ชะอำ-หัวหิน/ยายย่า รีสอร์ท
posted on 06 Nov 2009 11:57 by mintd in travelใครที่ชอบรูปเยอะๆ หวังว่าเอนทรีนี้จะไม่ผิดหวังเพราะรูปเยอะจริงๆ
ฤกษ์งามยามดี เวลากินข้าวเที่ยง กินข้าวเสร็จตอนบ่ายก็ออกปฎิบัติการ
ไปเคสกัน การไปเคสคืออะไร.....อ่านอันนี้ละกันนะจ้ะถ้ายังไม่ได้อ่าน
เราก็ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ผ่านมาเรื่อยๆ
มากับลุงกะป้า...เพราะชวนเพื่อนไม่มีใครมากะกุเลย
ขนาดบอกว่ามารีสอร์ททีสวยงาม ใกล้ชิดธรรมชาติแล้วนะคะ
ช่วยไม่ได้ ถ้าท่านไม่ได้ไปให้เห็นกับตาตัวเอง...อิอิ
ผ่านเรือนเจ้าเงาะ ไม่รูว่าเคยเป็นที่ขายของฝากรึเปล่า แต่ตอนนี้มันร้างๆ น่าเสียดายมาก
เป็นเรือนไทยที่สวยมาก ลุงขับเร็วก็เลย แชะมาได้แค่นี้แหละจ้ะ
รูปนี้ต้องใหญ่หน่อย กลัวอ่านไม่ออก
เข้าเมืองเพชรบุรี จริงๆก็ไม่มีธุระอะไรต้องมาทางนี้ แต่ลุงกะป้าอยากชมเมือง
มาดูเขาวังไกลลิบๆ
เขาวังคู่บ้าน ขนมหวานเมืองพระ
เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมมะทะเลงาม ชะอิงเอย....
เป็นคำขวัญที่เพราะมาก
ลุงบอกว่าเราจะมาทางนี้แหละไปถึงแน่นอน
เราต้องไปทางชะอำ ....ดูกันต่อไปว่ายังไง
แล้วเราก็งงกัน ขับมาผิดทาง เลียบเขาวังซะงั้น
ก็เลยลงไปถามคุณลุงร้านขายต้นไม้
แล้วก็มาเจอหอนาฬิกา รู้สึกจะเป็นหอนาฬิกาที่เล็กกว่าในหัวหินซะอีก
แล้วก็มาทางไหนก็ไม่รู้ที่เจอแต่ทุ่งนา ต้นตาลต้นมะพร้าว
แต่ลุงยังมั่นใจว่าเราก็ต้องผ่านชะอำ เราไม่ซีเรียสเพราะยังไง
ก็ชมวิว ดื่มน้ำสบายใจอยู่แล้ว
เราเริ่มเอะใจกัน เอ้ย.... นี่มันใช่ถนนเพชรเกษมสายเก่าจริงเหรอ
มันก็เลียบๆชายหาดไปอะนะ หาดปึกเตียน หาดเจ้าสำราญ จะไปชะอำอยู่แล้ว
เป็นทางที่ไม่ค่อยมีรถผ่านเลยให้ตายสิ
นากุ้ง นากุ้ง และนากุ้ง ดูซะ
และค่ายทหารอีก 2-3ค่าย
ในที่สุดเราก็ไปถามทางเพื่อมาวิ่งทางหลวงเช่นเดิม
เพราะมันมิเชื่อมกันเวลาสุดหาดชะอำแล้ว
ลาก่อน นากุ้ง และค่ายทหาร
นี่แหละ....จะถึงรีสอร์ทสักที ค่ายนเรศวร
ถ่ายไม่ทัน ติดคำว่านเรศวรก็ยังดี
อีก1.5 กม. ปะติ๊ด นึงก็จะเห็นป้าย ยายย่า หัวหิน
ไชโย ภาระกิจแรลลี่สำเร็จแล้ว
ลุงก็หายห่วงเพราะส่งเราไปถามทางมาสามรอบ
มีตลาดนัดก็ไปถามแม่ค้า สำเนียงเขาจะเหน่อแปลกๆ
แต่เราก็เข้าใจนะเพียงแต่บอกกันสามคนแล้วไม่ตรงกันก็เลยงง
ว่าถึงกังหันลม หรือไม่ถึงกังหันลม เออ ม่ายเป็นไรไงก็มาเจอแล้ว
เข้าซอยเลี้ยมซ้ายตรงมาเลย ยายย่า ยายย่า
เขียนไปเขียนมาจะเป็นย่ายาย
พี่ๆที่นี่ทุกคนใจดีมากถึงมากที่สุด ขนาดเราไม่ได้มาพักก็ยังบริการใจดีมากมาย
ยายย่า เพิ่งเปิดมาได้ 1ปี ก็เลยยังดูใหม่มาก
ตั้งอยู่บนพื้นที่6ไร่ อืม เราเป็นอินทีเรียต้องยัดความรู้ดีไซน์หน่อยๆ
ถ่ายจากห้อง Deluxe see view ชั้น5
เขาบอกมาว่า
"แนวคิดเป็นรีสอร์ทสไตล์อนุรักษ์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบด้านสถาปัตยกรรมและ
การตกแต่งที่สื้อเอกลักษณ์ความงามแบบพื้นถิ่นของเมืองหัวหิน หรือในด้าน
การบริการสะท้อนเสน่ห์ความเป็นกันเองแบบไทยๆ รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อย
อาทิ การเลือกใช้งานวัสดุจากธรรมชาติ ทั้งกระดาษสา กระดาษชานอ้อย ผ้าดิบ
ผ้าแพร ไม้ไผ่ ไม้เก่า และไม้จากป่าปลูกมาแทรกตกแต่ง รวมถึงผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ที่เน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีที่เป็นพิษ"
ส่วนแนวคิดในการออกแบบสถาปัตยกรรม ผู้ออกแบบได้หยิบนำเอาคำศัพท์ไทย
3คำ ได้แก่ คำว่า
"สราญ" ความสุข
"อภิรมย์" ความผ่อนคลาย
"ปรีดี" ความเพลิดเพลินใจ
มาใช้เป็นกรอบกำหนดแนวคิดของสถาปัตยกรรมที่เน้นความโปร่งโล่งสบาย
เปิดรับทิวทัศน์โดยรอบและรับลมทะเล ภายใต้สไตล์ "มินิมัลลิส"
จบ ที่เขาว่ามา (ขอบคุณนิตยาสารบ้านในฝันที่ว่ามาให้เขียนค่ะ)
(อ้าวเอ็งไม่ได้ถามเขามารึ)
วิวคอนโดมากมายเรียงราย เป็นแถบที่มี โรงแรม รีสอร์ท คอนโด ผุดเต็มไปหมด
อ่อ บ้านจัดสรรด้วย
ดูวิว ดูวิว ลอดระแนงไม้
เออ....เดี๋ยวซิ เราติดใจได้ตรงคำว่า Ninimalist ทำไมรีสอร์ทชอบใช้คำนี้สไตล์นี้
มาตกแต่ง จะว่าไป โปรงโล่งสบาย ทำไมต้องเป็น Minimalist เราสงสัย
เดี๋ยวต้องหาคำตอบ เพรา คาซา เดล มาเรก็บอกว่าตกแต่งสไตล์ Minimalist
เตียงคู่... ดูผสมผสานความเป็นไทย(นิดๆ) โทนสี
เขียว ดำ น้ำตาล ครืม
ห้องน้ำ โทนสีหลัก สีครีม สรรองน้ำตาล สีเน้น สีเขียวอ่อน
จากุซซ๊ในห้อง Suite
จะมีห้องอาบน้ำ Showerกับ jacuzzi แยกต่างหาก
เหมือนเป็นมาตรฐานของโรงแรม5ดาวที่ต้องมีฟังก์ชั่นนี้
ตู้เสื้อผ้าแบบopen และของต่างๆ
เดย์เบด แบบคู่ วัสดุ ไม้ หวาย
โภงทางเข้าของห้องพัก
วันนี้มีกลุ่มสถาปนิกมาดูรีสอร์ทด้วยล่ะ กลุ่มใหญ่เลย
นั่นรถที่มา เราไปเจอโดยบังเอิญ
อาคารห้องพัก บนตึกมี20ห้อง แต่ See view เฉพาะชั้น4-5
คือ...มันจะแพงกว่าห้องอื่นว่างั้นเถอะ
ขอบLanscape ของที่นี่มากเลย มันไม่เชิงไทยๆ ไม่เชิงอะไรเลย
เรานึกไม่ออกว่าแบบไหน เอาเป็นว่าแบบผสมละกัน
(คนออกแบบมาอ่านบลอคฉันคงเป็นลม) (อินี่มั่วจัง)
วิลล่า มีทั้งหมด 10หลัง
แบ่งเป็น 1bedroom 2bedroom 3bedroom(pavillion)
เรายังไม่ได้แนะนำใช่ไหมว่าพี่คนนี้ที่พาทัวร์ ใจดีมากมาย
(แต่เราจำชื่อเค้าไม่ได้แล้วอ่า (เศร้า) ไมตูขี้ลืมจังฟระ)
ทางเดินทำจากหินเทียม
ปล. ตะกี้จำได้ว่าแอล เด๊กเคยลงเรื่องสวนของยายย่าไว้
"คนดูแลโครงการออกแบบสวนคือคุณ คมศักดิ์ ยิ่งมโนกิจ
นักออกแบบภูมิสถาปัตย์แห่งบริษัท Inside Out Design
ผู้ดูแลโครงการเล่าให้ฟังว่า "เนื่องจากคุณกฤษฎา และคุณดวงฤดี โรจนกร
เจ้าของสวน ต้องการผสมผสานความชอบส่วนตัว และสะท้อนความทรงจำ
หัวหินในวันวานผ่านพรรณไม้ โดยคุณกฤษฎามีความผูกพันกับสวนไม้ตัดแต่ง
ที่เป็นแบบสวนดั้งเดิมของหัวหิน ส่วนคุณ ดวงฤดีมีความชื่นชอบในสวนไม้ไทยที่มีกลิ่นหอม
ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อย่างเข้าสู่บริเวณ ยายย่า รีสอร์ทจะพบกับต้นไทร และ
มะพลับที่ตัดแต่งเป็นแท่งสูง รับกับตัวอาคารที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า
สร้างความโอ่อ่าให้บริเวณทางเข้า แต่เมื่อเข้าสู่พื้นที่ภายใน ก็จะพบอีกบรรยากาศ
ที่อ่อนหวาน ชวนผ่อนคลาย ..."
ตกลงเป็นสวนแบบไทยใช่ไหมค่ะ.... อืม รับทราบ
ขอขคุณElle decoration เมษายน2552
(อินี่ก็อบเค้ามาอีกแระ)
เราเป็นพวกบ้าซื้อนิตยสารเลยจำได้ว่าเล่มไหนลงอะไร
มาต่อๆดีกว่า
เมื่อเข้ามาภายในวิลล่า
ประตูหน้าต่างก็จะเป็นดีไซน์คล้ายๆกันเป็นระแนงไม้กรุกระจก
ห้องน้ำก็จะเป็นจากุซซี่ แอนด์ ฝักบัวชาวเวอร์ยักษ์
อ่างล้างหน้า แบบคู่
ปล.ถามพี่...ที่พาทัวร์เค้าบอกว่าที่มาพักเป็นคนไทย 70 ต่างชาติ30
ส่วนใหญ่มาเป็นคู่ มาเป็นครอบครัวนิดหน่อย คละๆกัน
ห้องนอน... แสงแดดสาดเข้ามากำลังสวยมาก
ก็จะเรียบง่ายไม่ค่อยมีลวดลายอะไรเท่าไหร่ เหมาะกับคนที่ชอบอะไร
ธรรมชาติ ......เปิดโล่ง ไทยนิดๆ
โต๊ะทำงาน สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีตุ๊กตาคุณยายด้วย
ลิมถามไปเลยว่าทำไม ต้องชื่อ ยายย่า....แอบกลับมาสงสัย
มองออกไปยังสวนส่วนตัว
ถึงมันจะopen แต่ก็เป็นสวนส่วนตัวของเรา ใกล้ชิดธรรมชาติซะจริงๆ
ชอบซุ้มทางเข้ามากเลย ประยุกต์มาจากบ้านไทย
ไอต้นที่แซมตามร่องหินเค้าเรียกหนวดปลาดุกป่ะ
ไอ้เราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องต้นไม้ซะด้วย
แต่อยากบอกว่า สวนที่นี่สวยงามทุกมุมมอง
ชั้น2ของวิลล่า เป็นสระว่ายน้ำส่วนตัว
ของ2ห้องนอนสระจะใหญ่กว่านี้ แต่นี่1ห้องนอน
เราว่าก็เจ๋งแล้วนะมาว่ายน้ำชั้นสองมองวิวแบบนี้
วงเวียนต้นไม้
เดินไปส่นอาคารบริการ ข้างทางก็เป็นวิลล่าและต้นไม้
อยากบอกว่าพี่ที่พามาทัวร์หน้าเหมือนคุณครูประจำชั้นตอน อนุบาล3เราเลย
แต่ตอนนี้ครูคงจะแก่กว่านี้มาก
กลุ่มอาคารสปา ห้องประชุมและร้านอาหาร
หน้าร้านกาแฟ น่ารักมาก
พูลบาร์ รีสอร์ทเค้าฮิตคำนี้จัง
มันก็คือบาร์ริมสระน้ำนั่นเอง ชื่อว่ากังสดารบาร์ แปลว่าโคมไฟ
ไปห้องอาหารชั้น2
เป็นโครงสร้างไม้ล้วนๆนะเออ
ไทย ไทย ไทย ประยุกต์
หรือที่เค้าชอบเรียกกันว่า Thai Contemporary
ห้องอาหารริมสระน้ำ
สระน้ำ น่าโดดลงไปเล่นจากชั้น2จัง แต่หัวจะหม่งสระไหมเนี้ย
ส่วนห้องอาหาร ก็เรียบง่าย ตกแต่งด้วยไม้ทั้งหมด
กังสดารบาร์ มองจากมุมสูง
ห้องอาหารไทยพัส
หลังคาก็ยังทำจากไม้
วิวจากมุมสูง
มูลี่ไม้กันแดด
ห้องประชุมขนาดเล็ก จุประมาณ 50คน
จขบ.เริ่มเหนื่อย
ก็มาที่ร้านกาแฟ
นั่งมองวิวด้านนอก
มีคุกกี้ ไอติมเจลาโต กาแฟ ชา...
ติดกับร้านอาหาร
เปิดโล่งรับลมเย็นสบาย
สงสัยว่าโครงสร้างเขาใช้เหล็กแล้วทาสีน้ำตาลเอาป่าว ลืมไปแล้วว่าดูอะไรมา
ทะเลอยู่ไม่ไกล (แต่ตูก็ไม่ได้ไปอีกตามเคย)
สปา
มีห้องนวด2 ห้อง ตรงกลางเป็นห้องอาบน้ำแต่งตัว
ชั้นบนก็มีห้องนวด 2ห้องเหมือนกัน นวดเท้าด้วย
แกลเลอรี่ตรงข้ามลอบบี้
นั่งพักคอยในลอบบี้
ห้องสมุด
มีที่นังรถไฟด้วยนะเออ
เช็คอินตรงนี้ค่ะ
เหมือนเคาน์เตอร์เช็คอินในรีอน์ทจะทำแนวนี้กันหมด
ไม่ค่อยทำเคาน์เตอร์ยาวๆเหมือนในโรงแรมใหญ่ๆ
ลานจอดรถ
ลาก่อน ยายย่า อัพจนเหนื่อยแย้ว
ขากลับ
เขาวังลิบๆ
เย็นแล้วน่อ
แวะเอาท์เล็ท ซื้อเสื้อ กินไอติมดอยคำ
ถึงสมุทรสาครแวะกินข้าวต้ม
กลับหอ เมื่อยๆนอน


























































































































