รูปนิดๆหน่อย_สถาปนิก08

posted on 08 May 2008 22:11 by mintd  in Diary

สไลด์บนจะเป็นรวมโมเดล

ชอบโมเดลของมาสเตอร์แปลนมาก  ส่วนใหญ่จะเป็นคฤหาสถ์  ของA49ก็สวยโมเดลมีไฟด้วย

เดินเสาะหาโมเดลไปทั่วงาน ถ่ายรูปเผื่อว่าจะต้องทำโมเดลส่งอีก  แต่ว่าไม่ค่อยมีโมเดลภายในเลย

ส่วนใหญ่จะเป็นโมเดลบ้าน โมเดลตึก  เจอบริษัทนึงที่มีโมเดลตกแต่งภายใน  แต่ว่ามันไม่ค่อนสวย

ก็เลยไม่ได้ถ่ายมา  ตามจริงมันไม่ได้ขี้เหร่อะไรมากมายหรอก  แต่เรารู้สึกว่ามันไม่ค่อยเนี้ยบเท่านั้นเอง

 

 

สไลด์ล่างนี้จะเป็นบรรยากาศในงาน แล้วก็โคมไฟ   การจัดบูธต่างๆ

บูธของ SCG ใหญ่และกินพื้นที่เยอะ  มีอะไรให้ดูมากมาย ละลานตามาก เป็นบริษัทที่ทำหลายอย่างมาก

เดินไปขอโบรขัวร์เอาไว้มาสเปคงาน  เวลาเปิดเทอมจะได้มีแคตตาลอคเอาไว้ดูเยอะๆ

ทำให้เราดีใจ  ที่ได้ป้าย interior designer  มาติด  ได้อภิสิทธิ์เล็กน้อย ตอนกรอกแบบสอบถามเข้างาน

เราก็งุนงงๆ ว่าจะกรอกอะไรดี  ไปๆมาๆ คนให้บัตรเค้าก็งุงง  เลยให้ป้ายเรามา ส่วนเพื่อนฉันได้ป้าย visitor

และมันก็ดีตรงที่เค้าให้แคตตาลอดมาเพียบเลย

 

เดินไปบูธสี  แล้วก็ลงชื่อ  ตามจริงน่าจะเอานามบัตรมาด้วย  ทำนามบัตรตอนเทอม1 วิชาอาจารย์ธนา

แล้วรู้สึกว่าถ้าพกมาคงมีประโยชน์มากๆ  แต่เราก็ไม่มีนามบัตร เลยเขียนๆเอา นั่งเขียนแบบสอบถาม

แล้วได้แคตตาลอคมาเป็นปึ๊ง  ของTOA  กับ ICI  เป็นหนังสือเทรน์สีในการตกแต่ง  ดีกว่าไปเอาจากห้างนิดนึง

เพราะเราชอบไปเอาแถบเทียบสี ของโจตันมา  แล้วมันเป็นแผ่นๆ กว่าจะดึงมาครบแต่ละเฉด  เหนื่อย

จนไม่อยากไปเอา

 

เดินหอบแคตตาลอคของหลายๆบูธ จนเมื่อยๆ  เหลือบไปเห็นบุญถาวร เค้าให้ถุง เราก็เลยจะเอามาใส่

ของที่มีอยู่มันเเยอะมาก  แต่ต้องลงชื่อตอบแบบสอบถามอะไรตั้งเยอะ ก็ได้ถุงมา พร้อมกับแคตตาลอคอีกปึกนึง

หอบกันอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว  เฉี่ยวไปที่บูธ HAFALE เรากะจะไปขอแคตตาลอค  แต่ก็นึกว่าตอนไปดูงาน

ก็ได้มาแล้ว  แต่ว่านี่มันเล่มใหม่สีเหลืองก็อยากได้  แต่มองถุงที่หอบอยู่  หิ้วไม่ไหวแล้ว แคตตาลอคHAFALE

มันหนามากหนากว่าสมุดโทรศัพท์อีกแถมปกแข็ง  แต่เป็นแคตตาลอคที่ดีมาก  จะมีขนาด dimension ละเอียด

 

แต่ละบูธก็ตกแต่งสวยๆกันทั้งนั้น  เราก็อยากถ่ายรูปนะ  แต่คยเยอะมากถ่ายไปเห็นแต่คน มุมไม่สวยเลย

แต่บูธขายโคมไฟที่เราชอบแล้วเจ๋งๆ  ก็เห็นของ กรุงไทยlighting   lamptitude  เราว่าสวยมากเลย

แต่กล้องดิจิตอลกิ๊กก๊อกของเราไม่ค่อยจะเอื้ออำนวย  ถ่ายออกมาพอไปวัดไปวาแต่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่

คิดไปคิดมาก็อยากได้กล้องอยู่นะ  แต่ว่าตอนนี้ที่บ้านเอาตังไปทำร้านอยู่เลยไม่ขอดีกว่า ทนๆใช้ไป

เดี๋ยวมีตังค่อยซื้อก็ได้  พยายามถ่ายกล้องปัจจุบันให้ดีๆก่อน แต่มันปรับแสงยากเหมือยกัน แล้วต้องมือ

นิ่งๆ  เพราะภาพจะไหว  เพื่อนอิฉันถ่ายรูปให้มันไม่ชัดสักรูป และมัวๆ  เป็นที่ขัดเคืองใจมาก

เพราภาพเรามันมัวๆ  แต่เราถ่ายให้มันชัดแจ่ว ดูดีทุกรูปเลย  มันเศร้าใจนิดหน่อย

 

ในงานมีอะไรน่าสนใจเยอะเหมือนกัน  บางบูธก็มีพริตตี้สวยๆ  มีนักไวโอลิน นักเชลโลมาสีให้ดู

มีวงดนตรีมาเล่น  บางบูธก็เหมือนจะยกภัตตคารมาเลย  มีเชฟมาทำอาหาร มีคนเสริฟอาหาร

แต่ไม่รู้เค้าให้กินฟรีไหม เราก็ได้แต่มองๆ และเดินผ่านไป 

เพื่อนเราที่มาเดินแต่และคนก็บอกไม่เหมือนกัน  แต่พอมาเดิน เราว่ามันก็ดีนะได้แคตตาลอคมาเพียบ

มีอะไรให้ดูเยอะดี แต่ก็จะเป็นพวกโครงสร้าง หลังคา ผนัง วัศดุก่อสร้าง  โครงร้างเหล็ก  ครัว  ห้องน้ำ

เฟอร์นิเจอร์จะมีน้อยหน่อย  สงสัยมันคงอยากจะดูเฟอร์นิเจอร์มัง  แต่ว่าวันที่10ที่อิมแพคก็มีงาน

เฟอร์นิเจอร์นี่นา  แต่ว่าเรากลับบ้านมาแล้ว คงไม่ได้ไปดู 

 

กลับไปเราก็เอาแคตตาลอคมานั่งดู  เอาหลายยี่ห้อมาเปรียบเทียบ  เหมือนเป็นความสุขอย่างหนึ่ง

เวลาเราทำโปรเจคส่งอาจารย์  เราชอบสเปคยี่ห้อที่เราชอบ  ตามใจเรา อะไรสวยๆดีๆ

ประมาณว่างบประมาณสูงมากถ้าสร้าง   แต่พอมาทำจริงๆ อย่างที่ร้านเป็นต้น เราก็ซื้องระดับธรรมดา

ไม่ได้ซื้อแพงอะไรขนาดที่อยากได้จริงๆ  เพราะว่าเดี๋ยวนี้อะไรที่ประหยัดได้ก็ควรประหยัด

 

น้ำมันแพงแม่ก็เลยบ่นๆ  และบอกว่าจะนั่งรถโดยสาร  แต่เราว่าแม่ทำไม่ได้หรอกนะ จริงๆแหละ

แม่ไปทำธุระเยอะแยะจะนั่งรถโดยสารไปก็คงจะหัวหมุนน่าดู  แต่มันก็ทำให้เราคิดเหมือนกัน

ว่าถ้าถึงตอนที่น้ำมัน 50 บาท  แล้วจะเป็นไง   เรารู้ว่ายังไงแม่ก็ต้องเติมอยู่ดี  แต่มันเป็นเวลา

ที่ยากลำบากจริงๆนะ  เราคิดหลายเรื่องเลยเกี่ยวกับโลกทุกวันนี้ ปัญหาโลกร้อน เศรษฐกิจ

มันทำให้สมองเราต้องคิดว่า ต้องปรับตัวให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่านี้  แล้วเราก็คุยกับเบส

เรื่องน้าท่วม มันมีความเป็นไปได้ว่า กทม  จะน้ำท่วม  เพราะระดับน้ำทะเลก็ขึ้นสูงทุกวัน

แล้วถ้าท่วมจริงแล้วคนที่อยู่ใน กทม  ตั้งเยอะแยะจะทำไง  ยิ่งแถวสมุทรสาครที่ติดทะเล

ก็ยิ่งจะเห็นได้ชัด  เพราะฝนตกทีไรก็ท่วม น้ำทะเลหนุนประจำ  แม่ของฉันก็เลยบอกว่า

แม่จะซื้อที่เอาไว้สัก10 ไร่ ไว้ให้คุณลุงกับญาติๆ มาอยู่ เพราะกลัวน้ำท่วม อยู่สมุทรสาคร

น้ำมันท่วมประจำแหละ  เบสเล่าให้ฟังหลายเรื่อง เพราะมันเรียน ธรณี มันก็เลยเล่าเรื่องที่

มันเรียนให้ฟัง  เลยย้อนถามมันไปว่า " แกเขียนนิยายไปถึงไหนแล้ว"  ประหนึ่ง บ.ก.ทวงต้นฉบับ

เบส แฮะๆ และบอกว่ายังไม่ถึงไหน  โดนเราตวาดไป3ฉาด  เขียนเร็วๆเข้าสิ 

 

ความหวังมีมานิดนึง

posted on 01 May 2008 18:36 by mintd  in Diary

ตอนนี้ เพื่อนมาชวนไปงานสถาปนิกตึมเลยทั้งทางอีเมล์ทั้งทางโทรศัพท์

 

เหมืนจาได้ไปแล้วเคอะ

 

ดีใจที่สูดเลย

 

รักทุกคนยู้หู

 

ได้ไปเพราะเพื่อนบอกว่าจะคืนตัง

 

แต้งกิ้วเพื่อนสุดที่เลิฟ

 

แต่กูไม่ได้รักมึงจิงๆนะ  รักแบบเพื่อนน่ะ5555+

ดีใจเป็นบ้ารุย   เดวสเกตรูป  เอเลนดิล  กับ เมอริแมคมาให้ดูจ้า

edit @ 1 May 2008 18:38:36 by mintd*-*

ฉันอยากร้องไห้

posted on 01 May 2008 13:45 by mintd  in Diary

ฉันอยากร้องไห้....................แต่จริงๆก็ไม่ได้ร้อง

เพราะว่า

It's time to be a big girl now
And big girls don't cry

จริงๆแล้วเราชอบหาเหตุผลมาให้ปวดหัวเล่นอยู่เสมอ  ทั้งที่

ไม่คิดก็ได้  แต่ว่าทำไมจะต้องคิดมัน........

ตอนนี้  คงไม่ได้ไปงานสถาปนิกแล้วแหละ เพราะว่าไม่มีใครให้ตังไปเลย

เราบอกพ่อแล้วว่าเราอยากไปมาก พ่อก็บอกว่าไปปีหน้า...............

ทำลายความรู้สึกเราเอามากๆ  แม่บอกว่าไม่มีตังแม่เอาไปทำร้านหมดแล้ว

เราก็เข้าใจและก็ก้มหน้าทำงานต่อไป

 

   แม่ทำเตอฟิวส์ห้ามเล่นเนต กับ ห้ามฟังเพลง  ตามจริงแม่ก็ทำมานานแล้ว

เพียงแต่ว่า เราไม่ได้บ่น แล้วอีกอย่างแม่ไม่ให้เราเขียนนิยายแล้วด้วย

แม่บอกว่ามันไร้สาระ เราก้แอบเขียนอยู่ตอนที่แม่ไม่อยู่

แม่บอกว่าทำไมไม่เอาเวลาไปพิมพ์งานที่แม่ให้พิมพ์(มหาศาลมาก)

แม่ทำหนังสือเฉลยแบบฝึกหัดแกรมม่าภาษาอังกฤษหาย(เด็กขโมยไป)

เราก็เลยต้องทำทั้งเล่ม16บท(มหาศาลมาก) ตามจริงไม่น่าจะเอามาบ่นเลย

แต่ตอนนี้เจ็บใจ ที่ไม่ได้ไปงานสถาปนิก

 

    แล้วแม่ก็มาเร่งๆ ทุกวันว่าทำเสดรึยัง พิมพ์เสดรึยัง ถ้าพิมพ์เสดแล้วก็ไปทาสีสิ

ที่ร้านน่ะ มีงานให้ช่วยตั้งเยอะ ทำไมอยู่บ้านสบายฮะ

ขอแก้ตัวหน่อย (เพราะทำในความจริงไม่ได้ ถ้าแก้ตัวแม่จะหาว่าเถียงเลยต้องเงียบๆ)

ตอนนี้เริ่มจะเป็นคนที่ชอบบ่นในบลอคมากขึ้นทุกที เพราะความจริงคุยกับใครไม่ค่อยได้

อยู่บ้านก็ต้องทำงานบ้านทุกอย่าง กวาดบ้านถูบ้านซักผ้า ล้างจาน กรอกน้ำ ทุกวัน

ทำไม่เนี้ยบก็โดนด่า หูอื้อ แล้วก็ยังต้องทำงานให้แม่ แอบแต่งนิยาย วาดรูป อ่านหนังสือ

ออกกำลังกาย เขียนแบบ  ทำโน่นทำนี่  เราไม่ได้อยู่เฉยๆสักหน่อยแต่ใครจะไปสนล่ะ

 

     งานสถาปนิกจ๋า  คงไม่ได้ไปแล้วล่ะ

แม่น่ะพูดกับเราทุกวันเลยว่าจะให้ลาออกจากมหาลัย

ให้ออกมาทำงาน  ไม่ต้องเรียนแล้ว

ไม่ไม่ปลื้มกับคณะเรา.......คืออคติล้วนๆที่แม่คิด

อธิบายเหตุผลมาหักล้างก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ...........

แล้วที่พูดให้เราอยู่ทุกวันก็คือ  ห้องรกยังกับสลัมนี่เหรออินทีเรีย

ประมาณว่าห้องรกทีไรแม่จะต้องว่าอะไรเกี่ยวกับการเรียนอินทีเรีย

เราเข้าใจว่าไม่ว่าเราจะโตยังไง เราก็ยังเป็นเด็กวันยังค่ำ

บางทีแม่ชอบระเบิดอารมณ์ใส่เราเสมอ  เราก็ต้องเงียบๆ

แล้วจะไประเบิดอารมณ์ที่ไหนก็ไม่ได้

 

   บางทีผู้ใหญ่บอกให้เราพยายามเข้าใจท่าน ทำเพื่อท่าน

บอกว่าเราเป็นเด็กอักตัญญู  เป็นมารล้างผลาญ เกิดมาเพื่อใช้โน่นนี่

ไม่เคยช่วยหาอะไรเลย ท่านทำงานอย่างยากลำบาก ท่านก็อยากสบาย

ไปเที่ยวรอบโลก  ทำไมต้องมาส่งเราเรียน

    เราคิด18ตลบ กลิ้งไปกลิ้งมา  จะเลิกเรียนดีป่าวเนี้ย

ถ้าทำให้แม่มีความสุข มารับภาระแทนท่าน ท่านคงจะดีใจ

เราเกิดมาเพื่อรับใช้ท่านสนองคุณพ่อแม่

 

    แต่ทำไมไม่เคยมีใครสนเลยว่าเราต้องการอะไร เรารู้สึกอะไร

แม่ไม่เคยอ่านนิยายาที่เราเขียน ไม่รู้ว่าชีวิตส่วนตัวเรามีงานอดิเรกอะไรบ้าง

พอเราถักไหมพรม  ก็บอกว่าเสียเวลา พอเราเขียนนิยายก็ว่าไร้สาระ

วาดรูป ก็บอกว่าทำไมไม่ทำงานที่แม่ให้ทำ........เราก็เลยต้องทำทุกอย่างที่แม่ให้ทำ

สั่งโน่นทำโน่น ห้ามเบี้ยวห้ามบูด  ห้ามมีแฟน ห้ามคุยโทรศัพท์เกินสามทุ่ม

จริงๆแล้วห้ามรับด้วย ยังกับจะมีใครอยากโทร ห้ามคุยกับผู้ชาย

ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม ห้าม  เล่นเนตตอนแม่กลับมาแล้ว

 

   แล้วที่เราไม่ชอบเลยก็คือ แม่ชอบว่าเราเพ้อฝัน แต่เราแค่สร้างสรรค์เฉยๆ

ทำไมเราทำอะไรที่แม่ไม่ทำมันจะต้องไม่ถูกต้องด้วยนะ

แม่ไม่ฟังเพลงแม่ชอบอยู่เงียบๆ  แปลว่าเราต่องอยู่เงียบๆด้วยเหรอ

แล้วแม่ก็บอกว่าต้องหาตังมาคืนแม่1ล้านสองล้านอะรทำนองนี้

แล้วถ้าไม่ให้เราเรียนจบเราจะไปทำงานที่ไหน ทำร้านอยู่ที่บ้านน่ะเหรอ

 

   บางทีแม่ก็ทำตัวเครียดตลอดเวลาจนไม่มีความสุข  เนี๊ยบไปทุกอย่าง

จนไม่สามารถวางมือจากอะไรได้เลย  พรมเบี้ยวไม่ 90 องศา ก็ต้องให้เราวิ่งไปจัด

ก๊อกน้ำบิดแน่นเกินไปก็ต้องให้เราไปขันให้อยู่กับที่  พื้นเหนียวก็ต้องรีบถูทันที

คือต้องให้ได้ดั่งใจทันที แล้วก็สั่งๆๆๆๆๆๆๆๆ  บอกว่าแม่อยู่คนเดียวอะดีกว่าเยอะ

ไม่ต้องมาบ่นๆๆ  ไม่อยากจะเถียงว่าแม่เป็นคนให้หนูกลับมาบ้านมาช่วยงานนะค่ะ

เฮ้อ  ................ฉันควรจะทำตัวยังไงต่อไป เลิกเรียนแล้วมาช่วยให้แม่สบายใจไหม

เราไม่ได้จนขนาดนั้นหรอก  แต่เอาเงินไปทำร้านจนหมดแล้วแค่นั้นแหละ

 

   พ่อก็ไม่สนใจเลยว่าเราจะไปงานสถาปนิกได้ไม่ได้  เกรดยังไม่ถามเลยว่าได้เท่าไหร่

เราก็ไม่อยากให้คนรู้หรอก เพราะเกรดตกลดฮวบฮาบ  ทั้งๆที่ก็พยายามสุดความสามารถแล้วแท้ๆ

แต่ยังไงก็ต้องพยายามกว่านั้น  แต่ไม่รู้ว่าจะได้เรียนอีกไหม

เพราะแม่บอกว่ามีเด็กหลายคนที่ไม่ได้เรียนต่อ เพราะเค้าต้องมาทำงาน

อาจจะไม่มีตังลงทะเบียนและทำธุรกิจที่บ้านไปงกๆๆ

อินทีเรียไม่มีความหมายอะไรกับแม่เลย  แม้แม่เป็นคนที่ชอบตกแต่งบ้าน

อย่างมาก  เป็นคนเนี๊ยบอย่างมาก ..................................................

 

   แต่แม่ก็ไม่เข้าใจว่าอินทีเรียมีความหมายกับเรา

การวาดรูปมีความหมายกับเรา  งานเขียนมีความหมายกับเรา

แต่เราต้องเข้าใจที่แม่เป็น และเป็นอย่างที่แม่จะให้เป็น

 

แม่น่าจะห้ามเราคิดไปเลย  ห้ามคิด 

จะได้ทำตามทุกอย่าง  ทุกคนใจร้ายกับเรามากเลย

พ่อไม่เคยสนใจ  แม่ก็ต้องทำตามทุกอย่าง

 

แต่เราก็จะพยายามต่อไป  บอกแล้วว่าแรงกดดันมันเป็นแรงขับเคลื่อนชีวิตได้

อย่างดี มันจะกระตุ้นให้เราไม่หยุดนิ่ง

เคยมีคนคุยกับเราว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร  เค้าบอกเราว่า เพื่อเลี้ยงตัวเอง ดูแลตัวเอง

และเถียงเราเยอะเลย  เราก้บอกว่าเราสามารถมองได้หลายมุม ร้อย พัน หมื่น ล้านมุมมอง

เพราะจุดที่เรายืนนั้น มันต่างกัน พื้นฐานเรานั้นต่างกัน  ความต้องการเรานั้นต่างกัน

แต่จะเถียงคนนั้นเพื่ออะไรล่ะ  เมื่อเค้าคิดว่าคำตอบของเค้านั้นถูก

ทำให้เราคิดอะไรได้หลายอย่างเหมือนกัน  เพราะเราพยายามจะอยู่ตรงกลาง

ถ้าอะไรมากไป หรือน้อยไปแล้ว  มันมักจะเป้นปัญหา

ถ้าจะถามว่าเราเกิดมาทำไม  เราขอบอกว่าเพื่อทำงาน งานทุกอย่างที่เราทำ ก้คือ

ทุกสิ่ง เช่น วาดรูป อ่านหนังสือ เขียนหนังสือ หลายๆอย่าง ถ้าเรามองว่ามันเป็นงาน

เราก็จะสนุกกับมัน  ถ้าเกิดเราอยู่เฉยๆ นั่งๆนอนๆ  ไม่ทำอะไรเลย เราคงจะเหงาและว่างเปล่า

 

และสุดท้ายนี้เราจะไม่ร้องไห้  เราจะพยายามเดินต่อไปละกัน

เสียใจด้วยที่ไม่ได้ไปงานสถาปนิก

 

ซ้อมรับน้องก็ไม่ได้ไป

 

ไปหาเอมกับโอก็ไม่ได้ไป

 

ทำงานต่อไปซิเคอะอย่างฟุ้งซ่าน

 

ตอนนี้เขียนจบบท2จะขึ้นบท3แล้ว เย้ๆ นิยายจงเจริญ