป็น perspective 2จุด 3จุด 4จุด...... มากมายมหาศาลแค่ไหน เพราะขนาดเราเริ่มทำช้า แต่ก็รู้สึกว่า ทำไมมเสร็จไวจัง อาจจะเป็นเพราะว่าอาจารย์สั่งงานเยอะจานทำเร็วขึ้นก็ได้มั้ง มีหลายเหตุผล แต่ก่อนไม่ชอบเลย เขียน แปลน เขียนตีบ เบื่อจัง ไปเรียนออกแบบนิเทศศิลป์กับเอมดีไม๊น๊า เราก็คิด แต่มันก็มาถึงขนาดนี้แล้วนะเรา อินทีเรียปีสองแล้ว รุ่นน้องผ่านมาก็ไหว้ซะเราแก่ซะ แต่เราก็เริ่มมีความสุขมากขึ้นเมื่อช่วงนี้เขียนตีบสวยขึ้น ดีใจกว่าถูกลอตเตอรี่ จะดีใจกว่าถ้าอาจารย์วีรยาให้เอ เหอๆยังไม่เคยได้เอสักตัวเลย งานที่ส่ง เพรามาตรฐานมันสูงขึ้น ไม่เหมือนปี 1 เอกระหน่ำตลอด จนเป็นเรื่องธรรมดาที่งานไหนจะได้เอ ถ้าปีสอง โห เทพๆๆๆ ได้เอ นี่แหละหนา มันก็ต้องเปนแบบนี้แหละ ยิ่งเรียน ยิ่งเคี่ยว ยิ่งหนีด ยิ่งข้น กว่านมค้นหวานตราหมี

เกริ่นมาตั้งนานว่าความโหดของงานการบ้านเยอะแยะแค่ไหน แต่ก็ไม่เห็นภาพ อาทิตย์นึงเรียนทุกวันก็มีการบ้านทุกวันแหละหนา โดยเฉพาะวิชาอาจารย์ประสงค์ Furnitur Design เขียนแบบเฟอร์นิเจอร์โหดมาก อาจารย์บอกว่าเขียนสเกลใหญ่ๆจะง่ายกว่า แต่ไม่จริงเลย สเกลใหญ่ๆของอาจารย์ก็คือ 1ต่อ25 แล้วประมาณว่าเก้าอี้ตัวนั้นมันเป็นอาร์มแชร์ ไม้ที่เลื่อนปรับได้ แค่section กับแปลน ก็เท่ากับ A0 สองแผ่นแล้ว คิดถึงความมหึมา แล้วจะโยงเส้นกันยังไงให้เส้น guideline มันต่อกัน แถมรูปisometric ต้องเขียนแยกชิ้นส่วน ข้อต่อ แล้วสเกล1ต่อ50 จะพอไหม เครียดๆๆๆ ทำมากี่คนก็ไม่ผ่าน ก็ไม่ถูกเลย อาจารย์ประสงค์เค้ามาสอนแล้วเอาคอมมาเขียน autocad ให้เราดู เขียนเริ่มจากsection นึง แล้วก็ขยายไปแต่ละส่วน แล้วเคยคิดไหมว่า เขียนมือไม่เหมือนกับคอมจะให้นักเรียนเอากระดาษไปต่อได้ตามใจชอบ เอากระดาษมาแปะไปเรื่อยๆ มันได้ไหม ไม่ใช่ภาพจิกซอว์นะ เครียดๆๆ พูดถึงวิชาอาจารย์ประสงค์ทีไรเครียด แล้วเค้าจะให้สอบยังไงรู้ไหม เค้าจะบอกสถานที่ ที่ให้เราไปวัดเฟอร์นิเจอร์ แล้วก็ให้เวลาสอบกำหนดเวลามา แล้วเราก็เสก็ตแบบ กลับมาเขียนในห้อง แล้วถ้าเกิดเราวัดไม่ครบ เราคงต้องวิ่งไปวิ่งมาจนหอบตายอะ สำคัญ เรายังไม่รู้เลยว่าอะไรที่สำคัญต้องวัด แกย้ำแค่ว่าหน้าไม้ แต่แบบเดือย ข้อต่ออารายเนี้ย บางทีก็ไม่ได้วัด แกเก็บแบบเร็วจะตาย จะวัดรุมทีกันทั้งห้องได้คนละส่วนสองส่วนแล้วก็เก็บแระ ไอ้เฟอร์นิเจอร์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวัน ใครมันจาไปรู้ว่าเอามาแกะ เขียนแบบมันจะสร้างความปวดสมองได้ขนาดนี้ สิ่งที่รู้อย่างนึงคือ อินทีเรีย ต้องเป็นช่างไม้ได้ด้วย 555+

อันต่อไปวิชา Building Technology ใครจะเรียกว่าวิชาอะไรก็ไม่รู้แหละ แต่เพื่อนเราเรียกว่าวิชามนัส ก็อาจารย์มนัสสอน เป็นวิชาที่สบายใจมาก ไม่โหด คงเพราะว่าแกสอนก่อสร้าง แกก็คิดแต่เรื่องโครงสร้าง แกก็สอนเราเรื่อง เสา คาน ฐานราก แล้วกราก็ไม่แน่ใจว่ารู้เรื่องรึเปล่าเพรารู้แต่ทฤษฎี เคยเห็นที่ไหนกันล่ะ ที่มหาลัย ไซต์งานเต็มเลย สร้างตั้งหลายตึก แล้วเข้าไปได้ไหม ไม่ได้อะสิ เลยจินตนาการดูรูปขาวดำของอาจารย์ต่อไป แต่จนป่านนี้จาสอบแล้วเราก็ยังไม่ได้อ่านเรย ไม่รู้ว่ามันจะเข้าสมองไหมเพราะแอมยังไม่ได้เอาสมุดแลคเชอร์มาคืนเราเลย สมุดที่จดแต่ละวิชาเราคิดว่าเราจุดไร้สาระมากแบบอาจารย์พูดอะไรก็เขียนไปทุกคำอะ อาจารย์พูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับที่เรียนยังจด แบบบ้าจดไม่เข้าเรื่อง แต่ถเป็นสังคม ไม่จดสักตัวเพราะมีหนังสือ แล้วลงท้ายด้วยการหลับ หลับในหลับนอก แบบนั่งหน้าๆก็ยังหลับไม่เกรงใจอาจารย์ไตรภพ จารย์จะสอนสนุกก็ยังหลับ เป้นผลจากการนอนดึกทำการบ้าน(ยังไปโทดอีก)

แล้ววิชาที่สำคัญยิ่งยวดแต่เหมือนจะร่อแร่ไม่รอดแล้ว Interior Design 2 แบบถ้ามาสายอีกครั้ง1 แล้วเราคงโดนไล่ไปดรอปแล้ว เพรามาสายทุกครั้ง เรียน 8โมง มาเก้าโมง อาจารย์ยิ่งจำชื่อเด็กได้ทุกคนอยู่ด้วย แต่เมื่อวานอาจารย์ไม่มา การบ้านน้อยไปเลยอะ แถมส่งวันอังคารได้ด้วย ปกติถ้าสั่งวันศุกร์แกจะให้ส่งวันเสาร์ มันเลยเป็นช่วงสาม-สี่ วันอันตราย ประมาณว่าวันพฤหัสจารย์วียาจะให้ส่งงานชิ้นใหญ่ๆ ไม่ก็เปนวันศุกร์ เพราะฉะนั้น วัน พุธ -พฤหัส จะต้องเริ่มปั่นๆงานให้เสร็จ พอมาวันศุกร์ งานที่จะส่งวันเสาร์ ก็ต้องปั่นอีก เพราะฉะนั้นอย่าบ่นปั่นๆไป แล้วถ้าเกิดวันเสาร์ส่งไม่ทัน ไปปั่นๆๆเพิ่มคูณสองไป ส่งวันจันทร์ แล้วเสาร์-อาทิตย์ก็มีของอาจารย์ประสงค์ให้ปั่นๆ ส่งวันจันทร์ ชีวิตวนเวียนกับการปั่นๆๆๆ เป็นชีวิตจิตใจ เป็นห่วงโซ่อาหาร สายใยอาหารแบบนี้ เหมือนมีเป็นความสุขไปอีกแบบ ขึ้นปีสอง โดนแฟนทิ้งตั้งแต่ต้นเทอมเรย มันก็ไปมีสาวไหม แต่เรากับได้แฟนใหม่เป็นโต๊ะเขียนแบบแทน ตัวติดหนึบกันทั้งวันเรยกับโต๊ะเขียนแบบเนี้ย อยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน บอกแม่ซื้อโต๊ะดร๊าฟ แม่ยังไม่ซื้อให้ เลยต้องเขียนตีบสดๆ ดราฟม่ได้ จนเขียนตีบ แบบไร้สเกล และกะเอาทุกอย่าไปแล้ว 555+ เข้าใจความหมายและความยากลำบากในชีวิตขึ้นมาเลย ทั้งความหมายของเพื่อน หลายๆอย่างเพราะช่วงที่เราลำบากที่สุดเราจะเห็นอะไรได้ลึกซึ้งที่สุดเหมือนกัน ตอนที่เราเฮฮาสบายๆ มันไม่ใช่ช่วงที่เราจะเห็นความแท้จริงได้ชัดเจน แต่คนที่คอยยืนยัดเมื่อตอนลำบากนั่นสิ ที่เราควรจะมองเห็น ไม่แปลกเรยที่เรียนอันนี้แล้วเพื่อนเราจะเปนโสด(โฉด) ทั้งโสดทั้งโฉดกันนั่นแหละ วันๆนึงก็นั่งอยู่กะโต๊ะเขียนแบบ แฟนคงจะหึงอะ อยู่กะโต๊ะเขียนแบบทั้งวันทั้งคืน ไม่มีเวลาให้ แล้วอีกอย่างที่เราเจอมากับตัวเอง เวลาที่เราห่างไกล ก็เหมือนกับใจเค้าห่างเราไปด้วย แล้วพอเค้าจอคนที่เค้ารู้สึกว่าแหม ใช่เลย มันก็ง่ายที่จะลืมเรา แต่ว่าเราก็ได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ ในใจนะ เพราะ เราก็ต้องคิดแต่เรื่องปัจจุบันกับอนาคต เพราะเราจะเปลี่ยนอดีตก็คงไม่ได้ ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว อยู่แต่หอ ไม่รู้ว่า ระยะทาง มันจะทำให้คนเราห่างกันได้ขนาดนี้ เหมือนเราแบกอะไรหลายๆอย่างติดตัวมาพร้อมระยะทางนี้ ทั้งความฝัน ความหวัง และความจริงที่เรามาเรียนอินทีเรียนี้ เหมือนจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดที่เรากำลังทำอยู่ แล้วระยะทางก็มีอะไรให้เราได้เจอะเจอ ทั้งผู้คนมากมาย ที่ผ่านเค้ามา เราไม่เคยเสียใจเลยที่เดินมาถึงขนาดนี้ แม้ว่าแม่จะบอกว่าเราไม่น่าเลือกเรียนอินทีเรียเลย ค่าใช้จ่ายก็มาก เหนื่อยก็เหนื่อยเหมือนมันจะไม่สบายเลยสักอย่าง แต่เราเชื่อว่า สิ่งที่ยากลำบากนี้คงซ่อนอะไรดีๆไว้อยู่ไม่งั้นเค้าคงไม่มาเรียนกันหรอกใช่ไหม อินทีเรียเนี้ย อยากบอกคนอื่นๆที่กำลังเหนื่อยท้อแท้กับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าการเรียนหรืออุปสรรคปัญหามากมายว่า ยังมีหลายคนที่คอยกำลังใจเปนเพื่อน ขอให้นั่งพักเหนื่อยแล้วเดินต่อไป สักวันคงจะมีวันที่ให้เราชื่นใจสักที


edit @ 2007/07/21 10:33:11
edit @ 2007/07/21 10:33:59
edit @ 2007/07/21 10:37:04

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

สู้ต่อไปค่ะ

เป็นเรื่องจริงนะที่ความลำบากมักจะซ้อนอะไรดีๆไว้ พี่เรียนจบแล้ว ทั้งเหนื่อทั้งลำบากเพราะหาทุนเรียนเอง

พอจบมาแล้วความลำบากมันทำให้พี่เข็มแข็งและรู้จักคุณค่าของตัวเอง

พยายามต่อไปนะค่ะ

#1 By ++misskuni++ on 2007-07-21 10:14

เนี่ยนะเขียนไม่เป็น คริๆ

ถ้าเขียนเป็นจะขนาดไหนเนี่ยย..
55555 ขำคุงแววเม้น 2

#3 By b613 ดาวถัดมา on 2007-07-21 10:27

,,สวัสดีค้า,,,

,,เขียนไม่เป็นแต่เขียนได้ขนาดนี้แล้วน้า55555+,,,

#4 By Koy•Ky ♥ on 2007-07-21 10:35

เขียนซะยาวเรย อิอิ
ดีค่ะ ระบายออกบ้าง

#5 By Fein on 2007-07-21 10:36

เล่าได้อย่างลึกซิ้ง ทำให้ผมเข้าใจในตัวมึงมากขึ้น ว่างๆจะมาเม้นให้อีกละกัน 555+

#6 By ฺBIG - INT.D R21 (125.24.55.90) on 2007-07-22 00:20